เกมมิ่งโฟนเป็นสมาร์ทโฟนที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในยุคที่สเปคและความแรงถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด ซึ่งหากจะพูดถึงผู้ผลิตเกมมิ่งเกียร์หรืออุปกรณ์เล่นเกมแล้วเบอร์ต้นๆ ของวงการก็คงต้องยกให้กับทาง  ASUS ROG ที่ก่อนหน้านี้เพิ่งเปิดตัว  ASUS ROG Phone 5 Series ที่ก่อนหน้านี้เพิ่งทำเอาคอเกมทั่วโลกใจสั่นไปตามๆ กัน และอีกค่ายที่เป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อก็คือทาง Lenovo Legion โดยล่าสุดก็ส่งคู่ต่อกรมาลงสนามคือ Lenovo Legion Phone Duel 2 ส่วนจะน่าสนใจแค่ไหนนั้น เราสรุปเอา 5 จุดเด่นของรุ่นนี้มาให้ได้ทำความรู้จักกันว่าจะน่าเปย์แค่ไหน

ดีไซน์และหน้าจอ

Lenovo Legion Phone Duel 2 Designสมาร์ทโฟนรุ่น Lenovo Legion Phone Duel 2 โดดเด่นมาตั้งแต่การออกแบบตัวเครื่องที่สมฐานะของเกมมิ่งโฟน ด้วยดีไซน์ที่ดุดันเร้าใจ ด้านหลังมีโลโก้และไฟที่สามารถปรับเปลี่ยนสีได้ วางกล้องหน้าในแนวนอนซึ่งประโยชน์ของการติดตั้งกล้องในลักษณะนี้จะช่วยให้สามารถสตรีมมิ่งการเล่นเกมได้สะดวกในมุมมองที่ดีขึ้นด้วย

Advertisement

Advertisement

Lenovo Legion Phone Duel 2 screen

 Lenovo Legion Phone Duel 2 มากับหน้าจอแบบ AMOLED ขนาดใหญ่เต็มตาถึง 6.92 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ รองรับ HDR10+ มีอัตราการรีเฟรชสูงถึง 144Hz พร้อมอัตราการตอบสนองการสัมผัสที่ 720Hz เรียกว่ากราฟิกสวยลื่นตอบสนองได้ทันใจแบบไม่ต้องกลัวหน่วง ออกอาวุธได้แบบเรียลไทม์ ความสว่างหน้าจอก็สูงสุดถึง 1,300 nits ใช้งานกลางแจ้งได้อย่างสบาย รุ่นนี้มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ แข็งแรงทนทานด้วยกระจกกันรอย Gorilla Glass 5 เป็นอีกรุ่นที่ถือว่ามีหน้าจอดีมาก

ประสิทธิภาพ

Lenovo Legion Phone Duel 2 Performanceจุดเด่นของ Lenovo Legion Phone Duel 2 อีกอย่างหนึ่งก็คือพลังในการประมวลผลที่จะมาช่วยให้การเล่นเกมทำได้อย่างลื่นไหลมากขึ้นแบบไม่หัวร้อนระหว่างเล่น ด้วยการใส่ขุมพลังมาเป็นชิปเซ็ตในรุ่น Qualcomm  Snapdragon 888 5G  จับคู่กับ GPU รุ่น Ardeno 660 พร้อมหน่วยความจำ RAM ขนาด 8 GB, 16 GB สูงสุดถึง 18 GB โดยเป็น RAM แบบ LPDDR5 สำหรับหน่วยความจำภายในเครื่องเป็นแบบ UFS 3.1 เริ่มต้นที่ 128 GB สูงสุดที่ 512 GB ระบบปฏิบัติการให้มาเป็น  Android 11 ครอบทับด้วย Lenovo ZUI 12.5 ที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกม ด้านการเชื่อมต่อแน่นอนว่า Lenovo Legion Phone Duel 2 นั้นรองรับ 5G (sub 6 GHz และ mmWave) รวมถึงรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.2 ทำให้การเล่นเกมแบบออนไลน์และการเชื่อมต่อแบบไร้สายต่างๆ ทำได้อย่างราบลื่น สเปคนี้จัดว่าโหดเลยล่ะ

Advertisement

Advertisement

ฟังก์ชั่นในการเล่นเกม

Lenovo Legion Phone Duel 2 Functionเมื่อขึ้นชื่อว่าเกิดมาในตระกูลเกมมิ่งโฟนทำให้ฟังก์ชั่นในการเล่นเกมของ Lenovo Legion Phone Duel 2 ย่อมไม่ธรรมดาโดยมากับปุ่มควบคุมเกมที่ทำหน้าที่เหมือนจอยเกมแบบ L-R ถึง 4 ปุ่ม พ่วงมาด้วยปุ่มสัมผัสที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ใช้เซ็นเซอร์แบบ Ultrasonic ที่รวดเร็วแม่นยำ พร้อม Gesture แบบ 3 แกน มีฟังก์ชั่นในการปรับแต่งตัวเครื่องเพื่อให้เหมาะสมกับเกมที่เล่น สามารถรีดพลังทั้งหมดมาใช้เพื่อการเล่นเกม เต็มอิ่มและสะใจด้วยลำโพงคู่สเตอริโอและระบบเสียง Dolby Atmos หรือหากใครเป็นสายสตรีมเกมก็มีไมโครโฟนใส่มาถึง 4 ตัว พร้อมระบบตัดเสียงรบกวน เรียกว่าย่อเครื่องเล่นเกมมาไว้ในฝ่ามือก็คงไม่ผิด

Advertisement

Advertisement

กล้องถ่ายรูป

Lenovo Legion Phone Duel 2 cameraการถ่ายภาพอาจจะไม่ใช่จุดขายหลักของ Lenovo Legion Phone Duel 2 แต่รุ่นนี้ก็ใส่กล้องถ่ายรูปมาให้แบบไม่น่าเกลียดด้วยกล้องหน้าแบบป๊อพอัพวางตำแหน่งในแนวนอนความละเอียดอยู่ที่ 44 ล้านพิกเซล พร้อมลูกเล่นที่ครบถ้วนเพื่อการเซลฟี่ ส่วนกล้องหลังนั้นเป็นกล้องคู่ที่ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ OmniVision จับคู่กับเลนส์อัลตร้าไวด์ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รองรับการบันทึกวีดีโอ 8K ที่ 24fps และ 4K ที่ 60fps พ่วงมาด้วยฟีเจอร์ Audio Zoom ที่ทำให้บันทึกเสียงได้คมชัดมากยิ่งขึ้น

แบตเตอรี่และการระบายความร้อน

Lenovo Legion Phone Duel 2 Powerเพราะการเล่นเกมนั้นต้องทำอย่างต่อเนื่องและไม่ขาดตอนทำให้แบตเตอรี่ของ Lenovo Legion Phone Duel 2 นั้นมากับความอึดเป็นพิเศษโดยมากับความจุที่สูงถึง 5,500 mAh แบ่งเป็นขนาด 2,750 mAh จำนวน 2 ก้อน รองรับเทคโนโลยีการชาร์จเร็ว 90W ชาร์จจาก 0-100% ได้ใน 30 นาที เล่นได้ยาวนานและไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาความร้อนเพราะมีพัดลมระบายอากาศและระบบระบายความร้อน Vapor Chamber Liquid Cooling ติดตั้งมาให้เสร็จสรรพ เพื่อให้เกมเมอร์ไม่พลาดทุกสมรภูมิสำคัญ

Lenovo Legion Phone Duel 2 coolingและนี่ก็คือ 5 จุดเด่นของ Lenovo Legion Phone Duel 2 ที่ต้องบอกว่าทำออกมาได้สมฐานะของเกมมิ่งโฟนจากค่ายชั้นนำของวงการ ที่เหล่าเกมเมอร์ไม่ควรพลาด รุ่นนี้ทำออกมา 2 สีด้วยกันคือ สีดำ Ultimate Black และสีขาว Titanium White ส่วนราคาค่าตัวนั้นเริ่มต้นที่ 799 ยูโร หรือประมาณ 29,900 บาท สำหรับบ้านเราอดใจรอกันอีกหน่อยว่าจะเข้ามาเมื่อไหร่และราคาจะเคาะออกมาที่กี่บาท อีกไม่นานน่าจะมีรายละเอียดตามออกมา

เครดิตภาพและข้อมูลจาก lenovo.com