ศึกฟุตบอล ฟรีเมียร์ลีกอังกฤษ หลังการกลับมา Restart เตะกันอีกครั้งยังมีประเด็นดราม่าร้อนฉ่าให้ติดตามกันทุกวัน เช่นเดียวกับนัดนี้ที่สนาม วิคาริจโรด เกิดปาฏิหาริย์ความมันส์ช่วงท้ายเกมเมื่อ วัตฟอร์ด vs เลสเตอร์ ซิตี้ มากระหน่ำสกอร์กันในช่วงทดเจ็บ 2 ประตูรวด เริ่มจากนาที 90 เบน ชิลเวลล์ ลากเข้ากรอบเขตโทษทางฝั่งซ้ายตะบันเสียบมุมเข้าไปแบบสุดสวย ก่อนที่ช่วงทดเจ็บนาที 90+3 จากลูกเตะมุมบอลมาเข้าทาง เคร็ก ดอว์สัน ตีลังกาซัดระยะเผาขน แคสเปอร์ ชไมเคิล พุ่งปัดไม่ทัน ทำให้วัตฟอร์ดแบ่งแต้มไปแบบเจ็บแสบ เก็บไปอีก 1 คะแนนขยับขึ้นไปอันดับ 16 ของตารางห่างโซนตกชั้นแค่ 1 คะแนน ส่วนเลสเตอร์มีเพิ่มเป็น 54 คะแนน ยังอยู่ในพื้นที่ลุ้นไปลุยบอลยุโรปถ้วยใหญ่ เราจะมาวิเคราะห์กันว่าเกิดอะไรขึ้นในเกมนี้บ้าง

เจมี วาร์ดี้นัดนี้ แบรนดอน ร็อดเจอร์ส ขนชุดเกือบจะดีที่สุดของเลสเตอร์มาเยือนแบบเต็มพิกัด ขาดเพียงแบ็คขวา ริคาร์โด้ เปเรยร่า ที่ยังบาดเจ็บ ต้องส่งเจ้าหนูดาวรุ่งวัย 22 ปี เจมส์ จัสติน ลงสนาม จัดทัพในระบบ 4-1-4-1 ตัวหลักยังอยู่กันครบ โซยุนซู ยังประจำการเกมรับคู่กับ จอนนี่ อีแวนส์ แผงกองกลาง วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ , ยูริ ตีเลอมองส์ และ เจมส์ แมดดิสัน ลงสนามกันพร้อมหน้า เจมี่ วาร์ดี้ ดาวซัลโวประจำทีมลงล่าตาข่ายเหมือนเดิม

Advertisement

Advertisement

ส่วนทางด้าน วัตฟอร์ด ของ ไนเจล เพียร์สัน อดีตลูกหม้อของเลสเตอร์ สถานการณ์ไม่สู้ดีอยู่ติดโซนตกชั้น จัดทัพในระบบ 4-2-3-1 หลังพิงฝาจำเป็นต้องเปิดหน้าสู้ ส่งศูนย์หน้าตัวเก่ง ทรอย ดีนีย์ ลงล่าตาข่าย แนวรับมี เคร็ก ดอว์สัน กับ คริสเตียน กาบาเซเล่ โดยมี อับดุลลาย ดูกูเร่ ขับเคลื่อนเกมในแดนกลาง

รูปเกมโดยรวมส่วนใหญ่เป็นทางฝั่งทีมเยือนทำเกมรุกได้มากกว่า เป็นฝ่ายครองบอลเกือบทั้งเกม 68.3 เปอร์เซ็นต์ มีโอกาสยิง 15 ครั้ง ตรงกรอบ 2 ครั้ง มากกว่าวัตฟอร์ดที่ทั้งเกมครองบอลได้ 31.7 เปอร์เซ็นต์ มีโอกาสง้างเท้ายิง 8 ครั้ง ตรงกรอบ 4 ครั้ง โอกาสของวัตฟอร์ดส่วนใหญ่จะเน้นโจมตีแบ็คทั้ง 2 ข้างของเลสเตอร์ โดยเฉพาะทางฝั่ง เจมส์ จัสติน ดูจะโดนเจาะเน้นเป็นพิเศษ ส่วนลูกทีมของ แบรนดอน ร็อดเจอร์ส เน้นความคล่องตัวของแผงแดนกลางคุมเกมตรงกลางได้แบบอยู่หมัด มีโอกาสวางบอลงาม ๆ ให้วาร์ดี้ได้หลุดหลายครั้ง แต่ต้องชมแผงหลังของวัตฟอร์ดโดยเฉพาะ เคร็ก ดอว์สัน ที่วันนี้รับมือกับแนวรุกเลสเตอร์ได้เป็นอย่างดี เราจะมาเจาะผลงานผู้เล่นของทั้งสองทีมว่าผลงานจะเด็ดดวงกันแค่ไหน

Advertisement

Advertisement

จังหวะดีใจของวัตฟอร์ดเลสเตอร์ ซิตี้

ผู้รักษาประตู

แคสเปอร์ ชไมเคิล 9.5 : เซฟลูกยิงจะจะของ อับดุลลาย ดูกูเร่ ในครึ่งแรกได้ 1 ครั้ง ก่อนที่ครึ่งหลังปฏิเสธจังหวะหลุดเดี่ยวของ อิสไมล่า ซาร์ แถมยังโชว์ลูกเปิดยาวสวย ๆ จากกรอบเขตโทษได้หลายครั้ง ส่วนจังหวะที่เสียประตูมาจากระยะเผาขน ฟอร์มโดยรวมทั้งเกมไม่มีผิดพลาด เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่โชวืฟอร์ได้ดีที่สุดในวันนี้

Advertisement

Advertisement

กองหลัง

เบน ชิลเวลล์ 8.0 : เป็นหนึ่งในเป้าหมายการเจาะแบ็คทั้งสองข้าง ฟอร์มมีปัญหาต่อเนื่องมาตั้งแต่ก่อนพักโควิด วันนี้ยังมีจังหวะพลาดในเกมรับให้เห็น ยังดีที่เป็นผู้ยิงประตูสุดสวยขึ้นนำให้เลสเตอร์ เลยกลายเป็นพระเอกท้ายเกม แต่ฟอร์มโดยรวมไม่นับลูกได้ประตูยังคงเป็นปัญหาสำหรับแนวรับเลสเตอร์

เจมส์ จัสติน 7.5 : ยังคงต้องใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์อีกนิด วันนี้เกมรับพอมีหลุดเป็นประปรายแต่ไม่ถึงกับน่าเกลียดอะไร ถึงแม้จะมีจังหวะ โรแบร์โต้ เปเรย์ร่า พาทัวร์บ้างแต่ยังเอาอยู่ แต่การเติมเกมรุกยังประสานงานกับเพื่อนได้ไม่ดีพาบอลไปเสียตรงกลางบ่อย ทำให้จังหวะสวนกลับของทีมสะดุดหลายครั้ง ทำให้กลบผลงานโดยรวม

โซยุนซู 9.0 : ยังเป็นหัวใจเกมรับอย่างแท้จริง ตามประกบ ทรอย ดีนีย์ ได้ตลอดทั้งเกมส์ ยังขึ้นไปกดดันลูกตั้งเตะได้ดีเหมือนเคย

จอนนี่ อีแวนส์ 8.5 : ยังถือเป็นส่วนสำคัญในเกมรับ มีพลาดจังหวะเสียตำแหน่งให้ อิสไมล่า ซาร์ หลุดเดี่ยวในครึ่งหลัง ท้ายเกมมีล้าให้เห็นบ้าง

กองกลาง

วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ 9.5 : ยังฝากผีฝากไข้ในตำแหน่งกลางรับของทีมได้เหมือนเดิม เล่นเอา อับดุลลาย ดูกูเร่ กลางรุกของวัตฟอร์ดหายไปจากเกมเป็นพัก ๆ วางบอลยาวสวย ๆ หลายจังหวะ เป็นพระเอกของเลสเตอร์ในวันนี้อย่างแท้จริง

ยูริ ตีเลอมองส์ 7.5 : ฟอร์มใช้ได้ในครึ่งแรก แต่ดูจะยุบในครึ่งหลังจนถูกเปลี่ยนตัวออก ต้องให้เวลาปรับสภาพความฟิตกันสักนิด

เจมส์ แมดดิสัน 8.0 : ได้โอกาสซัดในช่วงต้นเกม มีจังหวะวางบอลงาม ๆ ให้วาร์ดี้ในครึ่งแรกหลุดเดี่ยว ครึ่งหลังยังถือว่ามีความฟิตใช้ได้ พาบอลไปกดดันหน้าประตูได้หลายครั้งสร้างความปั่นป่วนให้กับคู่เซ็นเตอร์วัตฟอร์ด

ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ 7.0 : เป็นอีกคนที่ดูจะมีปัญหาเรื่องของความฟิต ดูจะมีปัญหากับการไล่เบียดแย่งบอล อิสไมล่า ซาร์ ไม่สามารถแบกรับภาระขึ้นเกมส์ทางฝั่งซ้ายจนถูกเปลี่ยนตัวออกไปเป็นคนแรกตั้งแต่นาที 65

มาร์ค อัลไบรท์ตัน 8.0 : ดูจะเงียบในครึ่งแรก มาวูบวาบหลังจาก เดมาไร เกรย์ ถูกเปลี่ยนลงสนามมีโอกาสยิงชนเสาในนาที 75 ประสานงานกับเกรย์งาม ๆ ได้หลายครั้ง ขออัพคะแนนให้ในช่วงท้าย ถึงแม้จะถูกเปลี่ยนตัวออกไปนาที 83 แต่ถือว่ามีบทบาทสำคัญ

กองหน้า

เจมี่ วาร์ดี้ 7.5 : วันนี้กดดันแนวรับได้เป็นพัก ๆ มีโอกาสหลุดเดี่ยวงาม ๆ ในครึ่งหลังแต่ไม่เป็นประตู มีหายจากเกมบ้าง ขอให้คะแนนจากความพยายามกดดันแนวรับเพียงแต่วันนี้ยังไม่ใช่วันของวาร์ดี้

ตัวสำรอง

เดมาไร เกรย์ 8.5 : มีเวลาอยู่ในสนาม 40 นาทีรวมทดเวลา แต่สร้างความวูบวาบให้กับแนวรุกอย่างเห็นได้ชัด เป็นจุดเริ่มในการเปิดบอลให้ เบน ชิลเวลล์ ได้ประตู เสียดายลงมาช้าไปนิด ไม่อย่างนั้นคงต้องอัพคะแนนเพิ่มให้

ฮัมซ่า เชาดูรี่ , เคเลชี อิเฮียนาโช : มีเวลาอยู่ในสนามคนละประมาณ 20 นาที ขอใช้คำว่าเวลาที่อยู่ในสนามผลงานยังไม่เด่นชัดมากพอ ขอให้แบบกลาง ๆ คนละ 7.0

จังหวะยิงประตูของวัตฟอร์ดวัตฟอร์ด

ผู้รักษาประตู

เบน ฟอสเตอร์ 9.0 : ถ้าจะหาคำตอบว่าใครที่ทำให้วัตฟอร์ดไม่แพ้ ต้องบอกว่าคนนี้แหละ ที่โชว์เซฟงาม ๆ จากจังหวะหวดเต็มข้อของ เจมส์ แมดดิสัน ถึงแม้หลายจังหวะผู้เล่นเลสเตอร์จะยิงพลาดเป้าไปเอง แต่ขอให้เครดิตในการออกมากดดันปิดมุม การยืนตำแหน่งวันนี้ยอดเยี่ยม ส่วนลูกที่เสียประตูถือว่าสุดปัญญา

กองหลัง

เคร็ก ดอว์สัน 8.7 : เป็นพระเอกตีลังกายิงตีเสมอช่วงทดเวลา ผลงานโดยรวมประสานงานกับ คริสเตียน กาบาเซเล่ รับมือกับวารืดี้ได้เป็นอย่างดี มีจังหวะพลาดหลุดเดี่ยวบ้าง เคลียร์บอลได้หลายจังหวะ แต่ลูกตีลังกายิงมันติดตา ขอให้เครดิตเป็นแนวรับที่เด่นที่สุดของวัตฟอร์ดวันนี้

คริสเตียน กาบาเซเล่ 8.5 : ถ้าให้เครดิต เคร็ก ดอว์สัน ก็สมควรให้เครดิตเค้าด้วย รับมือแนวรุกเลสเตอร์ได้เป็นอย่างดี มีจังหวะขึ้นไปกดดันลูกตั้งเตะหน้าประตูเลสเตอร์ได้สวย ๆ

อดัม มาซิน่า 6.7 : มีปัญหายืนตำแหน่งเปิดช่องให้กลางของเลสเตอร์วางบอลยาวสวย ๆ เข้ามาในพื้นที่ ตัวต่อตัวกับผู้เล่นเลสเตอร์ดูจะเสียเปรียบ จนสุดท้ายโดนเปลี่ยนตัวออกในครึ่งหลัง

กิโก้ เฟมิเนีย 6.5 : เป็นอีกหนึ่งตำแหน่งที่เปิดช่องให้วาร์ดี้มีพื้นที่สปีดรับบอล โดยเฉพาะในช่วงท้ายหลังจาก เดมาไร เกรย์ ลงสนามดูสภาพความฟิตจะมีปัญหาในการรับมือ เบน ชิลเวลล์

กองกลาง

วิลล์ ฮิวจ์ส 6.7 : ลงมาในตำแหน่งกลางรับร่วมกับ เอเตียน กาปู แต่ยังเห็นปัญหาเมื่อต้องเจอกับกลางเลสเตอร์ มีหลุดให้เห็นเป็นระยะ

เอเตียน กาปู 6.5 : ช่วงท้ายออกอาการยุบให้เห็น ถูก เจมส์ แมดดิสัน พาทัวร์บ่อย ๆ จนต้องถูกเปลี่ยนตัวออก

อิสไมลา ซาร์ 7.5 : ดูดีที่สุดในแผงแนวรุกของวัตฟอร์ด มีโอกาสหลายครั้งโดยเฉพาะในช่วงต้นครึ่งหลังที่ยิงไปติดมือ แคสเปอร์ ชไมเคิล มีโอกาสสร้างความกดดันได้หลายครั้งในเกม เกือบสร้างโอกาสให้ ทรอย ดีนี่ย์ โหม่งประตูในครึ่งหลัง

โรแบร์โต่ เปเรยร่า 6.7 : ดูจะเงียบไปนิด สภาพความฟิตดูแผ่ว ๆ จนถูกเปลี่ยนตัวออกไปเป็นคนแรก

อับดุลลาย ดูกูเร่ 7.0 : มีโอกาสยิงแบบชัดเจนในครึ่งแรกแต่ไม่เป็นประตู พอมีโอกาสพาบอลไปกดดันผู้เล่นแนวรับบ้างเป็นครั้งคราว แต่ก็หายจากเกมบ่อย ๆ

กองหน้า

ทรอย ดีนีย์ 7.5 : มีโอกาสโหม่งทำประตูในช่วงครึ่งหลัง ผลงานโดยรวมแม้จะเงียบไปนิดแต่ก็ยังพอสร้างความกดดันได้ มีโอกาสอยู่ในสนามจนจบเกม เรี่ยวแรงถือว่าช่วยทีมได้

ตัวสำรอง

แดนนี่ เวลเบ็ค , ทอม เคลฟเวอรี่ , เนธาเนี่ยล ชาโลบาห์ , เอเดรียน มาริอัปปา , โฮเซ โฮเลบาส : ถูกส่งลงสนามหลังนาที 70 ถือว่าลงมาเคาะสนิม มีเพียง โฮเซ โฮเลบาส ที่มีบทบาทในการเปิดลูกเตะมุมจนเป็นประตูตีเสมอ แต่ฟอร์มโดยรวมแล้วยังถือว่าผู้เล่นที่ลงมายังไม่ได้สร้างผลงานเด่น หรือสร้างความแตกต่างมากนัก และเป็นช่วงเวลาที่เลสเตอร์บุกกระหน่ำในช่วงท้าย

จากผลเสมอในนัดนี้ทำให้ทั้งคู่อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก วัตฟอร์ดมี 28 คะแนนขยับไปอันดับ 16 แต่แต้มห่าง บอร์นมัธ โซนตกชั้นเพียง 1 คะแนน แถมยังแข่งน้อยกว่า 1 นัด ยังคงต้องดิ้นรนหนีตกชั้นต่อไป ส่วนเลสเตอร์ดูจะสบายตัวกว่าเพราะเก็บเพิ่มเป็น 54 คะแนน แต้มห่างแมนยูฯ อันดับ 5 ถึง 8 คะแนน ใครที่พลาดชมการถ่ายทอดสดในนัดนี้ สามารถรับชมไฮไลท์การแข่งขันย้อนหลังจากทรูวิชั่นได้ที่นี่ คลิก! และติดตามข่าวสารวงการฟุตบอล , โปรแกรมถ่ายทอดสด รวมถึงกีฬาน่าสนใจได้ทางเพจ TrueVisions และ True Sports ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการรับชมฟุตบอล และวันหน้ามาติดตามเรื่องราวดี ๆ กันแบบนี้ได้ใหม่ครับ..


ภาพประกอบจาก sport.trueid.net