สวัสดีค่าเหล่าแฟนคลับของน้องยมทูต เอ้ย! ของยอดนักสืบจิ๋วตัวน้อยทุกคน^^ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมาไรต์ได้มีโอกาสไปดู โคนัน เดอะ มูฟวี่ 23 มาค่ะ ซึ่งวันที่ 8 สิงหาคมนี้ เป็นวันที่น้องนักสืบเข้าฉายเป็นวันแรกในบ้านเรา(ถ้าไม่นับรอบฉายพิเศษที่กทม.นะคะ)แน่นอนว่ายังไม่มีการหลุดการสปอยล์เนื้อหาใดๆ จากที่ไหนเพราะเป็นวันเข้าฉายวันแรก ไรต์จึงเข้าไปดูด้วยหัวสมองที่blankสุดๆ สิ่งที่มีอยู่ในหัวก็แค่ข้อมูลจากตัวอย่างหนังเหมือนกับที่ทุกคนรู้กันมาก่อนกับเรื่องที่ว่ามูฟวี่ภาคนี้ทำลายสถิติของมูฟวี่ภาคก่อนอย่างถล่มทลายเท่านั้นค่ะ

บอกเลยว่าหลังจากที่ได้ชมมูฟวี่เรื่องนี้จนจบ(ไม่พลาดเลยสักจุดตั้งแต่โฆษณาก่อนเริ่มเรื่องไปจนถึงตัวอย่างมูฟวี่ภาคต่อไป^^) ทำให้ไรต์ไม่รู้สึกแปลกใจเลยที่เรื่องนี้สามารถทำรายได้สูงกว่า Avengers : End Game ที่ญี่ปุ่น ทั้งที่ประเทศอื่นๆ รายได้ของ End Game เป็นอันดับหนึ่งทั้งหมด(แอบอยากให้ไทยเป็นแบบนี้บ้าง อิอิ)ตัวไรต์เองในฐานะแฟนคลับตัวยงคนหนึ่งของโคนันขอการันตีเลยว่าภาคนี้ดีต่อสมอง(และหัวใจ)ของแฟนพันธ์ุแท้ยอดนักสืบจิ๋วตัวน้อยอย่างเราๆมากจริงๆ ในบทความนี้ไรต์ขออนุญาตรีวิวแยกทีละประเด็นตามที่ไรต์สรุปมานะคะ หากผิดพลาดหรือไม่ถูกใจนักอ่านประการใดไรต์ขออภัยล่วงหน้าค่ะ

 

มาเริ่มกันที่บทบาทของตัวละคร

 

องค์ประกอบส่วนนี้เป็นส่วนที่ไรต์รู้สึกประทับใจและคิดว่าทางทีมงานทำออกมาได้ดีกว่าภาคก่อนๆ เยอะมากเลยค่ะ เนื่องจากว่าภาคนี้คุณจอมโจรของเราไม่ได้มีบทบาทเเค่มาขโมยของอย่างมูฟวี่19 แต่เป็นตัวดำเนินเรื่องหลักตั้งแต่เริ่มจนจบควบคู่ไปกับโคนันของเราเลย นอกจากนี้ตัวละครอีกหลายตัวที่มามีบทบาทจะเป็นตัวละครใหม่ เพราะคดีคราวนี้เกิดที่ประเทศสิงคโปร์ และในภาคนี้ยังมีตัวละครสำคัญอีกหนึ่งตัวซึ่งก็คือ เคียวโงคุ มาโคโตะ นั่นเอง ทำให้เนื้อเรื่องคราวนี้การวางบทบาทของตัวละครนั้นสำคัญมาก ส่วนตัวไรต์รู้สึกว่าภาคนี้ไม่มีตัวละครหลักหรือตัวละครรอง ทุกๆคนมีบทบาทสำคัญเท่าๆกันหมด(รวมถึงฝั่งตัวร้ายด้วย) ถ้าจะให้เปรียบเทียบ ภาคนี้วางบทบาทของตัวละครได้ดีเหมือนกับ Avengers : Infinity War และมี Easter Egg เยอะพอๆกับ End Game เลยค่ะ นอกจากเรื่องความสัมพันธ์ของคู่รันกับชินอิจิและคู่ของโซโนโกะกับมาโคโตะที่พวกเราได้เห็นจากทีเซอร์เรียกน้ำย่อยกันไปแล้ว บทบาทของตัวละครอีกอย่างที่ควรจะเก็บรายละเอียดระหว่างดูคือรายละเอียดของคนร้ายค่ะ ต้องบอกเลยว่าคนร้ายของคดีคราวนี้แตกต่างจากมูฟวี่ครั้งก่อนๆ ที่ผ่านมามากๆ (แถมยังฉลาดและรับมือยากกว่าครั้งไหนๆ ทำเอานักสืบและจอมโจรของเราเกือบแย่ไปเหมือนกัน)อาจจะเพราะว่านี่เป็นมูฟวี่แรกที่พระเอกของการ์ตูนสองเรื่องจะได้มาร่วมมือไขคดีด้วยกัน รูปแบบก็เลยจะแตกต่างไปนิดหน่อย แต่ก็ยังสนุกเข้มข้นเหมือนเดิมค่ะ ในการดำเนินเรื่องของภาคนี้จะเฉลี่ยบทบาทให้ทั้งทางฝั่งโคนัน คิด มาโคโตะ และตัวร้ายได้อย่างลงตัว แม้แต่ตัวประกอบก็ยังทำให้เกิด Easter Eggได้ เรียกได้ว่าถึงตัวละครจะเยอะแต่ก็ใช้งานได้อย่างคุ้มค่าทุกตัวไม่มีทิ้งขว้างอย่างแน่นอนค่ะ (และความสัมพันธ์ของตัวละครเองก็เชื่อมโยงกับการไขปริศนาในเนื้อเรื่องด้วย ใครที่ชอบดูโคนันแล้วคิดตาม ไรต์แอบใบ้ให้นิดนึงว่าจับตามองอากัปกิริยาของตัวละครแต่ละตัวให้ดีๆ ด้วยนะคะ ภาคนี้ทางทีมงานเขาจัดรายละเอียดของตัวละครแต่ละตัวได้ดีมาก ถ้าเรารู้จักสังเกตตัวละครและเก็บรายละเอียดหรือจับพิรุธดีๆ แบบที่พวกนักสืบเขาทำกัน เราจะตามเนื้อเรื่องได้สนุกมากเลยค่ะ เหมือนเรากำลังเป็นนักสืบอยู่จริงๆ เลย) ภาคนี้รายละเอียดของตัวละครแต่ละตัวมีเยอะมาก ความเชื่อมโยงถึงกันก็แน่นอนว่ามีไม่น้อย (พยายามจำและปะติดปะต่อเท่าที่จะทำได้นะคะ) ความสัมพันธ์กันของตัวละครแต่ละฝ่ายสามารถแยกย่อยเป็นจักรวาลเล็กๆ ของพวกเขาได้เลย และในภาคนี้เรายังจะได้เห็นตัวตนของเคียวโงคุ มาโคโตะ เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย เพราะเขาไม่เคยปรากฎตัวหรือมีบทบาทสำคัญในมูฟวี่ภาคไหนมาก่อนเลย เนื้อเรื่องในซีรี่ส์หลักก็มีโผล่มาแจมแค่นิดหน่อยเท่านั้น แต่มูฟวี่คราวนี้เขาถือว่าเป็นตัวละครสำคัญตัวนึงเลยทีเดียว ทำให้เวลาดูมูฟวี่ภาคนี้เราก็ต้องคอยติดตามบทบาทของเขาไปด้วย สำหรับไรต์คือค่อนข้างเดาได้ยากว่า พอมาโคโตะโผล่มาแล้วบทของเขาจะเป็นยังไงต่อ เพราะรายนี้เขาไม่มีฉากไฮไลท์แบบโคนันหรือคิดที่พวกเราคุ้นๆ ตากันให้พอจะจับจุดหรือว่าเดาทางเนื้อเรื่องต่อไปได้ ที่พอจะรู้เกี่ยวกับเขาก็มีแต่เรื่องที่ว่าเก่งคาราเต้( และชอบโซโนโกะ) เท่านั้นเอง (แต่ในมูฟวี่ภาคนี้คือโผล่มาทีไรคือมี Easter Egg มาเซอร์ไพรส์คนดูทุกที) แต่หลังจากได้ดูมูฟวี่ภาคนี้แล้วรับรองว่าทุกคนจะรู้สึกประทับใจกับเขาคนนี้เพิ่มมากขึ้นจริงๆ ค่ะ เรียกได้ว่าแย่ง (หรือเกือบ) ซีนของคู่หลักอย่างรันกับชินอิจิไปเลย

ขอบคุณรูปภาพจาก kekere.overblog.com

ปล.สำหรับใครที่แอบรำคาญหน่อยๆ กับเด็กสามตัว เอ้ย! สามคน (คนที่เราก็รู้ๆกันอยู่ว่าใคร) ไรต์จะบอกว่าภาคนี้มีสามคนนี้โผล่มาน้อยมากๆเลยค่ะ แถมฉากที่โผล่มาก็ไม่ทำให้รู้สึกรำคาญด้วย เป็นอย่างนึงที่ไรต์ประทับใจมากๆ กับมูฟวี่ภาคนี้เลยค่ะ (ถึงจะรู้ว่าคิดแบบนี้ไม่ดี แต่ก็อดสะใจไม่ได้ แหะๆ)

 

ประเด็นต่อไปคือฉากต่างๆ ในเรื่อง

ส่วนนี้มีความรู้สึกส่วนตัวของไรต์มาปนนิดๆ เนื่องจากสิงคโปร์เป็นประเทศเล็กๆ และอยู่ติดทะเล ฉากส่วนมากจะมีท้องทะเลสีครามประกอบด้วย แถมฉากพระอาทิตย์ตกก็สวยสมจริงมากๆ แม้แต่ฉากประกอบในเพลงปิดก็สวย ถึงจะไม่มีทะเลมากเท่ามูฟวี่ 17 แต่ไรต์ก็รู้สึกประทับใจมากๆ เลยค่ะ ส่วนตัวไรต์เป็นคนชอบทะเลและสีฟ้าอยู่แล้ว อัญมณีคราวนี้ก็เป็นสีครามด้วย ถูกใจไรต์ตั้งแต่ชื่อเรื่องเลย

ฉากแต่ละฉากของมูฟวี่ในภาคนี้คนวาดเก็บรายละเอียดได้ดีมากจริงๆ ค่ะ ไม่ชวนให้คนดูงงหรือสับสนหรือดูไม่รู้เรื่องว่าฉากนี้คืออะไร อย่างฉากบางฉากในมูฟวี่อื่นๆ บางทีฉากโลดโผนของโคนันหรือฉากสถานที่ใดที่หนึ่งโดนระเบิดบางทีไรต์มาดูซ้ำก็ยังเมาหัวว่านี่ โคนันกำลังไปทางไหน? หรือที่อยู่ในฉากนี้คือตรงไหนกันน่ะ? แต่ภาคนี้เก็บรายละเอียดและเรียงลำดับเนื้อเรื่องได้ดี ดำเนินเรื่องได้ละเอียดเป็นขั้นเป็นตอน ไม่วกไปวนมา ไม่แว่บไปนั่นมานี่ คนดูไม่ค่อยสับสนและสามารถตามเรื่องได้อย่างปะติดปะต่อ ถึงจะมีตัดฉากไปหาคนนู้นคนนี้บ้าง แต่ไม่เยอะมากจนเกินไปค่ะ อีกฉากหนึ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือฉากไฮไลท์ของเคียวโงคุ มาโคโตะ เรียกได้ว่ามูฟวี่คราวนี้มาเพื่อแย่งซีนพระเอกจริงๆ อลังการงานสร้างมากกกทำเอาคนดูตะลึงงัน อ้าปากค้างกันทั้งโรง อลังสมกับที่มีการโปรโมทร่วมกับฤทธิ์หมัดดาวเหนือ ไม่ทำให้คนดูผิดหวังเลยจริงๆ (แต่บางฉากไรต์แอบเอ็นดูโซโนโกะนิดนึงนะ ไม่บอกว่าเรื่องอะไรแต่ใบ้ให้ว่าอยู่ในช่วงฉากไฮไลท์ของมาโคโตะด้วยนี่แหละ) และสำหรับใครที่ชอบสืบคดีไปพร้อมๆกับโคนันแบบไรต์ นอกจากต้องสังเกตและจับพิรุธของตัวละครแล้ว ถ้าโฟกัสไปที่ฉากและการดำเนินเรื่องด้วยจะดีมากๆเลยค่ะ

ขอบคุณรูปภาพจากwww.musium.net

ส่วนสุดท้ายเป็นส่วนของทริคค่ะ

 

 ใครที่เป็นสาวกโคนันและต้องการที่จะทดสอบตัวเองโดยการเป็นนักสืบต้องมาลองกับมูฟวี่ภาคนี้เลยค่ะ ใครที่ติดตามดูโคนันตั้งแต่ซีรีส์แรกๆจนถึงปัจจุบัน (แบบไรต์) จะมีสกิลพิเศษติดตัวมาอยู่พอสมควร (!?) ทำให้เราพอจะมีเซ้นส์เดาแนวทางหรือทริคที่พอจะเป็นไปได้ที่คนร้ายอาจใช้ หรือพอเดาความสัมพันธ์ของตัวละครต่างๆ ที่ติดเป็นปมปริศนาในเนื้อเรื่องได้อยู่บ้าง ทริคในมูฟวี่คราวนี้ไม่ได้ยากหรือซับซ้อนจนกระทั่งเราคิดไม่ถึงหรือตามไม่ทัน ถือว่าเป็นทริคธรรมดาที่เคยปรากฎในมูฟวี่และทีวีซีรีส์ก่อนหน้านี้มาแล้ว (แค่ภาคนี้เขาจับมายำรวมกัน 555) ใครที่เป็นเหมือนไรต์เวลาดูโคนันแล้วจะคิดตามในเนื้อเรื่องและปะติดปะต่อเรื่องราวและความเป็นไปได้ไปด้วยจะรู้สึกสนุกมากขึ้น ภาคนี้เน้นไปที่ความเข้มข้นของการสืบสวนมากกว่าภาคอื่นๆ (ส่วนตัวไรต์ว่าคนแต่งคงอยากให้คนดูสามารถคิดตามเนื้อเรื่องทันด้วย) มีรายละเอียดที่คนดูสามารถคิดตามและปะติดปะต่อเองได้ไม่ยาก ทั้งลำดับการดำเนินเรื่อง รายละเอียดของตัวละคร ฉาก ความเป็นไปได้ ความสมเหตุสมผล หลักจิตวิทยาที่ใช้ (แต่เราต้องจำให้ได้ทั้งหมด แล้วเอามาปะติดปะต่อเอง ถึงจะสันนิษฐานถูก555) ถึงจะคาดเดาไม่ถูกเป๊ะๆ(เพราะคนเขียนไม่ได้บอกใบ้ให้เราขนาดนั้น555 ถึงจะสามารถเก็บรายละเอียดได้หมด แต่ก็มีบางส่วนที่เราต้องไปลุ้นเอาจากการเฉลยของจอมโจรและนักสืบตัวน้อยของเราอยู่ดี) แต่ไรต์ก็สามารถคาดเดาความเป็นไปได้ในหลายๆรูปแบบจากรายละเอียดที่คนเเต่งใส่เข้าไปในเนื้อเรื่องและหนึ่งในนั้นก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในเนื้อเรื่องตรงตามที่เราคิดเอาไว้  แต่ขอเตือนว่าอย่าชะล่าใจทริคที่ใช้ถึงจะเป็นทริคธรรมดา แต่แฝงไว้ด้วยความไม่ธรรมดา มันสามารถทำให้เราทึ่งได้ไม่แพ้ภาคก่อนๆ และภาคนี้มีจุดหักมุมให้เนื้อเรื่องไม่เป็นไปตามที่เราคิดอยู่พอสมควร (ทีแรกไรต์ก็แอบดีใจว่าตัวเองคิดถูกแน่นอน ฮ่าๆ) เรื่องการหักมุมนี่มีทั้งประเด็นของความสัมพันธ์ของตัวละครและมีทั้งทริคในเรื่องเพียบเลยค่ะ และนอกจากทริคที่มาทำให้พวกเราทึ่งแล้ว อีกอย่างนึงที่จะขาดไปไม่ได้เลยในภาคนี้ คือมีมุกตลกมาทำให้เราขำแบบไม่ทันตั้งตัว มีบางฉากที่บางทีไรต์ก็แอบคิด หืม เวลาแบบนี้ยังจะใส่มุกตลกไปได้อีกเหรอ 555 หรือ เอ้อ มุกนี้ทำออกมาได้เหมาะเจาะถูกที่ถูกเวลาดีแฮะ

ขอบคุณรูปภาพจากwww.online-station.net

สุดท้ายนี้แอดอยากจะทิ้งท้ายเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยให้คนที่ตั้งใจจะไปดูมูฟวี่ 23 กันนะคะ

เรื่องแรก ในเนื้อเรื่องมีบางส่วนพูดถึงเนื้อเรื่องในซีรีส์ปี 20 ซึ่งยังไม่มีแปลไทย มีแต่ซับไทยอย่างเดียว จำนวนตอนอยู่ระหว่างตอนที่ 990+ ไม่เกิน 1000 ไรต์ไม่มั่นใจเรื่องจำนวนตอนที่แน่นอนเพราะจำนวนตอนที่ญี่ปุ่นกับบ้านเรามันไม่ตรงกัน ชื่อตอนจากเว็บที่ไรต์ไปดูคือ ทัศนศึกษาสีแดง ชื่อตอนจะราวๆ นี้นะคะ อาจจะแตกต่างกันไปตามแต่ละเว็บแล้วแต่คนจะแปล แต่ถึงจะไม่ดูมาก่อนก็ไม่ได้ทำให้ดูไม่รู้เรื่องนะคะ ไปดูมูฟวี่ก่อนแล้วค่อยย้อนกลับมาดูทีหลังก็ได้ค่ะ^^ (แต่ถ้าทำแบบนี้มันก็จะได้รับสปอยล์จากในมูฟวี่มาแทนอ่ะนะ เหอๆ)

เรื่องสองคือ มีบางฉากที่พูดถึงประวัติของสิงคโปร์แฝงเอาไว้ด้วย มีนิดเดียวแต่ไรต์ว่ามันลึกซึ้งอยู่นะ แต่เป็นเรื่องที่พวกเราน่าจะรู้ๆ กันอยู่แล้ว ใครที่พอจะรู้เรื่องต้นกำเนิดของสิงคโปร์อยู่แล้วจะอินมากขึ้นค่ะ เราจะรู้สึกว่าเขาแฝงรายละเอียดของประวัติศาสตร์เข้าไปในเนื้อเรื่องได้ดี

ข้อแนะนำทั้งหมดของไรต์ที่แทรกไปในบทความ เกิดจากความคิดเห็นและความชอบส่วนตัว เพราะเป็นคนที่ชอบการสืบสวนและชอบคิดตามตัวละครและเนื้อเรื่องตามที่คนเขียนวางเอาไว้ให้ไปด้วย ใครที่ไม่ได้เป็นแบบไรต์จะไปดูเอามันส์อย่างเดียวก็สนุกได้ค่ะ ไม่ว่ากัน มันแล้วแต่สไตล์คนเนอะ^^

ปล.ตอนนี้โรงหนัง SF มีแจกแฟ้มแถมฟรีด้วยน้าา มีจำนวนจำกัดแค่ 6,000 เล่มทั่วประเทศเท่านั้นนะคะ อย่าลืมไปสอยกันมาให้ได้น้า แน่นอนว่าไรต์ได้มาแล้วอันนึง อิๆ^^

ด้านหน้า

ด้านหลัง