(รีวิว) 10 วิธีในการสนทนาที่ดีขึ้น | 10 ways to have a better conversation By Celeste Headlee 

celest headlee #TEDxCreativeCoast

ก่อนอื่นเลย ดิฉันต้องขอแนะนำให้รู้จักกับ Celeste Headlee เธอเป็นนักจัดรายการวิทยุ  มานานหลายทศวรรษ (Tedได้แนะนำและอธิบายให้ได้รู้ถึงประสบการณ์ในสายอาชีพของเธอ แบบเห็นภาพกันเลยทีเดียวค่ะ )

โดยอาชีพของเธอ เป็นอาชีพที่ต้องพูดคุยกับบุคคลอาชีพต่าง ๆ  จากประสบการณ์ของเธอ ทำให้เธอรู้ลึก รู้จริง และรู้ถึงเคล็ดลับที่มีประโยชน์เรื่องวิธีพูดคุยและวิธีการรับฟัง

 เธอได้พูดถึงเคล็ดลับในการสนทนาในเชิงลึกไว้ได้อย่าง น่าสนใจ ซื่อตรง และสนุกสนานมาก ๆ (ตลอดตั้งแต่ต้นจนจบเลยค่ะ) ขอย้ำ ว่าสนุกจริง ๆ 

ในความคิดของตัวดิฉันเอง รู้สึกประทับใจ กับ 10 กว่านาทีนี้ของเธออย่างมากเลยค่ะ ได้ประโยชน์หลายอย่าง แถมยังสามารถช่วยให้เรา ได้ฝึกฝนทักษะด้านภาษาด้วยนะคะ (ช่วยพัฒนาทักษะ skill ภาษาอังกฤษของเราได้อีกด้วย)

Advertisement

Advertisement

สามารถกดเข้าไปดู podcast นี้ของเธอ ได้ตามลิงก์ที่แนบมานี้เลยค่ะ

>>  https://youtu.be/R1vskiVDwl4


ted.com ทุกวันนี้ การที่เราจะสามารถสื่อสาร พูดคุยกับใครสักคนได้ด้วยความรู้สึกดีในแบบความสัมพันธ์ที่ดีนั้น ค่อนข้างยากนะคะ  ตอนนี้คนเราคุยกันไม่เข้าใจกันเยอะมาก เมื่อคิดเห็นต่างกัน ก็ถกเถียงกัน บูลลี่กัน ไม่รับฟังกัน จนนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้งก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ไม่ดีต่อกัน 

จะเห็นได้ว่า การพูดคุยกันระหว่างกันแบบตัวเป็น ๆ ตัวต่อตัว ตามองตา เราทำกันน้อยลง (ว่ามั้ยคะ) ตั้งแต่มีการมาของโซเชียล เราก็นิยม ใช้การคุยผ่านโซเชียล ไลน์คุยกัน หรือทักเมสเซนเจอร์คุยกันตลอด แทบทุกเรื่องและแทบกับทุก ๆ คน

 และที่ตลกร้ายกว่านั้นก็คือ แม้แต่คนที่อยู่บ้านเดียวกัน (แต่แค่อยู่คนละห้องกัน) ไลน์มาถามกันว่า... ตอนนี้อยู่ไหน , ถ้าไปเซเว่นบอกด้วยนะ , และไลน์หรือข้อความคุยกัน ในอีกหลาย ๆ กรณี (คิดว่าน่ามีหลาย ๆ บ้านเลยนะคะ ที่เป็นแบบประมาณนี้) บ่อยครั้งเลยที่แม้แต่คนที่ใกล้ชิดกับเรา เราก็คุยกันไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจกันและกันบ่อย ๆ

Advertisement

Advertisement

ถึงแม้เราจะไม่ได้เป็นคนที่มีสปีชี่ที่เป็นในแบบเดียวกัน เราต่างไม่เหมือนกันก็จริง  แต่มันคงจะดีไม่น้อยเลยนะคะ ถ้าเราทุกคนสามารถเข้าอกเข้าใจกันไ้ด้หมด แม้แต่คนที่มองต่าง คิดต่างจากเรา 

กลับมาที่่ Celest Headlee กับความรู้ถึง วิธีหรือแนวทางในการทำให้เราสามารถเข้าใจผู้คน และสามารถพูดคุยกับทุกคนในแบบที่มีความสัมพันธ์ที่ดีได้ (คำพูดที่ดีต่อกัน มันส่งพลังให้ และมันให้แรงบันดาลใจ ให้กำลังใจเรานะคะ)  ขอแนะนำวิธีและแนวทางในการที่เราจะมีบทสนทนา การพูดคุยระหว่างกันที่ดีขึ้น เพื่อการสื่อสารที่เข้าใจกันของเธอ อาจจะเป็นประโยชน์ต่อใครหลาย ๆ คนได้นะคะ10 ways to have a better conversation

Advertisement

Advertisement

10 วิธีในการสนทนาที่ดีขึ้น 10ways to have a better conversation | Celeste Headlee

1. Don't multitask. | อย่าทำหลายอย่างไปพร้อมกัน

》ไม่ได้หมายความว่า แค่วางมือถือหรือวางอะไรก็ตามที่คุณถืออยู่ในมือลง 

แต่หมายความว่า ให้คุณอยู่กับปัจจุบัน อยู่กับ ณ ขณะนั้น ไม่คิดถึงเรื่องใด ๆ โฟกัสที่การพูดคุย ตอนนั้น

: " เพราะถ้าคุณไม่อยากคุย คุณก็ไม่ต้องคุย  แต่อย่าคุยแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ "

 

2. Don't pontificate. | อย่าวิจารณ์

》คุณควรรับฟังความเห็นต่าง , ข้อโต้แย้งหรือคำติชมต่าง ๆ โดยไม่มีอคติใด ๆ

คุณควรสนทนา โดยคิดเสียว่าคุณกำลังเรียนรู้อะไรสักอย่าง

☆ เอ็ม.สก็อต เพ็คค์ (M.Scott Peck) นักบำบัดชื่อดัง

เคยกล่าวว่า "การฟังที่แท้จริง จำเป็นต้องเก็บใจไว้" และบางทีก็หมายถึง ยอมสละความคิดเห็นส่วนตัวไปด้วย และเขากล่าวว่า การได้สัมผัสถึงการยอมรับเช่นนี้ ผู้พูดก็จะเริ่มรู้สึกอ่อนไหวน้อยลงไป และยังมีโอกาสที่จะเปิดเผย ความในใจของเขาหรือเธอให้แก่ผู้ฟัง ขอย้ำอีกครั้งว่า

" จงคิดเสียว่า คุณกำลังเรียนรู้อะไรสักอย่าง "บิลล์ ไนย์ ได้กล่าวไว้

☆ บิลล์ ไนย์ เคยกล่าวไว้ :  Everyone you will ever meet , Knows something you don't.  ("ทุกคนที่คุณเจอ ล้วนรู้บางสิ่งที่คุณไม่เคยรู้") 

ขอพูดได้อย่างนี้ว่า "ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญในบางสิ่ง"

 

3. Use open ended questions. | ใช้คำถามปลายเปิด

》ในกรณีนี้ ให้เอาอย่างนักข่าว คือขึ้นต้นคำถามด้วย~Who -ใคร

       ~What-อะไร

       ~When-เมื่อไร

      ~Where-ที่ไหน

     ~Why-ทำไม  หรือ How-อย่างไร

ถ้าคุณใช้คำถามที่ซับซ้อน คุณก็จะได้คำตอบเรียบ ๆ คุณควรให้เขาได้บรรยายออกมา เพราะเขารู้ดีกว่าใคร ลองใช้คำถาม เช่น

 ~เป็นอย่างไรบ้าง คุณรู้สึกอย่างไร?

 ~เพราะอะไรคุณถึงซื้อเรือ...เอ่อ   เรือยอร์ช ลำนั้น

การใช้คำถามปลายเปิดแบบนี้ หลังจากถามไปแล้ว ต่อจากนั้น (พวกเขาอาจหยุดคิดและทบทวนดูสักครู่ )คำตอบที่ได้จะทำให้คุณเข้าใจเค้ามากขึ้นและทำให้มีสิ่งที่น่าสนใจมากขึ้นด้วย

 

4. Go with the flow. | ไหลตามน้ำไป

》นี่หมายถึง ความคิดต่าง ๆ จะแล่นเข้ามาในหัว คุณต้องปล่อยให้มันไหลออกจากความคิดของคุณไป หากเคยได้ฟังการสัมภาษณ์ บ่อยครั้งที่แขกรับเชิญ พูดนานอยู่หลายนาที จากนั้นก็กลับมาที่พิธีกร และเขาก็ถามคำถาม ซึ่งเป็นคำถามที่ อยู่ดี ๆ ก็โผล่มาหรือเป็นคำถามที่ตอบไปแล้ว (หมายความว่าพิธีกรอาจจะเลิกฟังตั้งแต่สองนาทีที่แล้ว เพราะเขาคิดคำถามสุดเจ๋งนี้ขึ้นมาได้ และมันก็ติดอยู่ในใจเขา จนเขาต้องถามคำถามนั้นออกมา)

และเราก็ทำสิ่งเดียวกันนี้เอง เวลาที่เรากำลังนั่งคุยกับใครสักคน อยู่ ๆ เราก็นึกเรื่องอื่น ขึ้นมาได้ และจากนั้น เราก็จะเลิกฟัง 

" คุณต้องปล่อยให้เรื่องราว ความคิดที่มันผ่านเข้ามาแล้วให้มันผ่านออกไป " ไม่ต้องไปสนใจกับสิ่งที่คุณคิด ให้ความสนใจไปที่คนที่เรากำลังคุย

 

5. If you don't know, say that you don't know. | เมื่อไม่รู้ ก็บอกว่าคุณไม่รู้

》ยกตัวอย่างว่า : ผู้ดำเนินรายการวิทยุ โดยเฉพาะสถานีวิทยุแห่งชาติ (NPR ) จะตื่นตัวขึ้นมาก ว่าเค้ากำลังถูกบันทึกเสียง เขาจึงระวังมากขึ้น ในการจะอ้างตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญ และสิ่งที่อ้างว่าตัวเองรู้ลึก รู้จริง (**ให้ทำแบบนั้นค่ะ กันไว้ดีกว่าแก้ ) เพราะคำพูดไม่ควรเป็นเพียงแค่ลมปาก

 

celest headlee #TEDxCreativeCoast6. Don't equate your experience with theirs. | อย่าเทียบประสบการณ์ของคุณกับของเขา

》ทุกประสบการณ์เป็นเรื่องเฉพาะคน มันไม่เหมือนกันและไม่มีวันเหมือนได้ และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณ (ไม่ต้องบัฟ)

☆เคยมีคนถาม สตีเฟน ฮอว์กกิ้ง ถึงระดับไอคิวของเขา ซึ่งเขาได้ตอบว่า " ไม่รู้สิ คนที่โม้เรื่องระดับไอคิว เป็นพวกขี้แพ้ทั้งนั้นแหละ! " (เขาตอบกลับได้ฟาดมากเลยทีเดียว **โปรดนึกหน้าของคนที่ถาม ประกอบ ว่าเขาจะมีสีหน้าเจื่อนแค่ไหน ที่ได้ฟังคำตอบของสตีเฟน ...คงสตั้นท์ไปหลายวิเลยทีเดียว )

 

7. Try not to repeat yourself. | พยายามอย่าทวนคำพูดตัวเอง (พูดซ้ำซาก)

》มันทั้งดูอวดดีและน่าเสียอารมณ์มาก (และเราก็ชอบทำอย่างนั้นเป็นประจำ) โดยเฉพาะการพูดคุยในที่ทำงาน หรือเวลาพูดกับลูก ๆ

เพราะเรามีเรื่องที่อยากจะย้ำเตือน เราจึงพูดใหม่หลาย ๆ รอบ ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า 

" จงอย่าทำแบบนั้น !)

 

8. Stay out of the weeds. | อยู่ให้ห่างจากเรื่องยิบย่อย (เปรียบเรื่องยิบย่อยเป็นดั่งวัชพืช)

》หากพูดกันตามตรง คนอื่นเค้าไม่สนใจหรอก เรื่องรายละเอียดทั้งหลาย  จำพวก เรื่องปี ,เรื่องชื่อ ,เรื่องวันที่ ฯลฯ 

เค้าไม่สนใจหรอก เค้าสนใจแต่เรื่องคุณ เค้าสนว่าคุณเป็นอย่างไร คุณมีอะไรที่เหมือนกับเค้า ฉะนั้น จงลืมรายละเอียดซะ ทิ้งมันไปเลย

 

9. Listen. | ฟัง (ข้อนี้ สำคัญมากที่สุด)

》การฟัง อาจเป็นทักษะที่สำคัญมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ที่สามารถพัฒนาได้

☆ พระพุทธเจ้า เคยตรัสว่า :  " ถ้าคุณอ้าปากพูด คุณก็กำลังอดที่จะเรียนรู้ "

☆ คาลวิน คูลลิดจ์ เคยกล่าวว่า : " ไม่มีใครที่ฟังแล้วต้องตกงาน "

" ฟัง " อย่างตั้งใจและใส่ใจคู่สนทนาของคุณ แล้วคุณจะได้รับรู้มากกว่าแค่เรื่องราว

 

พูดให้สั้น10. Be brief. |  พูดให้สั้นเข้าไว้

 

A good conversation is like a miniskirt , short enough to retain interest , but long enough to cover the subject 

" การสนทนาที่ดีก็เหมือนกับกระโปรงสั้น,ต้องสั้นพอที่จะคงความสนใจ, แต่ก็ยาวพอที่ครอบคลุมเนื้อหา "

จากคำกล่าวนี้ คำกล่าวเดียว สามารถอธิบายความหมายของ การพูดให้สั้น ได้อย่างครบถ้วนเลยทีเดียวค่ะ  (สั้น ๆ พอ....จบนะ)

 

มาถึงตรงนี้ ดิฉันหวังว่าแนวทางนี้จะนำพาพวกเราไปสู่การคุยกันแบบเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้นไม่มากก็น้อยนะคะ 

#อัพสกิลจากการ > คุยกันไม่รู้เรื่อง แทงสวนกันตลอด > ไปสู่การ คุยกันได้ > และมุ่งสู่การคุยกันด้วยความเข้าใจ > 

 

และอีกครั้ง หากท่านใดชื่นชอบความรู้และแนวทางนีั สามารถกดเข้าไปดูคลิปพอดคาสท์ของบทความนี้ได้ตามลิ้งค์นี้เลยนะคะ>>  https://youtu.be/R1vskiVDwl4 

 

คนข้างบ้าน | TheNextDoor.

(คาดหวังถึงการพูดคุยกัน ในความสัมพันธ์ที่ดีของทุกคน)

 

: TEDTALKs เป็นพอดคาสต์วีดีโอรายวันเกี่ยวกับการพูดคุยและการแสดงที่ดีที่สดจากการประชุม TED

ซึ่งนักคิดและนักทำชั้นนำของโลก จะมาพูดถึงชีวิตของพวกเขาใน 18 นาที (หรือน้อยกว่า)

 

 (ขอขอบคุณ)

● รูปภาพหน้าปก(จัดทำโดยนักเขียน) ภาพย่อยประกอบ รูปภาพที่ 1 / รูปภาพที่ 2 / รูปภาพที่ 3 / รูปภาพที่ 4 / รูปภาพที่ 5 /    รูปภาพที่ 6 

● รูปภาพประกอบ ในเนื้อหาโดย รูปภาพที่ 1 / รูปภาพที่ 2 / รูปภาพที่ 3   

● รูปภาพประกอบ ในเนื้อหา รูปภาพที่ 4 / รูปภาพที่ 6  โดยนักเขียน คนข้างบ้าน

●รูปภาพประกอบ ในเนื้อหา รูปภาพที่ 5