มีคุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจจะกำลังประสบปัญหา ลูกน้อยไอระหว่างเข้านอน ทำให้ลูกของท่านไม่สามารถนอนได้อย่างสบาย ซึ่งอาการไอดังกล่าวอาจจะเป็นผลพ่วงมาจากการที่คุณของลูกติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เช่น เชื้อไวรัสหวัด  หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า Common Cold

Cold                                                                   ภาพโดย Augusto Ordonez จาก Pixabay 

     โดยส่วนมากคุณพ่อคุณแม่ก็อาจจะแก้ไขปัญหาโดยการไปพบแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อรับยาแก้ไอมาบรรเทาอาการไอดังกล่าว อย่างไรก็ตามไม่เพียงแค่ยาแผนปัจจุบันเท่านั้น วันนี้ สีไม้ จะมาขอนำเสนอตัวช่วยจากธรรมชาติแท้ๆ หาก็ง่ายแถมไม่มีสารเคมีผสม บอกเลยว่าประสิทธิภาพนี้ไม่แพ้ยาแผนปัจจุบันกันเลยทีเดียว โดยพระเอกในงานนี้ของเราก็คือ น้ำผึ้ง!

Bee

                                                                           ภาพโดย PollyDot จาก Pixabay

Advertisement

Advertisement

     จากเอกสารวิชาการของคุณ G. Michael Allan เมื่อปี ค.ศ. 2014 ได้กล่าวถึงประสิทธิภาพของน้ำผึ้งว่ามีความสามารถในการลดอาการไอในระหว่างการนอนของเด็กที่มีอายุมากกว่า 1 ปีขึ้นไป และส่งผลให้ตัวเด็กนั้นสามารถนอนหลับได้อย่างสบายมาก โดยปริมาณที่สามารถให้คุณลูกรับประทานได้นั้นอยู่ที่ 2.5 ถึง 10 มิลลิกรัม หรือประมาณ ครึ่งช้อนชา ถึง 2 ช้อนชา วันละ 1 ครั้งเท่านั้น โดยให้รับประทานในช่วงเวลาก่อนที่คุณลูกจะเข้านอน    

Spoon Of Honey                                                                      ภาพโดย Steve Buissinne จาก Pixabay 

     อย่างไรก็ตามจากข้อมูลดังกล่าวไม่แนะนำให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 1 ปี รับประทาน เนื่องจากข้อมูลทางงานวิจัยนี้ยังไม่รองรับ เพราะฉะนั้นปลอดภัยไว้ก่อน ยังไม่ควรให้รับประทานกันนะ

Advertisement

Advertisement

     ฟังเช่นนี้รู้อาจจะรู้สึกว่า โอโห ทำไมมันช่างดีอะไรเช่นนี้ ของจากธรรมชาติใกล้ตัวเรา แต่ก็อยากจะเตือนทุกคนให้นึกอยู่เสมอว่า อาหารหรือสิ่งที่เราเอาเข้าปากของเราไปนั้น แม้ว่าจะเป็นสิ่งเดียวกันแต่ก็ใช่ว่าจะออกฤทธิ์ดีประสิทธิภาพเลิศเหมือนกันทุกคน จะชี้ให้เห็นว่าแต่ละคนนั้นสามารถตอบสนองต่อสิ่งที่เรารับประทานเข้าไปได้ไม่เหมือนกัน บางคนตอบสนองมากบางคนตอบสนองน้อย สิ่งที่เราต้องทำก็คือ สังเกตุให้มากๆ ว่าหลังจากที่เรารับประทานอะไรเข้าไปแล้วส่งผลดีขึ้นหรือแย่ลงอย่างไร อะไรที่ช่วยเราได้และปลอดภัยต่อร่างกายเราก็สามารถเลือกพิจารณารับประทานได้ แต่ก็ทานให้เหมาะสม ทานมากไปก็ไม่ดี ทานน้อยไปก็ไม่เห็นผล

*** ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิง ***

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3928210/#b71-1860190

Advertisement

Advertisement

https://pixabay.com/images/id-2073290/ (ภาพปก)