สาวๆหลายคนคงเคยมาร์คหน้ากันทุกคนแน่นอนค่ะ ปัจจุบันมีมาร์คหน้ายี่ห้อต่างๆผลิตออกมาเยอะแยะมากมายให้สาวๆเลือกช้อปกันอย่างสนุกเลยทีเดียว ทั้งมีจัดโปรโมชั่นต่างๆนาๆ เพราะการมาร์คหน้ามันนอกจากจะช่วยให้หน้าเราดีขึ้น ได้รับการดูแลแบบเร่งด่วน ยังทำให้เรารู้สึกมีความสุขด้วยที่ได้ทำมันใช่ไหมล่ะคะ

    วันนี้ดิฉันจะมาเล่าประสบการณ์การแพ้มาร์คหน้าถึง 2 ครั้ง 2 หน ย้ำ2 รอบ!! นี่สินะที่เขาบอกว่าเจ็บแล้วไม่จำ ก่อนอื่นต้องขอบอกนะคะว่าไม่เอ่ยยี่ห้อ เพราะดิฉันคิดว่าอาจทำเขาเสียหายได้ เพราะอาจจะมีคนที่ไม่แพ้แบบดิฉันอยู่ก็ได้ ในที่นี้ก็อยากกล่าวถึงวิธีการรักษา อาการเกล่านี้ เป็นต้นเนอะ

   เริ่มจากครั้งแรกในชีวิตนะคะที่เราแพ้ วันนั้นเป็นช่วงปิดเทอมเราเลยอยากหาอะไรมาดูแลตัวเองไปพลางๆรอเปิดเทอมเราเลยเลือกมาร์หน้าตัวนึงมาใช้ เป็นแบบแผ่นทั่วไปนี่แหละค่ะ ครั้งแรกที่ลงใบหน้าคือปกติมาก สักพัก ประมาณ5 นาที เราเริ่มรู้สึกยุบยิบคันแสบบริเวณเหนือริมฝีปากค่ะ แต่เราก็ชะล่าใจคิดว่าไม่มีอะไร มันอาจจะทำปฏิกิริยากับหน้าเราอยู่(เป็นความคิดที่ผิดมากค่ะ ไม่รู้ตอนนั้นคิดไปได้ยังไง)

Advertisement

Advertisement

    เริ่มเช้าวันต่อมา เมื่อเอามาร์คออกปรากฏว่าหน้าแดงค่ะ แดงเฉพาะรอยที่มาร์ค หลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มมีสิวผดขึ้นมา ขออนุญาตไม่แปะรูปอาการพวกนี้นะคะมันน่ากลัวเกินไป หลังจากนั้นเราก็คิดว่าแพ้แหละ เลยลองปล่อยไว้ให้มันหายไปธรรมชาติ ปรากฏว่า1 วันต่อมาก็ยังไม่หาย เราเลยลองหาในเนตปรากฏว่าไปเจอตัวว่านหางจระเข้ 49 บาทที่เซเว่นค่ะ

    ว่านหางจระ Smooto 49 บาท 7-11

    

 

    ขอบอกนะคะว่าเขาไม่ได้จ่ายเช่นเดิม ตัวนี้คือตัวเปิดโลกเราเลยค่ะ เราเลยใช้ตัวนี้ทาทิ้งไว้ อดใจรอค่ะไม่นานประมาร1-2 วันสิวผดยุบ รอยแดงยุบ หน้ากลับไปเป็นปกติแล้วแน่นอน!!

Advertisement

Advertisement

    ก่อนอื่นขอแนะนำวิธีเรานะคะว่าระหว่างเป็นเนี่ยให้รอก่อนสักวันอย่าพึ่งใช้อะไร ใช้แค่น้ำสะอาดล้างเพราะเราไม่รู้ว่าถ้าโดนโฟมอะไรแล้วจะเป็นหนักกว่าเดิมมั้ยเพราะหน้าเราแพ้อยู่ หลังจากนั้น1วันถ้ายังไม่ดีขึ้น ค่อยเริ่มกลับมาใช้โฟมล้างหน้าของเราปกติก่อน แล้ว+กับใช้ว่านหางจระเข้ที่เสนอไปข้างต้นนี่แหละค่ะ ที่สำคัญนะคะอย่าจับ อย่าแกะ เพราะเราไม่กล้าจับและแกะเลยเพราะคิดว่าจะเห่อหนักกว่าเดิมแน่ๆ และจะเป็นรอยแผลเป็น

    ทุกคนที่ประสบปัญหานี้อยู่ไม่ต้องห่วงเนอะ แค่ดูแลอย่างที่บอก ที่สำคัญอย่าแกะเกา ไม่งั้นรอยแผลฝากไว้บนหน้าแน่นอนค่ะ และนี่คือประสบการณ์แพ้ครั้งแรกของดิฉันค่ะ

    มาต่อกันที่ครั้งที่สอง รอบล่าสุดนี้เกิดขึ้นไม่นานค่ะ และเป็นหนักมาก รอยแดงเป็นรอยตามที่มาร์คหน้า รอบแรกยังไม่ถึงขั้นไปหาหมอ แต่รอบนี้คือไม่ไหวแล้วค่ะ เริ่มจากวันแรกที่ใช้คือตกกลางคืนมาร์คปกติเลยค่ะ แล้วก็นอน เช่นเดิมค่ะ ก็คันยุบยิบที่เดิม รอบนี้ก็ยังคิดแบบเดิม แต่คิดเิ่มขึ้นมาว่าจะแพ้ป่าววะ แต่ถ้าแพ้คงเป็นเหมือนเดิมแหละ ไม่หนัก เลยไม่ซีค่ะ ย้ำว่าตอนนั้นคิดน้อยมากๆ เลยปล่อยไว้ทั้งคืน ตื่นมาปรากฏว่าหน้าแดงค่ะ มีแต่คนทักไปทำไรมาหน้าแดง แล้ววันแรกคือแค่แดงเราเลยคิดว่าคงเป็นแค่นี้มั้งเพราะไม่มีผดผื่นขึ้นสักหน่อย

Advertisement

Advertisement

    หลังจากนั้นวันต่อมาเริ่มคันยุบยิบค่ะ ตื่นช่วงสายๆมาหน้าเริ่มมีผื่นขึ้น มิหนำซ้ำตา และขมับเริ่มบวมออกค่ะ วันนั้นเริ่มรู้สึกว่า เห้ย มันไม่ใช่ละ เราเลยลองซื้อว่านหางมา ปรากฏว่ารอบนี้เอาไม่อยู่ค่ะ โฟมล้างหน้าก็เอาไม่อยู่ค่ะ เราเลยลองปล่อยให้มันลองหายเองดู

   วันต่อมา ตื่นมาแทบไม่กล้าส่องกระจกค่ะ เพราะบวมทั้งหน้า ตาเหลือเท่าเล็บมือค่ะ นี่ไม่ได้โม้นะคะ แต่มันคือเรื่องจริง เราไม่กล้าทำอะไรเลยวันนั้น จิตตกมากๆค่ะ บวมเป่งเลยค่ะ พร้อมทั้งมีสิวผดและรอยแดงบนหน้าเป็นอย่างมาก เย็นวันนั้นเราเลยตัดสินใจไปหาหมอที่คลินิก โดนหมอให้ยามาทาตามเต็ปค่ะ 

   สัปดาห์แรกที่ไปได้ คลีนซิ่ง กับ ว่านหางของหมอ + ยาทาลดผดผื่นมานะคะ แต่ตัวว่านหางกับยาลดผดผื่นเราไม่ได้ถ่ายไว้ขออภัยนะคะ มีแต่ตัวคลีนซิ่งคืนตัวรนี้คือ ใช้แค่ตัวนี้กับสำลีเท่านั้นในการล้างหน้า

    คลีนซิ่ง

  ตัวต่อมาในสัปดาห์ที่2 หมอก็แจกเจ้า 2 ตัวนี้มา

ยาทาก่อนอน+เช้า     ตัวซ้าย(ฝาชมพู) จะช่วยลดผดผื่น ทาเช้า-เย็น  ส่วนตัวขวา(ฝาขาว) ลดรอยแดง+คล้ำ ตัวนี้ฤทธิ์แรงจริงค่ะ รอยสิวที่เคยเป็นก่อนหน้านี้ใช้อะไรก็ไม่จางโดนตัวนี้คือหายไปตอนไหนไม่รู้ค่ะ แต่หมอแนะนำให้ทาตอนกลางคืนเท่านั้นค่ะ

    เมื่อผดผื่นหายเราก็เริ่มทาครีมกันแดดที่หมอให้มา ขอบอกนะคะว่าหากใครมีรอยคล้ำ รอยแผลเป็น รอยสิว พยายามทาครีมกันแดดหนาๆไว้เลยค่ะ เพราะจะช่วยให้รอยจางไว และเมื่อโดนแดดก็จะไม่คล้ำมากกว่าเดิม หลังจากผดหายก็ทากันแดดเลยค่ะ

    กันแดด

    หลังจากทากันแดดก็คือตัวนี้ช่วยคุมมันดีมากค่ะ

    หลังจากนั้นขอบอกนะคะว่าทรมาณมากรอยแดงคือชัดจริงๆหลังจากที่ผดหาย เราต้องใจเย็นๆค่อยๆบำรุงไปนะคะอย่าใจร้อนเชียวหล่ะ ขอบอกตามตรงนะคะว่าใช้เวลาถึง 1 เดือนกว่าๆเลยค่ะกว่าหน้าเราจะกลับมาปกติไม่มีรอยค่ะ ช่วงนั้นก็อาศัยใส่แมสไปเรียนเอาค่ะ อย่าให้หน้าถูกฝุ่นถูกอะไรนะคะ หน้าเราบอบบางมากค่ะช่วงนั้น เราแค่ลูบหน้าแกะสิว แอบมือบอล แค่นั้นมันก็ลอกเป็นรอย+แสบมากค่ะ

    ก่อนจากกันอยากบอกทุคนว่าเวลาจะใช้ให้เลือกมาทดลองทานิดนึงก่อนก็ดีนะคะ หรือใครใช้ตัวไหนแล้วไม่แพ้แนะนำให้ใช้ไปตลอดเถอะค่ะ เพราะเปลี่ยนบ่อยมันก็เสี่ยงมากขึ้นทุกครั้งที่เราจะแพ้ วิธีข้างต้นเป็นวิธีที่เราทำแล้วดีจริง เราเลยอยากมาแนะนำ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับหน้าของแต่ละคนด้วยนะคะแต่สำหรับเราคือหายค่ะ ขอให้ทุกคนที่เป็นสู้ๆนะคะ ปรึกษาเราได้ตลอดนะคะ ขอบคุณค่ะ

ภาพถ่ายโดยนักเขียน

   

ขอบคุณภาพประกอบหน้าปกจาก: pixabay.com

 

เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !