เขาล้อมหมวก  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  เป็นภูเขาที่มีความสูงประมาณ 200 เมตร ตั้งอยู่ในกองบิน 5  ภายใต้การดูแลของกองทัพอากาศ หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเป้าหมายของผู้ชื่นชอบการผจญภัยหลายคนเพราะนอกจากทิวทัศน์ที่งดงามแล้ว ความพิเศษของที่นี่คือการเปิดให้นักผจญภัยทั้งหลายเข้าไปพิชิตได้แค่เฉพาะช่วงวันหยุดนขัตฤกษ์เท่านั้น และนั่นคือจุดหมายสำหรับภารกิจของเราในครั้งนี้ครับ

 


 

  •   เริ่มต้นการเดินทาง

สาถนีชุมทางหาดใหญ่

การเดินทางของผมในครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ ขบวนรถที่เลือกนั้นจะออกจากสถานีชุมทางหาดใหญ่ในเวลา   18.10 น. และถึงสถานีประจวบคีรีขันธ์ในเวลา 4.42 น. ด้วยราคาตั๋ว 293 บาท

ถึงประจวบล้าววว

หากยึดเวลาตามตั๋ว รถไฟขบวนนี้ควรจะถึงสถานีประจวบคีรีขันธ์ในเวลา 4.42 น. แต่ก็ตามสไตล์รถไฟไทยเพราะรถไฟขบวนนี้ไปถึงที่หมายในเวลา 6.47 น. ถนนโล่งและการจราจรที่ปราศจากการติดขัดในยามเช้าก็นับเป็นทิศน์ที่หาได้ยากเหมือนกันท่ามกลางชีวิตที่เต็มได้ด้วยความเร่งรีบ

ร้านข้าวของเรา   

แต่ก็เป็นความโชคดีอย่างหนึ่งเนื่องจากว่าในเวลาดังกล่าวร้านรวงต่างๆเริ่มเปิดทำการบ้างแล้ว ทำให้ไม่ต้องทนหิวมากนักเมื่อมาถึง

 

โรงแรมยุติชัย

เสร็จแล้วก็เดินตรงออกจากสถานีรถไฟไปประมาณ 50 เมตรก็จะพบกับที่ซุกหัวนอนของเราในคืนนี้อยู่ทางขวามือ ค่าที่พักเพียงคืนละ 350 บาทเท่านั้น

หลังจากเตร็ดเตร่อยู่ในเมืองจนกระทั่งมืด ก็ได้เวลาพักผ่อนเอาแรงเพื่อรับศึกหนักในวันพรุ่งนี้กัน zzzZZZ

 


 

  •  เริ่มต้นภารกิจ

ซุ้มลงทะเบียน

  เขาล้อมหมวกเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 06.00 - 10.30 น. และด้วยความตื่นเช้าของเรา(?) ทำให้ไปถึงที่หมายในเวลา 08.00 น.(แหมมม อากาศมันน่านอนนี่นา ก็มีสายบ้างอะไรบ้าง)  บริเวณที่เราจะทำการปีนเขาจะมีเต๊นท์ลงทะเบียน จุดวัดความดันและซุ้มขายอาหารเครื่องดืมเล็กๆน้อยๆ 

ทางขึ้นเขาล้อมหมวก

หลังจากที่ลงทะเบียนและวัดความดันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาลุย!

บันไดขึ้น

ช่วงแรกจะเป็นบันไดขึ้นเขาที่เรียกได้ว่าชันมากเลยทีเดียว

จุดบริการ2

ระหว่างทางก็จะมีจุดแวะพักให้เห็นเป็นระยะๆ เพื่อให้ผู้ที่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยได้นั่งพักเอาแรงกันก่อน แล้วค่อยไปสู้ต่อจุดถัดไป

สัตว์โลกน่ารัก

พร้อมกันนั้นก็จะมีน้องค่างแว่นสัตว์โลกผู้น่ารักมาคอยให้กำลังใจด้วย

ทางไต่เชือก

ถัดจากบันไดจะเป็นทางไร้บันไดอันแสนหฤโหด ซึ่งเราจะต้องปีนโดยการไต่เชือกไปตลอดเส้นทางที่เหลือ ซึ่งจะมีทั้งช่วงชันมาก ชันน้อย แหวกพุ่มไม้ ทางขรุขระ และช่วงที่หินคมสลับกันไป

ไต่เชือก2

แต่สิ่งที่ทำให้คนที่รู้สึกท้อและหมดแรงมีลูกฮึดที่จะปีนขึ้นต่อไปก็คงจะเป็นทิวทัศน์สวยงามที่ค่อยๆเผยโฉมให้เห็นระหว่างทาง เป็นสัญญาณที่บอกว่าภารกิจครั้งนี้ใกล้จะถึงจุดหมายแล้ว


และรางวัลสำหรับผู้อดทนฟันฝ่าความเหนื่อยล้าและกองหินผามาได้นั่นก็คือ........ 

ป้ายผู้พิชิต

วิวยอดเขา2

      มนุษย์เราถือกำเนิดมาจากธรรมชาติและมักจะรู้สึกดีเสมอเมื่อได้มองย้อนกลับไปยังธรรมชาติเหล่านี้ สิ่งที่หลายๆคนแบกขึ้นมาบนภูเขาแห่งนี้คงไม่ได้มีแค่กระเป๋า ขวดน้ำ และกล้องถ่ายรูป อางคนอาจแบกเอาความเหนื่อยล้า ความท้อแท้ ความผิดหวัง ความเพียงแค่งานอดิเรก ความอยากผจญภัย ความอยากพิสูจน์ตัวเอง ความโดดเดี่ยว หรือแค่ตามมาเพียงเพราะใครบางคน แต่ทั้งหมดนั้นล้วนมหายหายไปเหลือไว้เพียงแค่ภาพตรงหน้า ธรรมชาติอันสงบร่มเย็น

วิวยอดเขา3

      บนยอดเขาล้อมหมวกมีศาลาธรรมเล็กๆและพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ ผมมักรู้สึกประทับใจทุกครั้งที่ได้เห็นภาพเช่นนี้ การจะสร้างสิ่งเหล่านี้บนยอดเขาที่มีทะเลล้อมรอบแบบนี้ได้ต้องใช้ความพยายามในระดับไหนกันนะ บวกกับความศรัทธาอีกเท่าใด กลายเป็นความมุมานะที่ต้องใช้เวลานานแค่ไหน น่าเสียดายที่ไม่มีข้อมูลบอกไว้ แต่อย่างน้อยสิ่งทีหลงเหลือไว้ให้ผู้พิชิตเขาล้อมหมวกทุกคนที่มาถึงตรงนี้ได้พบเห็นคงเป็นความรู้สึกศรัทธาอันน่าประทับใจ


  สำหรับผู้ที่อยากลองมาสัมผัสความรู้สึกเหล่านี้บ้างมีสิ่งที่ควรรู้ดังนี้

1.ถุงมือเป็นสิ่งจำเป็นมาก เพราะต้องใช้ไต่เชือกปีนเขา

2.รองเท้าต้องเป็นรองเท้าผ้าใบ หรือรัดส้นเท่านั้น

3.ควรทานอาหารเช้ามาก่อน แต่ไม่ควรเป็นอาหารมื้อหนัก

4.ยาดมและลุกอมมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด

5.เขาล้อมหมวกเปิดให้เข้าเฉพาะวันหยุดนขัตฤกษ์เท่านั้น หากไม่ศึกษาวันเปิดให้ดี อาจทำให้มาเสียเที่ยวได้

6.สำหรับคนที่กลัวจะปีนไม่ไหวหรืออันตรายช่วงปีนเขา ไม่ต้องกังวล เพราะระหว่างทางจะมีพี่ๆทหารอยู่ประจำจุดต่างๆตลอดเวลา และจะคอยจนกระทั่งคนปีนเขาคนสุดท้ายกลับ

ค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางครั้งนี้ 

1.ค่ารถไฟไป-กลับ 293 *2 = 586 บาท

2.ค่าที่พัก 1 คืน 350 บาท

3.ค่าเช่ารถมอเตอร์ไซด์จากที่พัก 150 บาท 

ไม่รวมค่ากินค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ 1086 เท่านั้น

สุดท้ายนี้อยากสนับสนุนให้คนไทยเที่ยวไทยกันเยอะๆนะครับ ^_^