เวลาทุกนาทีที่เดินไป ภัยร้ายใกล้ตัวคุณก็เข้ามาใกล้ทุกที คุณอาจจะมองไม่เห็นมันแต่เราเชื่อว่าคุณสัมผัสมันได้ หนึ่งในตัวร้ายของสภาวะโลกร้อนนี้นั้นก็คือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เหตุใดที่ก๊าซที่เราทุกคนเข้าใจว่าไม่เป็นพิษหรืออันตรายต่อมนุษย์ ไร้สี ไร้กลิ่น กลับกลายมาเป็นปัญหาที่มนุษย์เราต้องกังวล นั่นก็เพราะว่าเจ้าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นี้ มีความสามารถในการดูดซับความร้อนไว้ในตัวของมันได้

เสื้อหลายชั้นพูดให้ฟังง่ายๆ ก็คือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก็เป็นเสมือนเสื้อผ้า ที่คอยห่อหุ้มโลกที่เปรียบดั่งร่างกายมนุษย์ ทุกคนลองนึกถึงเวลาที่คนเราอยู่ในห้องอุณหภูมิเดียวกัน คนที่ใส่เสื้อ 5 ชั้น ก็ย่อมร้อนกว่าคนใส่เสื้อ 2 ชั้น ดังนั้นหากโลกของเรามีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มากขึ้นก็ไม่แปลกที่โลกของเราจะอุ่นขึ้นเรื่อยๆ
กราฟแสดงปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (ppm) รายปี (ปี) จาก NOAA

                                กราฟแสดงปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (ppm) รายปี (ปี) - - ขอขอบคุณข้อมูลจาก NOAA

Advertisement

Advertisement

จากข้อมูลของทาง NOAA พบว่าปัจจุบันปี ค.ศ. 2020 เดือนมกราคม ค่าปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ณ ฮาวาย อยู่ที่ 413 ppm ซึ่งมากกว่าปีที่ผ่านอยู่ 3 ppm และมากกว่าค่าเมื่อ 50 ปีที่ผ่านมาอยู่ถึง 88 ppm การเพิ่มขึ้นของปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างต่อเนื่องนั้นเป็นสัญญาณที่ไม่ดีนัก เนื่องจากอย่างที่พวกเรารู้กัน อากาศร้อนไปคนก็อยู่ไม่ได้ ร้อนตับแตก ร้อนกันจนเป็นลม บางรายถึงขั้นเสียชีวิต นอกจากนี้อากาศยิ่งร้อนขึ้น น้ำแข็งขั้วโลกก็ยิ่งละลาย น้ำแข็งละลาย ปริมาณน้ำทะเลก็สูงขึ้น ก่อให้เกิดภาวะน้ำทะเลหนุนได้ง่าย ส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย อาทิเช่น ปัญหาน้ำบริโภคเค็มหรือกร่อย และปัญหาน้ำท่วม เป็นต้น ไม่เพียงเท่านี้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มากเกินไปในชั้นบรรยากาศยังสามารถละลายลงสู่น้ำทะเลได้ ซึ่งจะทำให้น้ำทะเลมีความเป็นกรดเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ชีวิตของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลนั้นถูกรบกวน โดยที่พวกสัตว์ทะเลเหล่านี้ไม่ได้ก่อปัญหานี้ขึ้นมา

Advertisement

Advertisement

อย่างไรก็ตามทุกอย่างเริ่มได้ที่มือเรา เราสามารถช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม ต้านภัยโลกร้อนได้ ตัวอย่างเช่น

หยุดตัดหยุดการตัดไม้ทำลายป่า อย่าให้ความเห็นแก่ตัวที่ไม่จำเป็นของเราต้องเบียดเบียนชีวิตอื่นๆ บนโลก อย่าให้ความโลภในเฟอร์นิเจอร์ไม้หรูราคาแพง หรือความมักง่ายในการทิ้งขยะก้นบุหรี่ ต้องแลกมากับต้นไม้นับพันนับหมื่นที่เสมือนเป็นบ้านทั้งหลังของสัตว์น้อยใหญ่มากมาย และถ้าจะให้ดีเราควรปลูกป่า ปลูกต้นไม้ ทดแทนในส่วนที่มนุษย์เราเคยทำลายไปในอดีต เพราะต้นไม้คือเครื่องมือวิเศษเพียงอย่างเดียวที่โลกมีในการเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้กลับมาเป็นก๊าซออกซิเจนบริสุทธิ์ 

Advertisement

Advertisement

No Fire

หยุดการเผา ไม่ว่าจะเป็นการเผาขยะหรือสิ่งของต่างๆ เพราะการเผานั้นจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาในปริมาณมาก โดยเราอาจจะต้องหาวิธีการจัดการอื่นๆ เข้ามาทดแทน เช่น การนำกลับมาใช้ซ้ำ การรีไซเคิล หรือหากไม่มีทางเลือกจริงๆ หากจำเป็นต้องทำลายก็อาจจะใช้วิธีการฝังกลบ เป็นต้น นอกจากนี้การเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตเล็กๆ ก็อาจจะเป็นช่วยลดปริมาณการเผาลงได้โดยอ้อม เช่น การใช้ถุงผ้า ไม่ใช้ถุงพลาสติก เมื่อปริมาณถุงพลาสติกลดลง ปริมาณขยะก็น้อยลง การเผาเพื่อทำลายขยะ ก็จะลดลงเป็นผลตามกันไป

ECarยานพาหนะไฟฟ้า ช่วยคุณได้ ในยุคใหม่ที่กำลังจะเข้ามานั้น รถยนต์ไฟฟ้า รถไฟฟ้า จักรยานไฟฟ้า รวมถึงยานพาหนะที่ไม่ใช้เครื่องยนต์สันดาป และไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นผลผลิตจากการเผาไหม้น้ำมันเชื้อเพลิงออกมา จะเป็นโซลูชั่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเอามากๆ ควรค่าแก่การครอบครอง

สุดท้ายนี้ก็อยากจะเตือนเพื่อนๆ ทุุกคนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวทุกคน ถ้าเรามั่วคิดว่า หยวนๆ นิดหน่อยเอง คนอื่นก็ทำ เดี๋ยวก็มีคนมาแก้ไขปัญหาได้เอง บอกเลยว่าพวกเรากำลังทำผิดพลาดครั้งใหญ่ เพราะสภาวะโลกร้อนนี้เป็นภัยเงียบ เปรียบเสมือนภูเขาไฟที่รอวันปะทุ ยามที่มันสะสมพลังงานไว้จนถึงขีดสุดแล้ว และเมื่อถึงเวลานั้นมันก็จะปลดปล่อยพลังทำลายล้างมหาศาลออกมาโดยที่คุณมิอาจจะเอาชนะหรือป้องกันมันได้ จะมาคิดเสียใจภายหลังก็ไม่ทันเสียแล้ว 

End

*** ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก ***

https://www.climate.gov/news-features/understanding-climate/climate-change-atmospheric-carbon-dioxide