เมื่อมีอายุมากขึ้นความสามารถเผาผลาญอาหารของร่ายกายก็ลดลงตามลำดับ ดังนั้นแม้เราจะระวังกันแล้ว แต่มันก็เหมือนกับว่ากินอะไรไปนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ช่างอ้วนง่ายเสียเหลือเกิน ยิ่งเมื่อเลข 40 มาเยือน กินอะไรไปหน่อยพุงน้อย ๆ ก็คอยแต่จะยื่นออกมา ทำให้เกิดความวิตกกังวลในกลุ่มของหนุ่มใหญ่สาวใหญ่จนเกิดความเครียดไปตาม ๆ กัน

 

                หนึ่งในวิธีลดน้ำหนักที่นิยมกัน คือ “การนับแคลอรี่ในอาหาร” แคลอรี่ คือหน่วยวัดพลังงาน เกิดจากการที่ร่างกายเผาผลาญอาหารที่เรากินเข้าไปให้เป็นพลังงานเพื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ ในแต่ล่ะวัน หลักการลดน้ำหนักแบบนับแคลอรี่ คือ กินให้น้อยกว่าที่จะใช้ ให้ปริมาณอาหารที่กินเข้าไปมีปริมาณแคลอรี่น้อยกว่าที่ร่างกายจะใช้ในแต่ล่ะวัน แต่ถ้ากินมากกว่าที่จะใช้ส่วนที่เหลือก็จะเก็บสะสมเป็นไขมันในร่างกาย ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น ทำให้อ้วน

Advertisement

Advertisement

ภาพประกอบที่ 1

                การนับแคลอรี่จึงช่วยให้เราสำรวจตัวเอง ช่วยในการวางแผนว่าอาหารที่เรากินเข้าไปให้พลังงานมากน้อยแค่ไหน และควรจะปรับควบคุมอาหารในแต่ละมื้ออย่างไร รวมทั้งเราควรออกกำลังกายมากน้อยเพียงใดเพื่อเผาผลาญอาหารเหล่านั้นให้หมดไป

 

                ปริมาณแคลอรี่ที่เหมาสมในแต่ละวันจะขึ้นอยู่กับเพศ อายุ กิจกรรมในแต่ละวัน โดยเฉลี่ยแล้วผู้หญิงจะต้องกินอาหารเพื่อให้ได้พลังงาน 2,000 แคลอรี่ต่อวัน เพื่อที่จะคงน้ำหนักเดิม และต้องกินอาหารให้ได้ 1,500 แคลอรี่ต่อวัน เพื่อที่จะให้น้ำหนักตัวลดลง 1/2 กิโลกรัมต่อ 1 สัปดาห์

 

                ส่วนผู้ชายต้องกินอาหารให้ได้ 2,500 แคลอรี่ต่อวันเพื่อรักษาน้ำหนักเดิม และต้องกินอาหารให้ได้วันละ 2,000 แคลอรี่ เพื่อที่จะลดน้ำหนัก 1/2 กิโลกรัมภายใน 1 สัปดาห์

Advertisement

Advertisement

 

                แต่เพื่อให้เกิดความแม่นยำเราได้ใส่ลิงก์ตารางที่ช่วยคำนวณปริมาณแคลอรี่ที่ควรได้รับในแต่ละวัน เพื่อน ๆ สามารถกดเข้าไปดูได้ตามลิงก์นี้

 

                อย่างไรก็ตามวิธีการนับแคลอรี่มันก็มีความยุ่งยาก ยิ่งอาหารไทยที่มีความหลากหลาย ทั้ง ผัด ทอด ต้ม

แกง การจะวัดแคลอรี่ในอาหารแต่ละมื้ออาจทำให้หลายคนถอนใจ ยกเลิกการวัดกันไปเลย วันนี้เราจึงอยากแนะนำ

3 แอปพลิเคชัน ที่ใช้ช่วยวัดแคลอรี่ในอาหาร ได้แก่

ภาพประกอบที่ 2

ภาพประกอบที่ 3ตารางแคลอรี่ (rojer)

                อันนี้เป็นแอปของคนไทยค่ะ เป็นแอปที่ให้โหลดใช้ได้ฟรี ใช้งานง่าย กราฟิกสวย มีการแยกประเภทอาหารเป็นหมวดหมู่ชัดเจน ทั้งอาหารจานเดียว ต้ม ผัด ทอด แกง มีรายการอาหารไทยให้เลือกเยอะมาก แต่ที่ขอตินิดนึง คือ ข้อมูลไม่ค่อยละเอียดเท่าไหร่ ตัวอย่างเช่น ปลาทอดสามรส 1 ตัวกลาง ให้พลังงาน 470 Kcal แต่ไม่มีการบอกน้ำหนักของปลาที่แน่ชัด ซึ่งตรงนี้อาจจะทำให้ข้อมูลเรื่องแคลอรี่มันคลาดเคลื่อนได้ นอกจากนี้ยังมีเสียงบ่นจากผู้ใช้งานว่าโฆษณาเยอะ แต่อันนี้เราเข้าใจนะ แอปมันฟรีทำให้เจ้าของแอปต้องหาตังค์จากการโฆษณา ถ้าเราไม่อยากดูโฆษณาก็คงต้องเลือกใช้แอปที่เค้าคิดตังค์ เพื่อน ๆ จะเลือกแบบไหนก็เอาที่สบายใจก็แล้วกัน

Advertisement

Advertisement


ภาพประกอบที่ 4ภาพประกอบที่ 5CalTracker - สมุดบันทึกแคลอรี่

                อันนี้ก็เป็นแอปของคนไทยอีกเหมือนกัน ความน่าสนใจของแอปนี้ คือ มันรวมฟังก์ชันของการคำนวณแคลอรี่ในอาหารแต่ละประเภท กับแคลอรี่จากการออกกำลังกายแต่ล่ะชนิดเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งข้อมูลตรงนี้เราจะนำมาสรุปว่าในแต่ล่ะวันเราใช้แคลอรี่ไปมากหรือน้อยกว่าที่กำหนด ซึ่งจะช่วยในการวางแผนลดน้ำหนักได้ในอนาคต

ข้อเสียของแอปนี้คือมันไม่ฟรีค่ะ ดังนั้นถ้าต้องการใช้แอปแบบเต็มฟังก์ชั่นก็ต้องเสียเงินนะคะ


ภาพประกอบที่ 6ภาพประกอบที่ 7Calorie Counter - MyFitnessPal

                แอปนี้เป็นของต่างประเทศ ในแอปจะให้เรากรอกข้อมูล เช่น เพศ อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง กิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน และน้ำหนักที่เราอยากได้ เสร็จแล้วแอปก็จะคำนวณออกมาว่า ด้วยไลฟ์สไตล์แบบเรา เราควรกินอาหารให้ได้กี่แคลอรี่ต่อวันเพื่อที่จะลดน้ำหนักให้ได้ตามเป้า แอปนี้จะคล้ายกันกับแอปที่สองที่จะบอกปริมาณแคลอรี่ในอาหารแต่ล่ะชนิด และ บอกปริมาณแคลอรี่ที่ใช้ในการออกกำลังกายแต่ล่ะประเภท แต่ที่มีมากกว่า คือ แอปนี้ยังมีแพลนช่วยเน้นในเรื่องต่าง ๆ เช่น แพลนลดน้ำหนักใน 30 วัน แพลนทำให้ต้นขาเรียวภายใน 30 วัน นอกจากนี้ยังแจกเมนูอาหาร วีดีโอแนะนำการออกกำลังกายแบบต่าง ๆ เรียกได้ว่าในหนึ่งแอปนี้มีครบทุกเรื่องที่คุณต้องการเลยทีเดียว

                แต่เนื่องจากความครบครันของแอปนี้ มันจึงไม่ฟรีค่ะ นอกจากนี้เนื่องจากเป็นแอปนอก ฐานข้อมูลเรื่องอาหารไทยของแอปจึงมีไม่มากนัก เวลากดหาอาหารไทยบางชนิดก็ไม่พบข้อมูล เพื่อน ๆ อาจต้องใช้แอปนี้ร่วมกับแอปไทยตัวอื่นค่ะ

 

                การลดน้ำหนักไม่ใช่เรื่องง่าย แต่อย่างน้อยถ้าเราลงมือทำอย่างจริงจังโดยไม่เลิกไปกลางคันเสียก่อน ไม่ช้ามันก็ต้องสำเร็จ เพื่อน ๆ ลองเอาวิธีลดน้ำหนักแบบวัดแคลอรี่ไปใช้กันดูนะคะ เราเองก็เริ่มวันนี้เป็นวันแรก ถ้าได้ผลยังไงจะนำมาเล่าให้ฟังกันในโอกาสหน้าค่ะ


 

แหล่งข้อมูล

ภาพประกอบ

ภาพปก: ภาพสลัด, ภาพวัดเอว

ภาพประกอบที่1

ภาพประกอบที่ 2-7 เป็นผลงานของผู้เขียน

#การลดน้ำหนัก #วิธีลดน้ำหนัก #การนับแคลอรี่ #ลดน้ำหนักด้วยการนับแคลอรี่ #3แอปลดน้ำหนักยอดนิยม #วิธีลดน้ำหนักแบบได้ผลจริง #ลดน้ำหนักภายใน1เดือน