วิธีแก้ปัญหาง่าย ๆ สำหรับคนขี้ลืม

        ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่าทางผู้เขียนนั้นเป็นคนขี้ลืมค่อนข้างมาก คือ เคยลืมแม้กระทั่ง คิดอยู่ว่าจะเดินไปเอาของหนึ่งอย่าง แล้วพอเดินไปถึงที่ที่จะไปเอาของกลับลืมว่า เอ๊ะ เมื่อกี้จะมาเอาอะไรนะ หลาย ๆ คนก็อาจจะเคยเป็นเหมือนกับผู้เขียน ดังนั้นผู้เขียนจึงได้หาวิธีที่จะมาแก้อาการขี้ลืม และได้ลองใช้วิธีแก้ปัญหาเหล่านี้แล้วรู้สึกว่าค่อนข้างที่จะได้ผลดีเลยทีเดียว ผู้เขียนจึงอยากมาแชร์ วิธีแก้อาการขี้ลืม

จดบันทึก     1.แนะนำให้ผู้ที่มีอาการขี้ลืม นั้นพยายามจดบันทึก สิ่งที่ตัวเองจะต้องทำ ไม่ว่าในช่วงระยะเวลาใกล้หรือใกล้ แต่จะขอแนะนำว่าให้จดบันทึกกิจกรรมที่จะทำ ให้อยู่ภายใน 1 วัน เพราะจะง่ายต่อการจัดการและการจำ อาจจะเขียนแปะกระดาษเล็ก ๆ ติดไว้ที่ที่เรา สามารถมองเห็นได้บ่อย ๆ เพื่อเป็นการเตือนไม่ให้เราลืมทำกิจกรรมนั้น ๆ ยกตัวอย่างเช่น หากเราจะไปซื้อของ เราก็ต้องจดไว้ว่าเราจะซื้อของอะไรบ้าง เพื่อง่ายต่อการหาของที่จะต้องซื้อ เป็นต้น

Advertisement

Advertisement

จดบันทึกในโทรศัพท์มือถือ

     2. ในกรณี กิจกรรมที่เราจะต้องทำนั้น มีระยะเวลาที่ห่างออกไปค่อนข้างมาก เราก็ควรจะจดบันทึก หากเป็นไปได้ควรจะลงรายละเอียดของกิจกรรมลงไปด้วย เพื่อให้เราสามารถจัดการหรือจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรมนั้น ๆ ได้สะดวกขึ้น ควรจะมีสมุดบันทึกเล่มเล็ก ๆ สักเล่มไว้พกติดตัวไว้เป็นสมุดคอยเตือน หรือไม่ก็ สมัยนี้แทบทุกคนจะต้องมีโทรศัพท์มือถือ เราก็สามารถจะจดบันทึกลงในโทรศัพท์มือถือของเราได้หากเราไม่ต้องการที่จะพกสมุดเล่มเล็ก ๆ แถมยังสามารถตั้งเวลาแจ้งเตือนกิจกรรมที่ใกล้จะถึงได้อีกด้วย

นั่งใช้ความคิด     3. ลองทดสอบความจำของเราโดยการเรียบเรียงว่าวันนี้ตั้งแต่ตื่นนอนขึ้นมา เราได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง ยกตัวอย่างเช่น ตอนเช้าเรารับประทานอาหารกับอะไร ตอนกลางวันเรารับประทานอะไรไป หลังจากนั้นเราทำอะไรต่ออีกบ้าง แนะนำให้ลองทำในช่วงกลางคืนเพราะ บรรยากาศค่อนข้างเงียบจะทำให้เรามีสมาธิมากขึ้นด้วย ประมาณวันละ 10 – 15 นาที หากทำเป็นประจำจะเห็นผลได้เลยว่า อาการขี้ลืมของเราจะดีขึ้น

Advertisement

Advertisement

การพักผ่อนให้เพียงพอ    4. การพักผ่อนให้เพียงพอก็ถือเป็นการพักสมองอีกทางหนึ่งด้วย หลังจากที่สมองของเราได้ใช้งานมาเกือบทั้งวันจากการทำงาน หรือจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ อาจจะทำให้สมองล้า การพักผ่อนก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากเลยก็ว่าได้ ไม่เพียงแต่เป็นการพักสมองเท่านั้น ยังเป็นการพักการใช้งานของระบบร่างกายให้เกินการซ่อมแซมฟื้นฟูอีกด้วย หากเป็นไปได้เราควรมีเวลาในการนอนอย่างน้อยให้ได้ 6 – 7 ชั่วโมงต่อวัน

        การขี้หลงขี้ลืมนั้น ไม่ได้เกิดเฉพาะในวัยสูงอายุเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น หรือวัยทำงาน ก็สามารถมีอาการขี้หลงขี้ลืมได้ อาจเนื่องด้วยเหตุปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ดังนั้น ผู้เขียนจึงอยากนำวิธีการแก้ปัญหาข้างต้นซึ่งเป็นวิธีการที่ผู้เขียนได้ทดลองปฏิบัติแล้วได้ผลค่อนข้างดีมาแบ่งปัน เพื่อเป็นวิธีที่ช่วยแก้ปัญหาอาการขี้ลืมอีกทางหนึ่ง

Advertisement

Advertisement