คัดลอกลิงค์

ความรู้

รู้ทันแฮกเกอร์ เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวมากขึ้น

145
小说❤
小说❤
|4 min read
อ่านบทความอื่นจาก 小说❤
แจ้งตรวจสอบ
รู้ทันแฮกเกอร์ เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวมากขึ้น

แฮกเกอร์คืออะไร แฮกเกอร์ก็เหมือนกับเชื้อราหรือวัชพืช ที่หากเราดูแลต้นไม้หรือทรัพย์สินของเราไม่ดี  แฮกเกอร์ก็มีโอกาสที่จะเข้ามาก่อกวน ทำลาย แกล้งให้เราสูญเสียชื่อเสียง สร้างความเสียหายให้กับเราได้ หนักสุดก็คือขโมยเงินของเราไปทั้งหมด

แฮกเกอร์บนโลกออนไลน์มีมานานแล้ว ตั้งแต่ยุคที่คอมพิวเตอร์ยังเป็นจอฟ้าเขียวอยู่เลย จนถึงยุคปัจจุบัน ผู้เขียนจำได้ว่าตอน ป.6 ผู้เขียนเคยถูกคนแฮกเข้าคอมพิวเตอร์ และปล่อยไวรัสใส่ตอนคลิกเข้าไปที่ลิงก์จดหมายลูกโซ่สมัย Forward mail มิตรภาพใน Hotmail ยังบูม และไม่ค่อยมีคนใช้ Gmail ผู้เขียนต้องเสียเงินซ่อมคอมเป็นจำนวน 500 บาท และต้องรอกว่า 1 อาทิตย์ ถึงจะได้เครื่อง CPU คืนมาในสภาพที่สมบูรณ์ ซึ่งมารู้ภายหลังคนที่ปล่อยไวรัสใส่คอมผู้เขียน เป็นเพื่อนร่วมห้องที่หมั่นไส้และไม่ชอบหน้าผู้เขียนค่ะ

Advertisement

Advertisement

ที่ผู้เขียนจำได้ทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้มันผ่านมานานแล้ว เพราะว่าเพื่อนร่วมห้องของผู้เขียนคนนี้ เป็นคนที่ผู้เขียนอิจฉาค่ะ เพราะว่าเป็นลูกสาววิศวกรและรวย แต่ทั้ง ๆ ที่ฐานะดีขนาดนี้แต่ทำไมถึงแฮกเข้าเครื่องคนอื่น และปล่อยไวรัสไปทั่ว ข้อนี้ผู้เขียนก็ไม่อาจทราบเหตุผลส่วนตัวได้ค่ะ 

1

นั่นเป็นครั้งแรกที่ผู้เขียนรู้จักกับคำว่าแฮกเกอร์ค่ะ ซึ่งอาจไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรมากต่อตัวผู้เขียน เพราะตอนนั้นผู้เขียนยังเป็นเพียงเด็กประถม และไม่ค่อยมีทรัพย์สินอะไรให้เอาไปได้ แต่พ่อของผู้เขียนก็ต้องเสียเงินซ๋อมคอมของผู้เขียนไป 500 บาทค่ะ แต่หากเป็นการแกล้งกันของสมัยนี้ ก็คงเป็นการขโมยไอจี ไปโพสต์อะไรแปลก ๆ ลงภาพที่น่าอับอายของเรา หรือทำให้เราเสียชื่อเสียงผ่านโลกโซเชียล และร้ายแรงกว่านั้น

อาจเป็นการยักยอกทรัพย์สินส่วนตัวของเราที่มี ซึ่งการจะขโมยเงินในสมุดบัญชีธนาคารเราได้นั้น แฮกเกอร์จะต้องรู้จักข้อมูลส่วนตัวของเราก่อน เช่น ชื่อ นามสกุล บัตรประชาชน วันเดือนปีเกิด หมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อกับธนาคาร User name และ Password  หมายเลขด้านหลังบัตรประชาชน รวมถึงรหัส OTP ที่แจ้งเตือนมาทาง SMS ในเบอร์โทรศัพท์มือถือของเรา ถ้ารู้ทั้งหมด แฮกเกอร์มิจฉาชีพคนนี้ ก็จะสามารถปลอมตัวเป็นเราได้ และสวมรอยเป็นเรา ถอนเงินของเราไปทั้งหมดโดยที่เราไม่รู้ตัว หรือกว่าจะรู้ตัวก็สายไปซะแล้ว

Advertisement

Advertisement

แล้วแฮกเกอร์เหล่านี้ทำยังไงถึงจะได้ข้อมูลของเราล่ะ คือการสวมรอยเป็นธนาคาร ส่งข้อความปลอม ๆ มาแจ้งเตือนว่าเงินของคุณถูกย้ายออกจากบัญชี 50,000 บาท หรือไม่ก็คุณเป็นผู้โชคดีถูกรางวัล 10,000,000 บาท โปรดคลิกลิงก์ Bit.ly ที่มักจะส่งมาในข้อความในมือถือในรูปแบบ SMS และพอเราคลิกเข้าไป ข้อมูลของเราทั้งหมดก็ถูกถ่ายโอนเข้าไปในเครื่องของแฮกเกอร์แล้ว ทั้งรูปภาพ แกลลอรี รหัสผ่าน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายมาก เพราะที่เหลือก็เหลือแค่เวลาที่รอให้แฮกเกอร์มาขโมยสินทรัพย์ หรือทรัพย์สินของเราไป

Advertisement

Advertisement

แล้วเรามีวิธีสังเกตว่าข้อความนี้เป็นข้อความของธนาคารจริง ๆ หรือเป็นข้อความที่แฮกเกอร์ส่งมาเพื่อพยายามแฮกข้อมูลของเราไป วิธีสังเกตก็ง่ายมาก ส่วนมากหน่วยงานรัฐ หรือธนาคาร มักจะส่งข้อความมาในลิงก์ Https ต้องมี S ข้างหลังสุดที่มาจากคำว่า Security หรือความปลอดภัยนะคะ 

และถ้าเราเอาลิงก์ไปวางไว้ในเว็บก็จะมีรูปกุญแจขึ้นมาหน้าเว็บด้วยค่ะ นั่นคือหน่วยงานจริง และเวลาเงินถูกโอนออกจริงก็จะมี SMS แจ้งเตือนขึ้นมาบนมือถือก่อนโอนออก เพื่อให้เราสามารถอายัดบัญชีได้ทันที ในกรณีที่มีการยักยอกทรัพย์เกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัวค่ะ

ทุกวันนี้มีข่าวการถูกโอนเงินออกเรื่อย ๆ โดยทีเจ้าตัวไม่รู้ตัว พอรู้ทีเงินก็หายหมดในธนาคารค่ะ หากเป็นแบบนี้สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือตั้งสติ ปิดบัญชี และแจ้งตำรวจค่ะ เพราะคดียักยอกทรัพย์ ฉ้อโกง เป็นคดีที่ยอมความกันไม่ได้ค่ะ 

2

จำไว้นะคะว่าก่อนที่เราจะกด Link URL ที่ส่งมาทาง SMS เพื่อเปิดประตูให้โจร เราต้องสังเกตสิ่งที่ผิดปกติก่อนคือ 

1. แหล่งที่มาเนื้อหา อันนี้ไม่ยากมากนะคะ เพราะข้อความที่แฮกเกอร์ส่งมาให้เรา เป็นแฮกเกอร์ที่เชิญชวนให้เราอยากกดลิงก์เข้าไปซะเหลือเกิน ภาษาที่ใช้ก็เป็นภาษาแปลก ๆ เช่น อัปเกรด SCB EASY BANK อันนี้บอกเลยว่าปลอมแน่ ๆ เพราะธนาคารจริง ๆ เขาไม่เสี่ยงเสียชื่อด้วยการส่งลิงก์มาทางข้อความหรอกค่ะ และนโยบายธนาคารก็ไม่เน้นขอข้อมูลส่วนตัวลูกค้า ผ่านทางลิงก์ที่ส่งมากับ SMS แน่นอนค่ะ ธนาคารอาจจะถามชื่อ นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อยืนยันตัวตนผู้ใช้งานบัญชี แต่จะไม่มีทางถามรหัส OTP ของลูกค้าเด็ดขาดค่ะ หากเจอแบบนี้ คุณกำลังเจอแฮกเกอร์มิจฉาชีพที่เข้ามาตีประตูหลังคุณเข้าแล้วค่ะ

2. บัญชี account ของจริงของหน่วยงานในไลน์ จะเป็นโล่สีเขียวหรือสีน้ำเงินวางอยู่หน้า account ค่ะ หรือเรียกว่า official account แต่หากเป็นสีเทาเข้ม นั่นอาจหมายถึง account ที่เปิดได้ไม่นาน อาจเป็นของปลอมค่ะ เพราะโล่สีเทาเข้มและสีเทาอ่อนนั้นถือเป็นบัญชีบุคคลธรรมดาค่ะ ไม่น่าเชื่อถือเท่าโล่สีเขียวค่ะ หากเจอชื่อ account ธนาคารที่ไม่มีโล่สีเขียวมาทำตัวเหมือนพนักงานก็แนะนำให้บล๊อคไปเลยนะคะ

3

3. Facebook ปลอม จะสังเกตง่ายหน่อยค่ะ เพราะคล้ายกับ Line Facebook ของจริง ต้องมีสติ๊กเกอร์ติ๊กถูกเป็นสีฟ้านะคะ นั่นเป็นเครื่องหมายยืนยันว่านี่คือเฟซจริงค่ะ และถ้าเราเลื่อนคำโปรยหรือวิธีการเขียนที่มีการโปรยเชิญชวนแปลก ๆ ให้รีบกดหรือรีบคลิกก็ยิ่งง่ายเลยค่ะ

4. สังเกต Website หรือ Email ก่อนจะคลิกลิงก์อะไรจากคนที่ไม่รู้จัก หรือเปิดไฟล์ที่แนบมาพร้อมลิงก์ให้กด เราสามารถตรวจสอบโดยการพิมพ์หาหน่วยงานจริง แล้วเทียบชื่อ Email จริงกับ Email ปลอม แต่โจรบางคนก็หัวใส เช่น [email protected] ก็อาจกลายเป็น [email protected] หรือ [email protected] ก็ต้องสังเกตนิดนึง หรือไม่ก็เอา website หรือ Link ที่แฮกเกอร์มิจฉาชีพส่งมา เอาไปวางในเว็บตรวจสอบเว็บไซต์ที่แฮกข้อมูลคนอื่น ส่วนมากมักจะเป็นมัลแวร์ที่แฝงมากับโฆษณาในเว็บไซต์ สิ่งที่ต้องระวังคืออย่ากดโฆษณาที่ pop up ขึ้นมาในเครื่อง และพยายามลบโปรแกรมพวกนี้ออกไปให้หมด ยกตัวอย่างเช่น ซอฟต์แวร์ที่แฝงมากับโปรแกรม Thailand software 

5. ตรวจสอบสิ่งที่ต้องดาวน์โหลดผ่าน App store หรือ Play store ซึ่งบางทีชื่อผู้พัฒนาโปรแกรมใน App ที่ถูกส่งมาให้โหลดผ่านลิงก์ที่คุณคลิก อาจไม่มีในธนาคารนั้น ๆ เลย เป็นบุคคลนิรนาม หรือบุคคลไร้ตัวตน สิ่งที่ต้องทำก็คือตั้งสติดี ๆ นะคะ โทรไปที่ call center ของธนาคารนั้น แจ้งเรื่องและให้ธนาคารตามเรื่องดี ๆ ค่ะ เพราะหากคนที่โกงไม่ใช่บุคคลในองค์กร เรื่องนี้จะเร็วมาก

4

วันนี้จะทบทวนสิ่งที่ต้องระวังและสังเกต เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของพวกแฮกเกอร์มิจฉาชีพนะคะ

1. อย่าคลิกลิงก์แปลก ๆ ที่ส่งมาทาง SMS โดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ดีก่อนค่ะ

2. ต้องไม่กรอกข้อมูลส่วนตัวของตัวเองลงไปเด็ดขาด

3. เว็บไซต์ที่เป็นของหน่วยงานจริงจะขึ้นต้นด้วย HTTPS และต้องมีเครื่องหมายกุญแจกำกับด้านหน้า นอกจากนั้นต้องเช็คว่าเว็บไซต์ถูกต้องตามเว็บไซต์จริงของธนาคารมั้ย หากไม่แน่ใจให้ทำการ Copy link ไปเช็คผ่าน Google ได้เลย

4. ไม่ใช้ Wifi สาธารณะในการทำธุรกรรมทางการเงิน ให้ใช้ซิมมือถือของตัวเองจะเป็นการปลอดภัยที่สุด

5. จำกัดวงเงินในการถอนแต่ละวัน เพื่อลดความเสี่ยงในการสูญเงินไปครั้งละมาก ๆ 

6. หากรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยจากพวกแฮกเกอร์มิจฉาชีพจริง ๆ ให้ทำการเปลี่ยนรหัสผ่าน account ธนาคารนั้นทันที 


ขอขอบคุณเครดิตรูปภาพ หน้าปก / Canva

รูปภาพประกอบที่ 1 โดย Boskampi / 2 / 3 / 4  โดย Free-Photos / Pixabay 

เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด