รวบรวมข้อมูล เจาะลึก เปรียบเทียบ จักรวาลไอ้แมงมุม - สไปเดอร์แมน

       กำลังเป็นกระแสเลยนะคะสำหรับหนังดังในช่วงนี้ อย่างเรื่อง Spider-Man: Far From Home ที่กำลังเข้าฉายในช่วงเดือนนี้ หากใครชอบดูหนังซุปเปอร์ฮีโร่หรือเป็นแฟน Spider-Man ก็คงพอจำกันได้บ้าง ว่าหนังของซุปเปอร์ฮีโร่ ‘ไอ้แมงมุม’ หนุ่มสุดหล่อนี้ได้ถูกสร้างมาหลายครั้งหลายเวอร์ชั่น         ในบทความนี้เราก็เลยจะมารวบรวมและย้อนดู Spider–Man ทั้งหมดให้ชมกันค่ะ

       ฮีโร่ Spider-Man หรือ 'ไอ้แมงมุม' ที่เรารู้จักเป็นตัวละครซุปเปอร์ฮีโร่ในสังกัด Marvel Comics ค่ะ ตัวการ์ตูนยอดมนุษย์สัญชาติ USA ตัวละครนี้ถูกสร้างโดยคุณสแตนลีและสตีฟ ดิตโก ปรากฏตัวครั้งแรกในปี พ.ศ. 2505 หรือ ปี 1962  โอ้โหตัวละครนี้อยู่กับเรามานานกว่าที่คิดนะเนี่ย

       ด้วยบทบาทของ นักเรียนไฮสคูลหนุ่มขี้อายคนหนึ่งที่จะเพราะความบังเอิญหรือตั้งใจทำให้ชีวิตมาถึงจุดพลิกผันกลายเป็นฮีโร'ไอ้แมงมุม'ผู้แบกรับความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่นั้นเป็นที่ชื่นชอบและได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากแฟน ๆ จนได้มีการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ ถึง 3 Version  หลายภาคด้วยกัน  คือ

สไปเดอร์แมนทั้ง 3 เวอร์ชั่น

1. Spider – Man (ผู้กำกับ Sam Raimi ค่าย Sony Picture)      Spider-Man (2002)      Spider-Man 2 (2004)      Spider-Man 3 (2007) 2. The Amazing Spider - Man (ผู้กำกับ Marc Webb  ค่าย Sony Picture)      The Amazing Spider-Man ฉายปี 2012      The Amazing Spider-Man 2 ฉายปี 2014      The Amazing Spider-Man 3 ฉายปี 2018 3. Spider – Man (ผู้กำกับ Jon Watts ค่าย Marvel Studios และ Disney)      Spider-Man : Home Coming 2017      Spider-Man: Far From Home 2019

อาจมีข้อสงสัยว่า เอ๊ะ? ค่ายไหน ใครเป็นเจ้าของ ใครสร้าง อะไรยังไงกันแน่ คำตอบคือ

       แต่ละ Version นั้น สไปเดอร์แมนนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ Marvel ค่ะ แต่ได้มีการซื้อลิขสิทธิ์มาสร้างเป็นหนัง โดยค่ายหนังต่าง ๆ และทุกภาคจัดจำหน่ายผ่าน Columbia Picture    - เวอร์ชั่นแรก ที่ปรากฏให้เห็น เป็นของค่าย Sony ทำหนังออกมาทั้งหมด 3 ภาคด้วยกัน - เวอร์ชั่น 2  ได้มีการ Reboot สร้างโดย Sony อีกเช่นเคย มีการปรับเปลี่ยนทั้งตัวละคร และเนื้อเรื่อง อีก 3 ภาค - เวอร์ชั่น 3 เป็นการ Remake สร้างใหม่ ของค่าย Marvel Studios และ Disney ปรากฏตัวละครสไปเดอร์แมนครั้งแรกใน Captain America Civil war และค่อยมีหนังของตัวเอง Spider-Man Home Coming  ตามมา

spiderman                                                                                                            Credit : Page 9GAG จะเห็นได้ว่าแต่ละเวอร์ชั่นมีความแตกต่างและเส้นเรื่องที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง มีการตีความและจุดเน้นที่แตกต่างกันไปทั้งโทนเรื่อง,เหตุการณ์เรื่องราวที่เกิดขึ้น,คาแร็กเตอร์ของตัวเอก รวมทั้งบทบาทของตัวละครในเรื่องก็แตกต่างกันไปน่าสนใจและสนุกไปคนละแบบ


                                  เจาะลึก Spider–Man ในแต่ละเวอร์ชั่นแบ่งตามผู้กำกับ

1. Spider–Man  (Sam Raimi) poster spiderman sam raimi

       นับเป็น Version แรกของ Spider-Manที่นำตัวละครคอมมิกส์ออกสู่สายตาผู้ชมบนจอภาพยนตร์  เวอร์ชั่นนี้คลาสสิคตรึงใจผู้ชมเป็นอย่างมาก ทั้งยังได้รับการยกย่องว่าเป็น Spider-Man ฉบับที่ดีที่สุด จากคำพูดที่น่าจดจำ“พลังอันยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง” และ ฉากห้อยหัวจูบกันกลางสายฝนของพระนาง ฉากหยุดรถไฟ เป็นต้น

  •                โทนเรื่อง : สำหรับเรามองว่าเป็น หนังฮีโร่ที่ จะค่อนไปทาง รักโรแมนติก อบอุ่น ปนเศร้านิดหน่อย

       ที่บอกว่าเป็นหนังรักโรแมนติกอบอุ่นเพราะ แรงบัลดาลในในการทำสิ่งต่าง ๆ ของ ปีเตอร์ พาร์คเกอร์ นั้นคือ 'ความรัก' เขาตกหลุมรัก แมรี่ เจน สาวสุดฮอตบ้านข้าง ๆ แต่ไม่กล้าแสดงออก เขารักเธอย่างจริงใจ สังเกตดี ๆ จะเห็นได้ว่าหนุ่มสไปเดอร์แมนนั้นได้ไปช่วยชีวิตเธออยู่บ่อยครั้ง นอกจากนี้ยังเห็นถึงความอบอุ่นของสมาชิกครอบครัวพาร์คเกอร์จากลุงเบ็นและป้าเมย์ที่ผู้ชมสัมผัสได้  ส่วนที่ดราม่าในภาคนี้เป็นปมการสูญเสียลุงและความเสียสละของพระเอกที่ไม่สมหวังในความรักแอบรักอยู่เรื่อยไป จะเห็นพาร์คเกอร์ของเรานกอยู่บ่อย ๆ 

  •               พระเอกของเรื่อง  ผู้รับบท ฮีโร่ของเราในครั้งนี้คือ Tobey Maguire

       ในเวอร์ชั่นนี้แสดงให้เห็นการเติบโตและการพัฒนาตัวละครอย่างชัดเจน ทำให้เรารู้สึกร่วมและเอาใจช่วยไปด้วย นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนยกย่องว่า เวอร์ชั่นนี้เป็น Spider-Man ที่ดีที่สุด        คาแร็กเตอร์ของ ปีเตอร์ พาร์คเกอร์ ในช่วงแรกเป็นหนุ่มเนิร์ดขี้อายไม่สู้คนคนหนึ่ง เขาฉลาด, จริงใจ, เสียสละ, ดูอบอุ่นและใจดี อาจเป็นพระเอกแนวลูซเซอร์นิด ๆ เพราะถูกแกล้งจากเพื่อน ๆ แต่นั่นทำให้เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเขาได้อย่างชัดเจน  จากช่วงแรกเด็กเนิร์ดถ่ายภาพและสนใจวิทยาศาสตร์ ภายหลังได้รับพลังเขาเริ่มแข็งแกร่งและมีความมั่นใจขึ้น และเมื่อพบการสูญเสียเกิดความรู้สึกผิดและเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นฮีโร่ช่วยเหลือผู้คน การที่จะเป็นฮีโร่ต้องอาศัยความรับผิดชอบอย่างมาก ต่อมาในด้านของชีวิตเขาเติบโตและมีหน้าที่การงานที่ดีขึ้น  เรียกได้ว่าพัฒนาจากจุดตกต่ำมาสู่บทฮีโร่ได้อย่างดี

  •               เรื่องราวการเป็นฮีโร่ ฉากการได้รับพลัง  และจุดพลิกผัน

       การได้รับพลัง :ในส่วนของการเป็นฮีโร่ในเรื่องนี้ ค่อนข้างดูเป็น ”ความบังเอิญ” ที่เด็กเนิร์ด ๆ คนหนึ่ง โดนแมงมุมสายพันธุ์ทดลองกัดเข้าระหว่างทัศนศึกษา ผลคือ เขามีพลังพิเศษ เช่น สัมผัสของแมงมุม การปีนป่ายตึกได้ สร้างใยได้ด้วยตัวเอง ความว่องไว ความแข็งแรงของร่างกาย และมวลของกล้ามเนื้อ  เมื่อเขาได้รับพลังมาและเริ่มต้นวันใหม่ เริ่มเรียนรู้ว่าตัวเองทำอะไรได้บ้างอย่างประหลาดใจ ส่วนคอสตูมของเขาแรงบัลดาลใจจากชุดนักมวยปล้ำ        จุดพลิกผัน : การลงแข่งมวยปล้ำหวังได้เงินรางวัลมาซื้อรถให้สาวที่รักนั่ง แต่ในวันเดียวกันนั้นเองเขาสูญเสียลุงของเขาโดยถูกโจรคนหนึ่งยิงเข้า น่าเศร้าที่โจรคนนั้นเป็นคนที่ปีเตอร์ไม่ได้ช่วยจับ ทำให้เขารู้สึกผิดที่เขา “ไม่ได้ทำอะไร ทั้ง ๆ ที่ทำได้” ต่อมาเขาจึงตัดสินใจเป็นฮีโร่ ช่วยเหลือคนในเมืองและจับอาชญากรทั้งหลาย

       สรุปคร่าว ๆ ของเวอร์นี้ ในภาคแรกจะดำเนินไปเรื่อย ๆ ไม่หวือหวา แต่ได้ใจคนดูด้วยการดำเนินเรื่องและบทแสดงให้เห็นการเติบโตและเพิ่มความตื่นเต้นขึ้นในภาคต่อภาคหลังๆ ฉากน่าจดจำในSpiderman

Credit : ภาพสกรีนแคป จากภาพยนตร์ Spider - Man 2002 และ ภาพโปสเตอร์หนัง  https://pmcvariety.files.wordpress.com/2014/04/08-spider-man-2002.jpg?w=1000&h=563&crop=1


 

2. The Amazing Spider–Man  (Marc Webb)

poster spider-man Mach      เป็นการ Reboot ทำใหม่ ซึ่งจะมีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเลย ด้วยการพลิกโฉมครั้งนี้ทำให้มีคนนำไปเปรียบเทียบกับเวอร์ชั่นแรกอย่างมาก และบ้างก็ได้รับกระแสลบอยู่บ้างว่าไม่ดีเท่าเวอร์ชั่นแรก แต่ส่วนตัวเราว่าหนังทำออกมาคนละแนวคนละโทนกันมากกว่า จึงเปรียบเทียบกันไม่ได้ทั้งหมด แต่ละเวอร์ชั่นนั้นมีจุดดีแตกต่างกันไป

  •               โทนเรื่อง : เป็นหนังฮีโร่ที่ ออกแนว แอ็คชั่น Sci-Fi วัยรุ่น ไฮสคูล

      สิ่งที่เปลี่ยนอย่างแรกเลยคือเนื้อเรื่อง มีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย เพิ่มบทบาทของเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์เข้าไปเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินเรื่องเรียกได้ว่าเกือบทุกอย่างเกิดขึ้นในเรื่องเกี่ยวข้องกับงานวิจัยนี้หมดเลย เพิ่มความบู๊มีฉากต่อสู้ที่น่าตื่นเต้นมากขึ้นทำให้รู้สึกสนุกขึ้น ปมดราม่าเพิ่มเรื่องราวของครอบครัวพาร์คเกอร์ให้เกี่ยวโยงกัน ส่วนตัวลุงเบ็นกับป้าเมย์ก็ดูสมจริงขึ้นมีบทแสดงอารมณ์มีการถกเถียงในเรื่อง เพิ่มความคอมเมดี้ขึ้นมาหน่อย แต่ลดบทรักลงกว่าเดิม พระเอกของเราในภาคนี้ไม่นกแล้วนะ  อย่างที่สองที่ปรับเปลี่ยนคือ บทบาทของพระเอกที่แตกต่างจากเดิมมาก และเปลี่ยนนางเอกเป็นคนละคนกันไปเลย นอกจากนี้ยังมีจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ถูกปรับเปลี่ยนเต็มไปหมด เรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จึงทำให้แนวเรื่องดูเปลี่ยนไป

  •               พระเอกของเรื่อง  ผู้รับบท ฮีโร่ของเราในครั้งนี้คือ Andrew Garfield

       เป็นการพลิกบทพระเอก Spider–Man ไปจากเดิมมาก ในภาคนี้ คาร์แร็กเตอร์ถูกปรับ ให้เป็นวัยรุ่นเลือดร้อนหาเรื่องใส่ตัวมากขึ้น เช่นกล้าที่จะมีเรื่องกับเพื่อนที่Bullyตนและผู้อื่น เวอร์ชั่นนี้แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนเก่งและฉลาดด้านวิทยาศาสตร์มากขึ้นจากการที่เขาแก้สมการวิทย์ได้และประดิษฐ์เครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ เอง ตัวพระเอกของเรามีอารมณ์ขันและพูดเยอะขึ้น นอกจากนี้บทรักของเขาก็เอาใจแฟน ๆ สุด ๆ ในเวอร์ชั่นนี้เขาได้สมหวังและมีโมเมนต์น่ารักกับเกว็นนางเอกของเรื่อง หากพูดถึงนางเอกของเรื่องครั้งนี้ เปลี่ยนเป็น 'เกว็น สเตซี่' สาวเก่งสวยและฉลาดเป็นนางเอกที่ได้รับความชื่นชอบอย่างมาก เพราะเธอมีบทบาทสำคัญในเรื่อง เช่นทำงาที่ศูนย์วิจัยออสครอบแถมยังช่วย Spider–Man ในหลาย ๆ เรื่องอีกด้วย        ในเวอร์ชั่นนี้พระเอกของเรา Dark ขึ้น สิ่งที่เป็นแรงผลักดันให้เขาทำเรื่องต่าง ๆ เป็นเรื่องของครอบครัวเป็นหลัก ปีเตอร์ พาร์คเกอร์ มีปมขัดแย้งเรื่องครอบครัวที่พ่อแม่ทิ้งและเสียชีวิตไปตั้งแต่เขายังเด็ก วันหนึ่งเขาได้เริ่มตามสืบเรื่องของพ่อที่ศูนย์วิจัยจึงเป็นจุดเริ่มต้นของความบังเอิญที่ได้รับพลังวิเศษมา นอกจากนี้จุดการพลิกผันเป็นฮีโร่เกิดจากความรู้สึกผิดและต้องการแก้แค้นให้แก่ลุงเบ็นที่ตายไปของเขา           บทของ ปีเตอร์ พาร์คเกอร์ มีการเติบโตน้อยกว่าภาคแรก แต่จะมีการเติบโตทางด้านความคิดแทน คือเป็นผู้ใหญ่ขึ้น จึงไม่แปลกที่จะมีกระแสโดนเปรียบเทียบเยอะ

  •               เรื่องราวการเป็นฮีโร่ ฉากการได้รับพลัง  และจุดพลิกผัน

       การได้รับพลัง : ปีเตอร์ พาร์คเกอร์ ปลอมตัวเข้าไปตามสืบเรื่องของพ่อเขาที่ศูนย์วิจัยและบังเอิญถูกแมงมุมที่พัฒนาในศูนย์กัดเข้าจึงได้รับพลังวิเศษเช่นเดียวกับภาคแรกเพียงแต่ว่าในเวอร์ชั่นนี้เขาไม่สามารถปล่อยใยได้จึงต้องใช้เครื่องปล่อยใยที่เขาสร้างเองขึ้นมา  คอสตูมได้รับแรงบัลดาลใจจากนักมวยปล้ำในวันที่เขาตามล่าคนร้ายที่ฆ่าลุงของเขาและพลาดตกลงมาบนเวทีมวย         จุดพลิกผัน : หลังจากได้รับพลังเขาเริ่มละเลยความถูกต้องและเรื่องในครอบครัวไปจนทะเลาะกับลุงของเขาและวิ่งหนีออกจากบ้าน และในวันนั้นที่ลุงออกตามหาเขาลุงถูกโจรที่เขาไม่ได้สนใจช่วยจับยิงตาย ด้วยความโกรธแค้นและอยากผดุงความยุติธรรมเขาจึงเริ่ม ตามล่าหาโจรคนนั้นโดยตามจับโจรที่รูปลักษณ์คล้าย ๆ กัน แต่ต่อมาอีกจุดพลิกผันหนึ่งคือวันที่เขาได้ช่วยชีวิตเด็กคนหนึ่งไว้และเขารู้สึกว่าเขาต้องใช้พลังที่มีเพื่อช่วยคนด้วย          กล่าวคือจุดเริ่มต้นการเป็นฮีโร่เพราะอยากล้างแค้นหลังจากนั้นมีการพัฒนาทางความคิดของตัวละครสู่การเป็นฮีโร่จริงๆ  ส่วนที่เราชอบของภาคนี้คือ ความสมจริงมากขึ้น รู้สึกว่าตัวละครแต่ละตัวมีทั้งด้านดีและด้านมืด ดูเป็นมนุษย์จริง ๆ ขึ้น สมเหตุสมผลและเข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง รวมฉากต่างๆ Amazingspider

Credit : ภาพสกรีนแคป จากภาพยนตร์ The Amazing Spider - Man 2012 และ ภาพโปสเตอร์หนัง  https://fffmovieposters.com/wp-content/uploads/73686.jpg


3. Spider–Man  (Jon Watts) poster spider-man john Credit :  https://www.movie2z.com/imgmovie/1216SPIDERMAN-HOMECOMING.jpg ** Bonus พิเศษ รีวิว  SPIDER-MAN: INTO THE SPIDER-VERSE และ เปรียบเทียบตัวละครแต่ละเวอร์ชั่น

 

*******พักสายตากันก่อนนะคะ ติดตามอ่าน เจาะลึก และ วิเคราะห์ Spider-Manต่อได้ในบทความต่อไป รวบรวมข้อมูล เจาะลึก เปรียบเทียบ จักรวาลไอ้แมงมุม - สไปเดอร์แมน (PART2)


หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และเพิ่มอรรถรสในการดู Spider - Man แต่ละ Version ของผู้ที่อยากติดตามดูนะคะ :) การวิจารณ์วิเคราะห์ ภาพยนตร์และตัวละครข้างต้น เป็น ความคิดเห็นส่วนตัวของเราเอง หากใช้คำพูดหรือวิจารณ์ที่ทำให้ใครรู้สึกไม่ถูกใจ หรือหากมีข้อมูลไม่ถูกต้อง ขออภัยในที่นี้ไว้ด้วยค่ะ จะรับคำวิจารณ์และปรับปรุงในครั้งต่อไปค่ะ