เมื่อถามถึงการ์ตูนเรื่องแรกของไทยว่าคือเรื่องอะไร? มีใครรู้จักบ้าง? ผมเชื่อว่าหลายคนในที่นี้คงตอบว่าเรื่องสุดสาครเป็นกันแน่ แอ๊ด! แอ๊ด! ผิดครับ นั่นถือเป็น “การ์ตูนขนาดยาวเรื่องแรก” ของประเทศไทย แต่ไม่ใช่การ์ตูนเรื่องแรกของไทยนะครับ เป็นการ์ตูนเรื่องที่ 2 ของไทย เรื่องแรกของไทยนั้นเป็นการ์ตูนขนาดสั้นมีความยาวเพียงแค่ 7 นาทีเท่านั้น 

เพื่อน ๆ อยากรู้กันแล้วใช่ไหมครับว่า การ์ตูนเรื่องแรกของไทยนั้นชื่ออะไร ใครเป็นคนสร้างการ์ตูนเรื่องนั้นขึ้นมา และ สร้างเมื่อไหร่ มีประวัติความเป็นมาอย่างไร ผมรับรองว่า ถ้าเพื่อน ๆ ได้รู้จักผู้สร้างการ์ตูนเรื่องนี้แล้วล่ะก็ จะภูมิใจกันได้ว่า "คนไทยเรานั้นเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลกเลยจริง ๆ"

ขอบคุณภาพจาก: https://www.facebook.com/payutsudsakon/


แท แท แด แด แทม แทม แท็ม แทม แท๊มมมมม ! การ์ตูนเรื่องนั้นก็คือ “เหตุมหัศจรรย์” นั่นเอง

ทุกคนอาจจะไม่คุ้นชื่อกันใช่ไหมครับ? แน่นอนครับ การ์ตูนเรื่องนี้ ถูกฉายครั้งแรกสู่สาธารณชนในปี 2498 หรือ ประมาณ 60 ปีมาแล้วได้ครับ ซึ่งถือว่าเก่าแก่มาก จนถึงขั้นได้รับการจดทะเบียนขึ้นเป็น “มรดกภาพยนตร์แห่งชาติ” ครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2555 

ขอบคุณภาพจาก : https://www.youtube.com/watch?v=GhbpyfesrhQ (วิดีทัศน์การ์ตูนเรือง “เหตุมหัศจรรย์")

เนื้อเรื่องโดยย่อของการ์ตูน เรื่อง “เหตุมหัศจรรย์” : นาฬิกาในปลุกชายคนหนึ่งในตอนเช้า ชายคนนั้นตื่นขึ้น และออกจากบ้านเพื่อไปชื่นชมความงามแห่งธรรมชาติของพืชพรรณต่าง ๆ ต่อมาเขาได้เรียกรถสามล้อเพื่อขึ้นนั่งโดยสาร และผ่านตึกรามบ้านช่อง สิ่งก่อสร้างมากมาย ความศรีวิไลต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร จนกระทั่งเขาได้มาพบกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินอย่างฉวัดเฉวียนจนซิบกางเกงของหล่อนแตก ชายหนุ่มได้ตกตะลึง เช่นกันกับเหล่าชายหนุ่มอื่น ๆ ที่โดยสารผ่านไปมาในระแวกนั้น จนเกิดการชนกันอย่างมหาศาลของพาหนะเดินทาง หลังจากนั้นชายหนุ่มได้ตื่นขึ้นและค้นพบว่าเขาแค่ฝันไป


ผู้วาดการ์ตูนเรื่อง “เหตุมหัศจรรย์” นี้มีชื่อว่า นายปยุต เงากระจ่าง เขาเป็นคนไทยคนแรกที่ทำให้ลายเส้นบนกระดาษสามารถมีชีวิตชีวาขึ้นมาโลดแล่นบนหน้าจอได้ ด้วยวัยเพียง 26 ปีเท่านั้น ถือว่าเป็นบุคคลที่มีความสามารถมากในด้านแอนิเมชั่นของยุคสมัยนั้น ที่ซึ่งวิทยาการต่าง ๆ ยังไม่ค่อยเอื้ออำนวยมากนัก 

ขอบคุณภาพจาก: http://www.beartheschool.com/share-1/2019/4/24/-


วันหนึ่งสำนักข่าวสารอเมริกัน (USIS; The United States Information Service) ได้ทราบถึงความสามารถของนายปยุต จึงได้มอบเงินจำนวน 10,000 บาท และ ได้พานายปยุตไปดูงานการสร้างสรรค์การ์ตูนที่ประเทศญี่ปุ่น ต่อมานายปยุตได้สร้างการ์ตูนขึ้นมาอีก 2 เรื่องคือ “หนุมานเผชิญภัย (ครั้งใหม่)” ในปี พ.ศ. 2500 และ "เด็กกับหมี" ในปี พ.ศ. 2503 ด้วยความยาว 20 นาทีทั้ง 2 เรื่อง อีกทั้งโฆษณาอีกมากมายที่ยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของผู้คนในสมัยนั้น

 ขอบคุณภาพจาก: http://johnbrownnotesandessays.blogspot.com/2014/06/usis-vs-isis.html

ขอบคุณภาพจาก : https://youtu.be/HilArU7XC5g (วิดีทัศน์การ์ตูนเรือง “หนุมานเผชิญภัย (ครั้งใหม่)”)

ก่อนที่จะได้รับเชิญให้เป็นอาจารย์พิเศษสอนที่วิทยาลัยเพาะช่าง แผนกพาณิชย์ศิลป์ ในปี พ.ศ. 2511 จนกระทั่งลาออก ในปี พ.ศ. 2519 เพื่อทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการสร้าง การ์ตูนขนาดยาวเรื่องแรกของไทย ซึ่งก็คือเรื่อง “สุดสาคร” ที่ผมได้กล่าวไปแล้วในข้างต้น แต่เนื่องด้วยข้อจำกัดในหลายปัจจัย ทั้งด้วย เงินทุน และสายตาที่เริ่มเลือนลางลงของนายปยุต ทำให้การ์ตูน เรื่อง “สุดสาคร” จึงจบลงด้วยว่า สุดสาครก็ยังตามหาพ่อของตน (พระอภัยมณี) ไม่พบ และจะยังคงเดินทางต่อไป to be continued… แบบไม่มีภาคต่ออีกตลอดกาล

ขอบคุณภาพจาก : http://www.youtube.com/watch?v=SHb8QyExGls&list=PLhogg8dBmd0rgRjMlVEtSiV-BpfdD7T-F (วิดีทัศน์การ์ตูนเรือง “สุดสาคร”)


โดยส่วนตัวของผู้เขียนรู้สึกเสียดายที่ นายปยุตนั้นไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควร เนื่องจากในสมัยนั้นการ์ตูนถือเป็นสิ่งที่ใหม่มากสำหรับผู้คน และยังมีอีกหลายคนที่ไม่พร้อมเปิดใจให้กับการ์ตูน มองว่าการ์ตูนนั้นเป็นเรื่องไร้สาระ ถึงขั้นมีคำพูดที่ว่า “..ตัวการ์ตูนไม่ต้องกิน ทำไมถึงแพง อย่างนี้จ้างคนเล่นไม่ดีกว่าหรือ..”

แต่อย่างไรก็ตามผู้เขียนนั้นนับถือในความมุมานะ และ มุ่งมั่นของนายปยุตมาก ผู้เขียนรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย และได้เห็นผลงานของคนในชาติที่เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล ซึ่งแสดงให้เห็นว่า “คนไทยเราก็ไม่แพ้ชาติใดในโลก” จริง ๆ

ขอบคุณคุณภาพจาก : http://animate7.blogspot.com/2012/09/blog-post_10.html?m=1