ตื่นนอนตั้งแต่เช้า การตื่นตั้งแต่เช้าทำให้เรามีเวลาเตรียมตัวในการทำงาน ซึ่งช่วงเช้าเป็นช่วงที่สมองปลอดโปร่งและร่างกายสดชื่น เนื่องจากได้พักผ่อนมาเป็นเวลาหลายชั่วโมง ซึ่งการจะตื่นตอนเช้าแค่ไหน ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละบุคคล โดยเวลาในตอนเช้าเหมาะสำหรับการวางแผนจัดการงานต่าง ๆ ในแต่ละวัน แนะนำให้เขียนรายการสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันลงในสุมดบันทึก หรือ กระดาษโน๊ต เท่าที่เรานึกได้ว่าต้องทำอะไร ทั้งนี้ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการตื่นมากที่สุดจะอยู่ในช่วง ตี 5 ถึง 6 โมงเช้า

นาฬิกาภาพถ่ายโดย Joseph Redfield จาก Pexels

การบริหารจัดการแผนงานที่ต้องทำ เมื่อได้กำหนดสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันแล้ว เราก็จะมาดูความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน โดยอาจจะ เป็นแบ่งประเภท ดังต่อไปนี้  

1. งานที่ถ้าไม่ทำให้แล้วเสร็จในวันนี้จะมีปัญหาเกิดขึ้นแน่ ๆ  

Advertisement

Advertisement

2. งานที่ควรจะต้องทำให้เสร็จในวันนี้   

3. งานที่ถ้ามีเวลาควรจะหยิบขึ้นมาทำ การวางแผนจัดการงานแบบนี้จะทำให้เราแยกได้ว่างานไหนสำคัญ ควรทำอะไรก่อนหลังสมุดโน๊ตภาพถ่ายโดย JESHOOTS.com จาก Pexels

ก่อนการทำงานควรปรับสมองร่างกายให้อยู่ในโหมดพร้อมที่จะทำงาน ควรเก็บสิ่งที่จะรบกวนสมาธิ ให้พ้นจากการมองเห็น เครียร์สิ่งที่ไม่จำเป็นออกจากโต๊ะทำงาน เพราะปัจจุบันคนเราติดกับโลกโซเชียลมีเดีย ซึ่งรบกวนสมาธิมาก ๆ การตัดสิ่งรบกวนออกไปให้มากที่สุด จะทำให้เราทำงานได้อย่างรวดเร็วและผิดพลาดน้อย ส่วนใครที่จำเป็นต้องใช้โซเชียลมีเดียในการทำงาน ก็ต้องฝึกในการดึงตัวเองกลับเข้ามาสู่โหมดการทำงานอย่างเป็นระยะ ๆ ไม่เผลอเสียเวลากับสิ่งที่ไม่จำเป็นมากเกินไป

ยืนคิดภาพถ่ายโดย cottonbro จาก Pexels

เมื่อเริ่มลงมือทำงานให้หยิบงานชิ้นที่ยากที่สุดมาลงมือทำก่อนเสมอ เพราะเป็นงานที่ต้องใช้พลังงานมากที่สุด แต่โดยทั่วไปเราจะหยิบงานที่ง่ายขึ้นมาทำก่อนเสมอ เพราะง่าย ไม่ต้องใช้ความคิดมากมาย แต่ในช่วงเวลาที่ร่างกายกำลังสดชื่นที่สุด ควรจะใช้กับงานที่ยากที่สุด แล้วจะพบว่า เรามีเวลาเหลือที่จะมาทำงานอื่น ๆ ได้อีกเยอะ เพราะงานที่ยากที่สุดเราได้ทำเสร็จไปตั้งแต่ช่วงแรกแล้ว ทำให้พฤติกรรมดองงานไว้จะค่อย ๆ หายไป

Advertisement

Advertisement

การทำงาน

ภาพถ่ายโดย energepic.com จาก Pexels

หาเวลาพักสายตาและสมอง การทำงานในปัจจุบันส่วนใหญ่เราต้องใช้เวลาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือจอมือถือเป็นเวลานาน ควรหาช่วงเวลาพักสายตา เป็นช่วง ๆ เพื่อให้สมองกับสายตามีการฟื้นตัวจากการทำงานหนัก ให้ร่างกายของเราไม่รู้สึกล้าจนเกินไปพักสายตาภาพถ่ายโดย Ola Dapo จาก Pexels

หลังเลิกงานควรหาเวลาออกกำลังกาย 30 - 45 นาที เพื่อช่วยลดความตึงเครียดจากการทำงาน ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย และยังทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น เมื่อเราออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ร่างกายแข็งแรง ประสิทธิภาพในการทำงานก็จะเพิ่มมากขึ้น

Advertisement

Advertisement

วิ่งออกกำลังกายภาพถ่ายโดย Retha Ferguson จาก Pexels

จัดสรรเวลาให้กับเรื่องใกล้ตัวที่ละเลยไม่ได้ แม้งานจะหนักแค่ไหน ก็อย่าลืม แบ่งเวลาให้กับครอบครัว มีกิจกรรมร่วมกันไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร ดูทีวี พูดคุยเรื่องทั่วไป อยู่กับบุตรหลาน หรือคนรัก ก็เป็นสิ่งสำคัญในการแบ่งเวลา และก่อนเข้านอนก็ควรแบ่งเวลามาใช้เพื่อพัฒนาตนเอง เช่น การอ่านหนังสือ หาความรู้จากโลกออนไลน์ สวดมนต์ ทำสมาธิ โดยต้องเข้านอนตรงตามเวลาไม่ดึกเกินไปเพื่อให้ร่างกายได้นอนพักผ่อนอย่างน้อย 6 - 7 ชั่วโมง พร้อมสำหรับการทำงานในวันต่อไป

อ่านหนังสือภาพถ่ายโดย Lina Kivaka จาก Pexels