"Ready Player One" คือคำพูดก่อนเริ่มเล่นเกมของยุคคลาสสิค อีกทั้งยังเป็นชื่อของหนังที่บอกเล่าถึงการเริ่มต้นการผจญภัยอีกด้วย 

 

เกริ่นมาขนาดนี้หากใครที่ยังไม่เคยได้ลองดูหรือยังไม่รู้จักหนังเรื่องนี้ก็น่าจะเดากันได้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับอะไร ใช่เเล้วค่ะมันเกี่ยวกับเกมเเละการผจญภัย เเค่พูดถึงว่าเรื่องเกี่ยวกับอะไรก็น่าจสนใจเเล้วใช่ไหมคะ คอเกมก็คงไม่น่าจะพลาดกับเรื่องนี้เเน่นอน เพราะบอกเลยว่าเรื่องนี้เติมเต็มสายเกมเเละสายเพลงยุคเก่าอย่างเพลงยุค 80-90 เเน่นอน ถือว่าหนังสือนี้เป็นหนังที่ขึ้นหิ้งของคนที่หลงไหลในเกมเเละเพลงของยุคเก่า ๆ อีกเรื่องนึงที่ได้คะเเนนจากการรีวิวหลาย ๆ เเหล่ง ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว จะน่าสนใจเหมือนอย่างที่เกริ่นไปหรือไม่ ลองมาดูรีวิวกันเลย 

รูป

เรื่องย่อ 

เป็นเรื่องราวในยุคของ 2045 เป็นช่วงที่โลกเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทำให้ผู้คนหันมาใช้ชีวิตในโลกของจินตนาการ ที่เปรียบเสมือนจักวาลเสมือนจริง ที่ ดิ โอเอซิส โลกที่ใครจะสามารถเข้าไปทำอะไรก็ได้ สามารถสร้างตัวตนของตัวเองจะเป็นใครก็ได้ไม่มีขีดจำกัด  ดิ โอเอซิสสร้างขึ้นโดย เจมส์ ฮัลลิเดย์ (มาร์ค ไรแลนซ์) บุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะของโลกที่สร้างโลกนี้ขึ้นมาทำให้ใครก็ต่างสรรเสริญเขา เเต่หลังจากนั้นไม่นาน ฮัลลิเดย์ ก็ได้เสียชีวิตลง เเต่ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต เขาได้ทิ้งสมบัติเเละหุ้นส่วนของทั้งหมดในการมีอำนาจทั้งหมดของ ดิ โอเอซิส ให้เเก่ผู้ที่หากุญเเจทั้งสามดอกซึ่งเป็นประตูไปสู่ไข่อีสเตอร์ที่เขาได้ซ่อนไว้สักเเห่งบนจักวาลของ ดิ โอเอซิส ทำให้เกิดการเเข่งขันที่น่าตื่นเต้นขึ้น 

Advertisement

Advertisement

เวลาผ่านไป 5 ปี กระดานคะเเนนของการเเข่งขันนี้ยังคงว่างเปล่า ไม่มีชื่อของใครที่ได้ขึ้นไปอยู่บนกระดาน เเต่อยู่มาวัน  เวด วัตส์ (ไท เชอริแดน)  ภายใต้ชื่ออวตาร พาร์ซิวัล หนุ่มเด็กเนิร์ดที่เเทบจะใช้ชีวิตอยู่ใน ดิ โอเอซิส เกือบตลอดเวลา สามารถหากุญเเจดอกเเรกได้จากคำใบ้ปริศนาของ ฮัลลิเดย์ หลังจากที่เขาได้เข้าไปยังพิพิธภัณฑ์ของ ฮัลลิเดย์ กว่าสองพันครั้ง ไหวพริบของเขาทำให้เขาเป็นเป็นคนเเรกที่ได้มีชื่ออยู่บนกระดานคะเเนน เขาจึงกลายเป็นคนมีชื่อเสียงเเละถูกหมายตาจาก โนแลน ซอร์เรนโต (เบ็น เมนเดลซอห์น) ผู้ดูเเล  ดิ โอเอซิส คนปัจจุบัน ที่ต้องการจะควบคุมอำนาจของ  ดิ โอเอซิส ไว้เพียงผู้เดียว เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป สามารถไปติดตามได้เรื่องเลยค่ะ 

Advertisement

Advertisement

รูปรีวิว 

การเปิดเรื่องมาก็ถือว่าประทับใจเเล้วกับเพลงเปิดของเรื่อง บรรยากาศของโลกความจริงของยุคล่มสลาย บรรยากาศของเพลงเก่า ที่สามารถนำมาเล่าได้อย่างลงตัวกับยุคอนาล็อก ในเรื่องนี้ถูกรวบรวมวัฒนธรรมเพลงเเละเกมในยุคของ 80-90 ได้อย่างครบครัน เเม้ว่าตัวของนักเขียนจะไม่ได้มีความรู้เรื่องเกมเเละเรื่องเพลงของยุคก่อน ๆ เเต่บอกได้เลยว่าเรื่องนี้ทำออกมาได้โดดเด่นไม่รู้สึกถึงความเก่าหรือโบราณเลยเเม้เเต่น้อย หรือหากจะมีมันก็กลับกลายเป็นการนำเสนที่น่าสนใจอย่างมากเลยทีเดียว 

Advertisement

Advertisement

รูป

จุดเด่น 

ในเรื่องของจุดเด่นนอกจากพล็อตที่จะมีความคลาสสิคเพราะเป็นหนังที่ทำมาจากหนังสือโดยเป็นหนังสือขายดีปี 2011 ผ่านปลายปากกาของ เออร์เนสต์ ไคลน์ ที่ได้เสียงตอบรับอย่างดีจากนักอ่านของเขา อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือในส่วนของ CG เเละ Production บอกเลยว่าภาพของเรื่องนี้ทำออกมาได้ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นฉากของยุคโลกความเป็นจริง เเละในโลกของ ดิโอเอซิสที่ทุกคนจะเป็นอวตาร ตัวอวตารสามารถทำออกมาได้ดีเเละสวยงาม เก็บหมดทุกรายละเอียด นักเขียนชื่นชอบอวตารของพระเอกเป็นพิเศษ นอกจากจะหล่อเเล้วเสียงพากย์ยังเพราะมาก ๆ ดูเเล้วเเอบเขินเลย ฮ่า ๆ 

ในส่วนของฉากก็ใส่ใจไม่เเพ้กัน หากดูครั้งเดียวจะยังไม่สามารถเก็บรายละเอียดได้ครบได้เเน่นอน เพราะเรื่องนี้เค้าทุ่มทุนสร้างกับเรื่องของฉากมากจริง ๆ หากใครที่ได้มีโอกาสได้ดูในโรงจอ IMAX ถือว่าจะน่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีเเละคงฟินกับภาพสวย ๆ กันอย่างเเน่นอน 

รูป

จุดประทับใจ 

นอกจากในเรื่องของตัวละครเเละเรื่องของ production เเล้ว นักเขียนชื่นชอบบรรยากาศเเละมูดโทนของเรื่อง เพราะในโลกของ ดิ โอเอซิส ที่จะมีการนำเสนอเกมหรือเพลงซึ่งเป็นวัฒนธรรมเด่นของยุค 80-90 ได้เป็นอย่างดี หรือไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของฉาก สิ่งของในเรื่องเช่น รถมอเตอร์ไซต์ รถเก๋ง รวมไปถึงตัวละครจากเรื่องที่โด่งดังมาในอดีต เช่น  เฟรดดี้จาก Nightmare on Elm Street ที่เป็นฝันร้ายของใครหลาย ๆ คน 

รูป

สรุป 

เรื่องนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คุ้มค่าเเก่การดู ในตอนเเรกที่นักเขียนเห็นความยาวหนังก็เเอบท้อเหมือนกันเพราะเรื่องนี้มีความยาวที่ 2 ชั่วโมง 20 นาที เเต่ถึงอย่างนั้นพอได้ดูไปเรื่อย ๆ ตัวละครเเละเรื่องราวจะค่อย ๆ นำพาเราไปราวกับว่าเรากำลังอยู่ในโลกของ ดิ โอเอซิส เหมือนกัน ดูไม่ทันไรก็มาถึงกลางเรื่องเสียเเล้ว เผลอสักพักก็จบเรื่องเเล้ว เเต่ถึงเเม้ว่าเรื่องจะมีความยาวถึง 2 ชั่วโมงกว่า ๆ ในเรื่องก็ยังเเอบมีจุดที่เล่าค่อนข้างเร็ว บางอย่างเรายังไม่ทันได้อินหรือกำลังบิ้วอารมณ์ก็ผ่านไปอีกฉากเเล้ว อาจจะมีบางจุดที่ต้องปรับอารมณ์ไวนิดหน่อยค่ะ เเต่ถึงอย่างนั้นโดยรวมมุมของนักเขียน ผู้ที่ไม่ได้มีความรู้ในเรื่องของเกมเเละเพลงจากยุคก่อน ๆ นักเขียนคิดว่าเรื่องนี้ก็สามารถทำออกมาได้ดีมาก ไม่ว่าใครดูก็ต้องอินเเน่นอน เพราะด้วยมิติตัวละครเเละความเข้มข้นของเรื่อง บอกเลยว่าเรื่องนี้จะไม่ทำให้เวลา 2 ชั่วโมงของคุณน่าเสียดายเเน่นอนค่ะ 

 

Ready Player One (สงครามเกมคนอัจฉริยะ)

ความยาว 2 ชั่วโมง 20 นาที

สามารถรับชมได้ทาง Netflix 

*ตอนนี้สามารถรับชม Netflix ได้ทางกล่องของ TrueID เเล้วนะคะ 

 

ขอขอบคุณรูปภาพจาก  Warnerbros Picture