https://www.facebook.com/photo?fbid=1847756478779912&set=a.1582256215329941เครดิตภาพ Facebook Official

ภาพยนตร์เรื่องนี้ผมมารู้จักและหาดูหลังจากที่ชมเรื่อง Infinity War จบ บอกตามตรงว่าสนใจและอยากรู้จักตัวละครตัวนี้มากยิ่งขึ้น ตอนแรกก็ไม่แน่ใจว่ามีไหมนะภาคแยกของตัวละครนักเวทย์นี้ หาไปหามาเมื่อเจอปุ๊บก็ดูเลยครับไม่ต้องรออะไรละ

หนังเล่าถึง ดร. สตีเฟ่น เสตรนจ์ (Benedict Cumberbatch) ผู้มีอาชีพเป็นหมอศัลยแพทย์ประสาทที่เก่งมาก แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเขาประสบอุบัติเหตุและทำให้เขาเสียมือข้างที่ใช้งานถนัดไปทำให้ความสามารถและอาชีพของเขาแทบจะจบลง แต่เขาคิดผิดเพราะว่าชีวิตเขากำลังจะเปลี่ยนไป เพราะเขาได้พบกับผู้วิเศษจากดินแดนห่างไกลที่พร้อมจะช่วยเหลือเขาและมอบชีวิตใหม่ให้พร้อมพลังเวทย์มนต์ที่เขาเองก็ไม่เคยเชื่อ

 

คลิกเพื่อดูหนัง Doctor Strange จอมเวทย์มหากาฬ

 

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1882754331946793&set=a.1582256215329941เครดิตภาพ Facebook Official

Advertisement

Advertisement

ช่วงหลัง ๆ มานี้ เหมือนว่าหนังซูเปอร์ฮีโร่ของมาร์เวลเริ่มที่จะได้รับความนิยมน้อยลงไปบ้าง แต่กระนั้นมาร์เวลก็ไม่ประมาท ตัดสินใจส่งภาพยนตร์ Doctor Strange ที่มีการกำเนิด รูปแบบของพลังและบุคลิคที่แตกต่างจากฮีโร่ตัวอื่นมาลงสนามประชันเพื่อให้ฉีกแนวและสร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการหนังของมาร์เวล ถ้าจะมีที่คล้าย ๆ กันคงเป็นกัปตันอเมริกา แต่เรื่องนี้จะแปลกและแหวกแนวกว่าเพราะว่าก่อนที่เขาจะมาเป็นนักเวทย์ เขาเป็นหมอมาก่อนหมอ และการมาเป็นนักเวทย์ก็เหมือนอัพเกรดสกิลขึ้นมานั่นเอง

สิ่งที่เรียกได้ว่าไม่เมคเซนส์ของภาพยนตร์เรื่องนี้คือความรวดเร็วในการฝึกวิชาพลังเวทย์ ก็พอจะเข้าใจว่าหนังต้องการให้มีความกระชับเข้าใจง่าย แต่ถ้าลองเปรียบเทียบอาชีพหมอของเสตรนจ์ในชีวิตความเป็นจริง กว่าจะมาเป็นหมอไม่ได้ใช้เวลารวดเร็วขนาดนั้นและอาศัยความฟลุ๊คไม่ได้ด้วยเช่นกัน แต่กับพลังเวทย์ที่ดูเหมือนว่าควรจะใช้เวลามากกว่า เสตรนจ์กลับใช้เวลาไม่นานในการสั่งสมวิทยายุทธ์ เลยทำให้เป็นจุดรั่วของภาพยนตร์เรื่องนี้ที่รวบรัดตัดตอนเกี่ยวกับบทบาทมากไป ต้องการให้กระชับแต่ดันตัดส่วนสำคัญไปซะได้ เลยทำให้คนดูไม่อินกับการฝึกวิชาเท่าที่ควร

Advertisement

Advertisement

https://www.facebook.com/photo?fbid=1783677458521148&set=a.1582256215329941

เครดิตภาพ Facebook Official

การจะใส่บทบาทการแสดงในทำนองทีเล่นที่จริงป็นสิ่งที่เพิ่มเสน่ห์ให้กับนักแสดง แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเหมาะกับสิ่งดังกล่าวเสมอไป เพราะนักแสดง เบเนดิคท์ คัมเบอร์แบตช์ ที่รับบทเป็นเสตรนจ์ เขาดูเป็นผู้ใหญ่ที่เหมาะกับบทที่ดูเคร่งขรึมมากกว่า การให้เขาแสดงบทบาทแบบน้มันค่อนข้างไม่เหมาะกับตัวเขา ทำให้คนดูอินยากมากเลย ไม่ใช่ว่าแสดงไม่เก่งนะครับ เพียงแต่ว่าเค้าแค่ได้รับบทบาทที่ไม่เหมาะกับตัวเขาเท่านั้นเอง

Advertisement

Advertisement

คะแนนนเนื้อเรื่อง 8/10 พล็อตเรื่องน่าสนใจ แต่การดำเนินเรื่องที่รวดเร็วเกินไปทำให้หนังหมดความน่าติดตาม หนังไม่ทำให้คนดูลุ้นกับตัวแสดงนำเท่าไหร่ เพราะการพัฒนาจากหมอปกติมาฝึกวิชาเวทย์ให้สำเร็จ ในส่วนของตรงนี้หนังสามารถใช้เวลากับซีนแบบนี้ได้เพื่อทำให้คนดูลุ้นและคล้อยตาม แถมการวางบทบาทนักแสดงให้เหมาะกับบทก็ผิดพลาดไปหน่อย

คะแนนเอฟเฟคต์ 10/10 ความสวยงามของเวทย์มนต์ในเรื่องนี้คือหัวใจหลักของความแฟนตาซีเลยครับ เพราะหนังฮีโร่มาร์เวลเรื่องอื่นไม่มีคนไหนที่เคยทำแบบนี้มาก่อน ในเมื่อหนังเดินเรื่องมาด้วยหัวใจอย่างเวทย์มนต์ ความสวยงามจากการร่ายเวทย์ก็ควรที่จะมีมากพอที่จะทำให้อุดรอยรัวของหนังได้

คลิกเพื่อดูหนัง Doctor Strange จอมเวทย์มหากาฬ

 

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1888925101329716&set=a.1582256215329941เครดิตภาพ Facebook Official

ข้อคิดที่ได้จากภาพยนตร์

1. ความปรารถนาที่จะช่วยเหลือคน แม้ว่าเขาจะไร้มือข้างถนัด แต่เขาก็ยังดั้นด้นหาวิธีรักษาเพื่อที่จะดำเนินชีวิตตามเจตนารมย์ของเขาและการที่พยายาม ไม่ท้อ ทำให้เขาได้พบโอกาสที่จะช่วยชีวิตคนมากกว่าการที่ได้มือคืนมา

2. ทุกอย่างต้องใช้ความอดทน ในขณะที่เสตรนจ์กำลังฝึกฝน แน่นอนว่าเขาเหนื่อยและท้อมาก แต่ก็พยายามอดทนเพื่อให้บรรลุเป้าหมานตามที่ต้องการ และเขาเองก็ต้องการพิสูจน์ตัวเองด้วยว่าเขามีค่าพอกับพลังที่ได้รับไหม

หนังทำได้ดีมากในส่วนของเอฟเฟคต์ แต่ในเรื่องบทยังด้อยอยู่พอสมควร แต่นับว่าการฉีกแนวของมาร์เวลเดินมาถูกทางแล้ว ก็ลุ้นให้มีภาค 2 แต่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสไหม

เครดิตภาพปก Facebook Official