หอบพาเรี่ยวแรงที่หลงเหลือจากการทำงานตลอดทั้งสัปดาห์ แบกเป้ออกเดินทางชาร์ตพลังกายกับกล้องคู่ใจกันที่ “ทุ่งรังสิต”สถานที่ที่เต็มไปด้วยความสุขของการพบปะเพื่อนใหม่ และความลับของสวนส้มออร์แกนิค

แดดยามเช้าอาบไล่ผิวถนน รถเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ ทุ่งรังสิต คลอง 13 ต.หนองสามวัง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี บรรยากาศวิวริมทางที่ขับลัดเลาะตามริมคลองยังเป็นภาพที่ไม่ค่อยมีเค้าโครงความเป็นชุมชนชาวไร่ชาวสวนมากนัก แต่พอมีจุดสังเกตอยู่บ้างตามริมถนนข้างทางที่ปรากฏเพิงร้านขายส้มลูกงามสีสันฉูดฉาดอยู่ประปราย

เส้นทางสู่สวนส้มเกษตรกลุ่ม “ปิ่นโตเกษตรอินทรีย์” มีจุดสังเกตคือวัดพิชิตปิตยาราม ขับเทียบและเลี้ยวซ้ายเข้าซอยข้างวัด ตรงไปประมาณ 2 กิโลเมตรก็จะถึงยังจุดหมายปลายทาง

ระหว่างทางพลางนึกถึงความหอมหวานของส้ม คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้ค่อย ๆ ลิ้มรสอันสดชื่นละลายลำคอที่แห้งผากราวผุยผงได้ชุ่มฉ่ำอีกครั้ง ยิ่งได้รู้ว่าเป็นส้มสดจากสวนที่ปลอดสารเคมียิ่งเพิ่มความอยากจนน้ำลายแถบไหลย้อยแต่ต้องเก็บอาการไว้ตลอดทาง

บรรยากาศเดินลัดเลาะรอบคลองในยามเช้าต่างจากวิวทุกวันที่พบเจอ ได้สูดไอดินกลิ่นหญ้าชื้นลอยปนอากาศ เดินชิวตัวปลิวดื่มด่ำกับความงามของสวนส้มแบบฉบับออร์แกนิค ถือว่าเป็นทริปที่คุ้มค่าหลักล้าน  เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาวิวทิวทัศน์แบบชาวสวนเกษตร ในบริเวณที่ห่างจากกรุงเทพมหานครเพียงปลายจมูก

รอยยิ้มหวาน ๆ จากชาวสวนส้มออร์แกนิคโครงการ “ปิ่นโตเกษตรอินทรีย์” รอต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นมิตร ชาวบ้านที่นี่เริ่มทริปด้วยการให้ความรู้เรื่องการทำเกษตรแบบอินทรีย์ ถือเป็นการได้ความรู้ติดไม้ติดมือกลับบ้านไปด้วยเป็นของแถมระหว่างทาง

ภูมิปัญญาพื้นบ้านและความรู้ทางวิทยาศาสตร์ถูกนำมาคลุกเคล้าให้เข้าจนเป็นกรรมวิธีการปลูกส้มที่ไร้สารเคมีอย่างแท้จริง

ปุ๋ยที่ใช้ปลูกเป็นปุ๋ยน้ำหมักจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ตลอดจนการกำจัดศัตรูพืชก็ใช้ธรรมชาติอย่างการฉีดพริกแกงหรือสมุนไพรไล่แมลง  จึงมั่นใจได้ว่าส้มไม่มีสารเคมีเจือปนอย่างแน่นอน “จะหาส้มออร์แกนิคดี ๆ ได้จากที่ไหนถ้าไม่ใช่ที่นี่” พลางคิดพลางฟังขณะที่ชาวบ้านกำลังอธิบายให้ความรู้

สวมบทเป็นชาวไร่ส้ม

 

ชั่วโมงแห่งการสวมบทบาทชาวไร่ส้มได้เริ่มขึ้น หลังจากการให้ความรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์จบลง จุดขายที่นี่คือการล่องเรือเก็บส้มด้วยตนเอง หมวกสานปีกกว้างจากใบมะพร้าวที่ชาวบ้านทำเพื่อเป็นของที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยวถือเป็นที่ถูกอกถูกใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งสาว ๆ นักเดินทางที่ดูจะชอบสินน้ำใจที่ชาวบ้านมอบให้เป็นพิเศษ

นอกจากนี้ตะกร้าสานไม้สุดเก๋ ยังถูกนำมาแจกจ่ายให้กับนักท่องเที่ยวเพื่อใช้เป็นพร็อพเสริมในการเก็บส้ม เมื่อคนพร้อมอุปกรณ์พร้อมการล่องเรือรอบคลองสวนส้มจึงได้เริ่มขึ้น อีกหนึ่งไอเดียสุดเก๋คือการนำฟางหญ้าอัดก้อนหนามาเป็นเบาะนั่งเสริมให้กับนักท่องเที่ยวภายในเรือ ยิ่งเพิ่มสีสันและบรรยากาศแบบชาวสวน

สาวกคลั่งไคล้ส้มห้ามพลาดเพราะที่นี่เขามีกิจกรรมเก็บส้มออร์แกนิคระหว่างล่องเรือ ที่การันตีความสดใหม่ ปลอดสารพิษ ด้วยการเด็ดกินกันแบบสด ๆ เรียกว่า “สดจากต้นถึงมือผู้บริโภค” 

ชิมส้มท่ามกลางบรรยากาศสวนสีเขียวร่มรื่นกว่า 8 ไร่ ผ่านเส้นทางคลองเดินเรือที่มีชาวบ้านผู้ชำนาญการคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ต้มส้มชูกิ่งก้านใบแตกแขนงบางต้นงอกเงยยื่นออกฝั่งคลอง โชว์ความงามอวดสู่สายตานักท่องเที่ยว

ส้มลูกโตสีเขียวอมส้มผิวตึงแน่นเย้ายวนใจปรากฏอยู่ทั่วสวนสร้างความตื่นเต้นตลอดเส้นทางสายคลอง

ขอแนะนำว่าอย่าหลง “ชมชิม ช็อป” จนพลาดถ่ายภาพสวย ๆ ไปลงโซเชียลอวดเพื่อน ๆ เพราะที่นี่วิวและบรรยากาศไม่ว่ามุมไหนก็ดูเก๋! ดูแพง! ไปหมด

Local Food ฉบับปิ่นโตอินทรีย์

ท้ายสุดจบทริปด้วยอาหารสุดว้าวฉบับปิ่นโตอินทรีย์ ที่เสิร์ฟมาแบบปิ่นโตย้อนวัยคงความเป็นวิถีชาวไร่ชาวสวน ที่ภายในอัดแน่นด้วยเมนูอาหารท้องถิ่นที่ถูกบรรจุมาแบบจัดเต็ม! การันตีรสชาติสุดแซ่บ! ไม่ผิดหวังแน่นอน ทั้งปลาทอด แกงส้มผักรวม ลาบปลาดุก ตบท้ายด้วยข้าวเหนียวหน้ากลอย ขนมโบราณหากินยาก และล้างปากด้วยส้มออร์แกนิคที่เราเด็ดสด ๆ จากต้น อร่อยแบบภัตตาคารบ้านทุ่งเชียวล่ะ  

และห้ามพลาดกับการซื้อของที่ระลึกติดไม้ติดมือจากชุมชน ขอบอกว่าราคาและคุณภาพสุดแสนประทับใจ หรือใครอยากจัดของฝากเก๋ ๆ ไปฝากผู้ใหญ่หรือคนรู้ใจขอแนะนำตะกร้าสานน่ารัก ๆ ฝีมือชาวบ้านชุมชนแห่งนี้กับส้มอินทรีย์แมทช์เข้ากันเป็นตะกร้าส้มน่ารัก ๆ ที่ใครได้รับเป็นต้องถูกอกถูกใจทุกราย………