ปัญหาความแตกร้าวในครอบครัวเมื่อพี่น้องรู้สึกว่าพ่อแม่ของเรา แบ่งมรดกไม่ยุติธรรม ทรัพย์สินเงินทองเป็นเรื่องที่ทำให้คนฆ่ากันตายมานับไม่ถ้วน สาเหตุเกิดจากทุกคนคิดว่าควรจะมีสิทธิ์ในมรดก , เกิดจากความลำเอียง หรือคนที่ได้ครอบครองมรดกไปแล้วปฏิบัติต่อลูกหลานคนอื่นไม่เป็นธรรม เช่นที่นาทำกินดันเอาไปขายต่อเสียนี่ ในแต่ละปีมีคดีทำนองนี้ขึ้นโรงขึ้นศาลนับไม่ถ้วน เป็นปัญหาสำคัญที่ทุกคนอยากรู้ว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับครอบครัวเรา จะจัดการกับปัญหานี้อย่างไรดี และที่สำคัญ จะมีสิทธิ์ฟ้องได้หรือไม่? เราจะหาคำตอบกันด้วยภาษาที่สนุก เข้าใจง่าย รู้ไว้ได้ประโยชน์แน่นอน

การตัดสินของศาลกรณีที่พบเห็นได้บ่อย พบเห็นตามข่าวโซเชียลคดีพี่น้องฆ่ากันตาย เช่นลูก 4 คน แต่แม่ยกทรัพย์สินให้ลูกคนโตคนเดียว , พ่อเอาที่ดินไปจำนองจะโดนยึด ลูกคนโตเอาเงินไปไถ่ถอนให้แต่ถึงเวลาแบ่งมรดกยกให้ลูกคนเล็ก , ลูกคนกลางทำนาในที่ดินมาทั้งชีวิต แต่แม่ที่เป็นเจ้าของที่ดินตัวจริงยกมรดกให้ลูกคนโตที่รักมากกว่า หรือเอาแบบกรณีลงข่าวหน้าหนึ่งบ่อย ๆ ลูกคนที่ได้มรดกไปแล้วเอาทรัพย์สินครอบครัวนั้นไปขายกิน ทำพี่น้องคนอื่นเดือดร้อน ญาติพี่น้องทะเลาะกัน

Advertisement

Advertisement

ญาติพี่น้องทะเลาะกันในเรื่องนี้ อาจารย์ ชัยยง อัชฌานนท์ อดีตกรรมการสภาทนายความ และอาจารย์ ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช ทนายความชื่อดัง ผู้ก่อตั้งบริษัทอาณาจักรกฎหมาย ได้กล่าวไว้ในคำถาม

“แม่โอนที่ดินให้ลูกคนเดียว ลูกคนอื่น ๆ มีสิทธิฟ้องหรือไม่”

 ในรายการ กฎหมายคลายกังวล ของ ประมาณว่า Channel ไว้อย่างน่าสนใจว่า

แม่มีสิทธิที่จะให้ใครก็ได้ เจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิที่จะจำหน่ายจ่ายโอน อย่างไรก็ได้ ผู้อื่นไม่มีสิทธิเป็นภาษาที่เข้าใจได้ง่ายแบบไม่ต้องตีความอะไร ทรัพย์สินเงินทองที่ผู้เป็นพ่อ-แม่ ได้ครอบครองถือกรรมสิทธิ์ อย่างถูกต้อง มีสิทธิ์ที่จะยกให้ใครก็ได้ โดยที่ลูกคนอื่น ไม่มีสิทธิ์ฟ้อง เพราะถือเป็นการถ่ายโอนทรัพย์อย่างสมบูรณ์ และลูกหลานที่ได้ทรัพย์นั้นไปแล้วสามารถครอบครอง จัดการ ตามสิทธิในทรัพย์สิน ถ้าพินัยกรรมนั้นทำอย่างถูกต้อง คำถามที่ว่าถ้าลูกหลานคนอื่นเห็นว่าไม่เป็นธรรม จะหาเรื่องฟ้องร้องกันจึงไม่มีสิทธิ์ตามกฎหมาย ภาษาชาวบ้านคือทรัพย์สินของพ่อ-แม่จะให้ใครก็ได้ กรณีนี้ถือเป็นอันจบ สามารถรับชมแบบเต็ม ๆ ได้ที่ [กฎหมายคลายกังวล] ลูกมีสิทธิฟ้อง "แม่" ข้อหาลำเอียงได้หรือไม่?

Advertisement

Advertisement

แล้วเราจะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้ได้อย่างไร? คำแนะนำคือเมื่อเรายังมีชีวิต ควรทำพินัยกรรมตั้งแต่ที่ตัวเองยังมีสุขภาพแข็งแรง ไม่ต้องรอให้ใกล้ตายถึงค่อยทำ ถ้าทำแล้วมันจะเกิดปัญหาจะได้เรียกลูกหลานมาพูดคุยจัดการแก้ไขให้มันจบตรงที่เรา เจ้าของทรัพย์สิน ยังมีอำนาจ วุ่นวายตอนที่เรายังแข็งแรง ดีกว่าวุ่นวายตอนเราตายไปแล้วทำได้แค่เป็นวิญญาณยืนดูลูกหลานฆ่ากัน แล้วทำอะไรไม่ได้ แต่คนจำนวนไม่น้อยกลับมีความเชื่อว่า ทำพินัยกรรม คือการแช่งตัวเองว่าใกล้จะตายแล้ว ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดมากทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญ เราควรจะทำให้มันถูกต้อง ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นภายหลัง

Advertisement

Advertisement

พี่น้องรักกันส่วนลูกหลานก็ให้คิดเสียว่าเป็นการตัดสินใจของพ่อ-แม่ ให้ท่านจากไปแบบสงบ , สบายใจ ไม่ต้องน้อยเนื้อต่ำใจทรัพย์สินยังมีโอกาสหาใหม่ได้ เกิดคดีฟ้องร้องระหว่างพี่น้องไม่เป็นผลดีแน่นอนกับความสัมพันธ์ของตระกูลในระยะยาว จึงเป็นหน้าที่เจ้าของมรดกให้รีบจัดการทรัพย์สินที่มีอยู่ รวมถึงทรัพย์สินที่จะเกิดในอนาคตหากเสียชีวิตกะทันหัน ให้ถูกต้องชัดเจนตามที่ได้กล่าวมา แล้วปัญหา มรดก จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป ตอนนี้คงต้องขอตัวไปจัดการทรัพย์สินที่มี ตั้งใจไว้ว่าจะแบ่งออกเป็นสามส่วน ส่วนแรกเอาไปสร้างมูลนิธิ , ส่วนที่สองแบ่งให้ลูกเท่ากันทุกคน , ส่วนที่สามถอนดอกเบี้ยมาใช้ได้อย่างเดียว ต้องรอให้ลูกคนเล็กอายุห้าสิบปีถึงถอนเงินต้นออกมาใช้ได้ แต่ยังปวดหัวว่ามีติดบัญชีอยู่สามพันบาทจะแบ่งยังไง คงต้องขอตัวไปคิดก่อน และวันหน้ามาติดตามเรื่องราวดี ๆ แบบนี้กันได้อีกครับ 🤗..

ภาพประกอบโดย ภาพปก,1 / ภาพที่ 1 / ประมาณว่า Channel / ภาพที่ 3 / ภาพที่ 4