เรื่องราวนี้ผมได้รับการถ่ายทอดมาจากประสบการณ์จริงของผม ผมเป็นคนพื้นเพทางภาคใต้ แต่งมาสอบรับราชการเป็นครูอยู่ในจังหวัดจันทบุรี อยู่ในโรงเรียนประถมศึกษาเเห่งหนึ่งในอำเภอมะขาม โรงเรียนนี้มีประวัติอันยาวนาน ตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จตรวจเยี่ยมราชการจันทบุรี สมัยนั้นเป็นมณฑลจันทบุรี  โรงเรียนเเห่งนี้สร้างขึ้นมาสมัยนั้นโดยรอบๆ โรงเรียนยังเป็นป่ารกพอสมควร มีนักเรียนจำนวนสามสิบถึงสี่สิบคนมาเรียน ครูก็มีประมาณสองคน โรงเรียนนี้ก็ทำการสอนปกติ แต่เวลาค่ำคืนก็เป็นสถานที่เปลี่ยวอีกเเห่งหนึ่ง      ส่วนที่ว่าการอำเภอหรือกรมอำเภอในสมัยก่อนนั้นตั้งอยู่ถัดไปค่อยข้างไกลมากๆๆ  นักเรียนที่มาเรียนสักประมาณบ่ายสองก็กลับบ้านได้แล้ว โรงเรียนนี้ก่อตั้งมาถึงปัจจุบันก็ประมาณ 95 ปีแล้ว 

  ที่ทำการอำเภอ

                                ด้วยเวลาค่ำคืนเปลี่ยวโรงเรียนก็เลยได้ทำการจ้าง ยามคนหนึ่ง มาทำหน้าที่ดูเเลไม่ให้ทรัพย์สินของทางโรงเรียนได้รับความเสียหายหรือสูญหายจากการขโมย ก็ได้ยามเป็นเเขกไม่ใส่เสื้อนุ่งโจงกระเเบนสีขาวออกเนื้อๆ มาทำหน้าที่เฝ้ายามทั้งกลางวันและกลางคืน ทำอยู่แบบนี้มานานหลายปี จนมีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นคือ มีขี้เมามาตั้งวงกินเหล้า เป็นเหล้าขาวสี่สิบดีกรีซึ่งเมาเร็วมาก ด้วยความที่เเขกเเกรักอาชีพยามมากเเกก็มาเตือน แรกๆ ก็ฟังดีครับ พอเหล้าเข้าปากก็เปลี่ยนนิสัยเลย จับเเขกมัดแล้วเอาไม้ทุบจนตาย อยู่ภายในบริเวณด้านหลังโรงเรียน     ปัจจุบันคือหน้าห้องสมุดในโรงเรียน ต่อมาด้วยวิญญาณของเเกอาละวาดหรืออะไรดลใจ คนที่ทำร้ายเเกเป็นบ้า ไม่บ้าก็เดินขอทานไม่มีที่อยู่

โรงเรียนเดิม

                                 ปัจจุบันสถานที่เเห่งนี้ยังเปิดทำการอยู่เป็นโรงเรียนรัฐ ในเวลาหลังหกโมงเย็นพระอาทิตย์ตามผ้าอ้อม ยังมีนักเรียน ผู้ปกครองพบเจอเเขกผู้นี้มานั้นเฝ้ายามอยู่ด้านหลังอาคารเรียน ด้านหน้าห้องสมุด โดยนั่งหันหลังให้กับผู้พบเห็นเป็นประจำ  ถ้าใครพบเจอแล้วกลัวก็จะร้องหรือเอะอะโวยวาย จะได้ยินเสียงเหมือนเสียงหัวเราะ หึๆๆ หึๆๆ เหมือนครางในลำคอ  ด้วยความที่เเขกยามรักในอาชีพเป็นคนซื่อสัตย์

                                 การปรากฏร่างของเเขกยามในแต่ละครั้ง โดยส่วนใหญ่จะปรากฏร่างให้เป็นพวกขึ้เมามากินเหล้าในโรงเรียนได้พบเห็นเหมือนยังติดใจที่พวกขี้เมามาทำให้เเกต้องตาม โดยการมานั่งหรือส่งเสียงเตือน เลิกโว้ย เลิกโว้ย มึงตาม ถ้าไม่เลิก          อีกเหตุการณ์หนึ่งคือเวลามีใครคิดจะมาขโมยของ ปีบโรงเรียนด้านรอบรั้วเข้ามาในโรงเรียนแล้ว จะเห็นเเขกผู้นี้นุ่งจุงกระเบนสีเเดง ถือกระบองไม้ ชี้ไปที่หัวขโมย วิ่งหนีทุกคนที่เห็น เเขกเเกคงรักเด็กนักเรียนละครับ หลังเวลาเลิกเรียนบางคนยังไม่กลับเล่นสนามเด็กเล่นอยู่ท่าผาดโผนมากเเกก็จะมาจับตัวให้ลงมาด้านล่าง เตื่อนเวลานักเรียนเล่นซน  เวลานักเรียนจะตกบันได   ก็จะเห็นมือดำๆๆของเเขกยามดันไว้ไม่ให้ตกเป็นคำเล่าจากนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เล่าให้ครูฟัง  ด้วยความรักเด็กมีอีกเยอะครับ ผ่านมาหกสิบปีแล้วเเกยังไม่ไปเกิดครับ  

            

แขกยาม