กระต่ายขาวตัวน้อย สัญลักษณ์ประจำร้านที่หลายๆคนรู้จักกันดี ในนาม Mika Patisserie (มิกะ ปาทิซิเย่)

 

     เมนูเป็นที่กล่าวขาน คงหนีไม่พ้น Chocolate Truffle Cake หรือ ช็อกโกแลตไร้แป้ง

001

          พวกเรารู้จักร้านนี้จากการรีวิวมาอีกทีหนึ่ง แต่การบรรยายรูป รส กลิ่น และความอร่อยนั้น ทำให้อดใจไม่ไหวต้องขอตามมาลองด้วยตัวเองให้ได้ ที่ Emquartier

           'ความผิดพลาดมักกลายเป็นบทเรียนเสมอ'

คงใช้ได้ดีกับสิ่งที่จะเล่าต่อจากนี้ไป ฉันและเพื่อนขึ้นไปชั้นโรงหนังตามที่ข้อมูลบอกมาแบบเป๊ะๆ และเดินผ่านหน้าร้านไปด้วยความไม่สังเกต เราต่างเห็นว่าเป็นร้านอาหาร เลยพยายามมองหาในทิศทางอื่นๆ แทน จนไม่ได้โฟกัสว่า จริงๆ แล้วร้านที่เราตามหาก็อยู่ตรงหน้านั่นแหละ ประมาณว่าถ้าเป็นงู ก็คงโดนฉก จนต้องรอรถโรงพยาบาลมารับเรียบร้อยแล้วแน่ๆ

พวกเราเดินไปเรื่อยๆ ผ่านทางเชื่อมที่เป็นกระจกใส จนย้ายไปอยู่อีกโซนหนึ่งของห้าง บทสรุปสั้นๆ ในช่วงเวลานั้น เราหาร้านกันไม่เจอ แต่พวกเราไปเจอพื้นที่นั่งพัก ไม่เชิงเป็นดาดฟ้า เอาเป็นว่าคล้ายคลึง เหมาะสมกับการไปถ่ายรูปมากๆ  ถึงกับต้องหันมองหน้าพร้อมใช้สายตาสื่อถึงกันเป็นประโยคใจความประมาณว่า เดี๋ยวค่อยหาร้านต่อ ขอหยิบโทรศัพท์มา แชะๆ ก่อนสักรูป สองรูปเนอะ ^^

002

003

“ร้านอยู่ไหนนะ”

“ตามข้อมูลบอกว่า ‘ชั้น 4 ข้างโรงหนัง’ มาถูกแล้วนี่”

“ไหนนน!!!!”

“เปิด GPS เลยก็แล้วกัน”

ฉันตัดสินใจเข้า Google Map ขึ้นมาเปิด GPS หลังจากประโยคของฉันกับเพื่อนจบลง 

ชั้น 4 ข้างๆ โรงหนัง ก็คือ โซนแรกที่เราขึ้นบันไดเลื่อนกันมาเลยนี่

แล้วทำไม???

- ระยะการเดินทาง 1 นาที -

ข้อความที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ทำให้ฉันยิ่งมั่นใจว่าร้านอยู่ใกล้ๆ ตัวฉันแน่นอน

เราเดินกลับมาทางเดิม ผ่านทางเชื่อม และข้ามมายังจุดเดิมอีกครั้ง

‘ถึงจุดหมายปลายทาง’

 

คำพูดของหญิงสาวนิรนามผู้ทำหน้าที่เป็น GPS ดังขึ้น ขณะที่ฉันก้าวพ้นทางเชื่อมเพื่อกลับมายังโซนโรงหนังเพียงแค่ก้าวเดียว

“มีแต่ร้าน Sushi Seki กับ Starbucks นี่หน่า โดนหลอกแล้ว” ความรู้สึกของฉันคิดว่า GPS ไม่เคยโกหก ถ้าจะผิดหลาดบ้างก็อาจจะเป็นไปได้แต่ก็...

I don’t know.

เราสองคนเดินผ่าน Sushi Seki และสอดส่องเข้าไปภายในร้าน ก่อนจะพบว่า Mika Patisserie ที่ตามหา

อยู่ข้างหน้าทางเข้าออกของร้านนี้!!!

 

เหมือนเป็นร้านซูชิที่มีสับเซ็ตเป็นร้านมิกะอีกที เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมฉันถึงหาไม่เจอ

ไม่ใช่เพราะร้านเขาดูลึกลับหรอกนะ แต่เป็นเพราะว่า ‘ฉัน ไม่ สัง เกต’ ต่างหาก!!!

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า หลงทางเสียเวลา หลงรักร้านมิกะขึ้นมา ให้หาร้าน Sushi Seki

 

004

005

006

007

          เมนูภายในใจที่คิดเอาไว้ก่อนออกจากบ้านมีเพียงหนึ่งเดียว แต่เมนูที่ล่อตาล่อใจมีเพียบค่ะท่านผู้ชมมม

“ขอเป็น Half Chocolate Truffle Cake กับ Ultimate Blueberry Cheese Pie ค่า”

“ Chocolate Truffle Cake เป็นแบบร้อนหรือเย็นดีคะ” พระเจ้า! ปกติต้องร้อนหรือเย็นนะ

“ครึ่งๆ สามารถไหมคะ”

“ได้ค่ะ เชิญนั่งรอที่โต๊ะด้านในนะคะ” ร้อยยิ้มของพี่พนักงานบ่งบอกว่าฉันไม่ได้สั่งอะไรที่ผิดแปลกไปจากปกติ  

แสดงว่าคนที่มาที่นี่ คงมีหลายคนที่สั่ง ครึ่งร้อน ครึ่งเย็นแบบฉัน อิอิ

008

เมื่อทั้งสามเมนูถูกวางลงบนโต๊ะ ทุกกิจกรรมและเรื่องพูดคุยก็จบลง

พวกเราหยิบอุปกรณ์ในการชิมขึ้นมาเตรียมพร้อมและเริ่มลงมือตักทันที

สายตาแห่งความเหนื่อยล้าในการเดินได้หมดไปเปลี่ยนเป็นแววตาที่เป็นประกายทันทีเมื้อลิ้นสัมผัสกับรสชาติของขนมหวาน

สั้นๆ ก่อนเลยก็แล้วกัน “ดียยยยยยยยยยยย์”

 

เราจะมาเริ่มที่เมนูแรก Chocolate Truffle Cake ราคา 320 บาท บอกตรงๆ ว่าตอนเห็นราคาก็ตกใจอยู่เหมือนกันนะ

แต่ทุกคนก็เคลมมาว่า ‘อร่อย ต้องลอง ต้องโดนไปโดนให้ได้'  แบบนี้ก็ต้องยอมจ่ายไปตามระเบียบ

เราขอบอกเอาไว้ก่อนว่า 1 half  กินสองคนยังอิ่มแบบพักช็อกโกแลตไปหลายวันเลย เพราะฉะนั้น 2-4 คน ก็ยังไหว ซึ่งลองคำนวนจริงๆ ก็ตกคนละ 100 กว่าบาท (อาจจะไม่ถึงด้วยซ้ำ) 

ถือว่าไม่แพงเท่าไหร่เมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้รับ

010

       ลุยกันกับ Chocolate Truffle Cake (แบบร้อน)

อร่อยมากกกก ปลื้มมากอันนี้ เข้าใจเลยว่าทำไมทุกคนถึงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าดี! นึกภาพตามกันนะคะ ช็อกไร้แป้ง มาเสริฟแบบร้อนๆ เพิ่งอบมาใหม่ๆ ข้างในเป็นช็อกไหลเยิ้มมาเลย กลิ่นตบจมูกมากก หอมอบอวลไปหมด ว่าด้วยเรื่องรสชาติ ช็อกโกแลตเข้มมาก ไม่หวานเท่าไหร่ สำหรับคนที่ชอบหวานน้อยน่าจะตอบโจทย์เลยหละทุกคน แต่กินไปจนหมดอาจจะรู้สึกว่าความหวานเพิ่มขึ้นมานิดหน่อย และเลี่ยนๆนิดนึง ถึงแนะนำให้พาเพื่อนๆ ไปกินด้วยกัน เพราะถ้ากินในปริมาณที่พอดี บอกเลยว่า ประทับใจ !

ปล. ให้ความรู้เพิ่มเติมนะคะ หากจะซื้อกลับบ้านไป อบในเวลาประมาณ 5-10 วินาที จะได้เนื้อสัมผัสกำลังดี

 

011

       มาต่อกันที่  Chocolate Truffle Cake  (แบบเย็น)

 

แบบเย็นจะเป็นแบบปกติที่อยู่ในตู้เค้กเลยค่ะ ออกจากตู้หั่นแบ่ง 1 ส่วนไปอบ และอีก 1 ส่วนก็เสริฟเลย สำหรับเรา แบบเย็นข้างในจะเหนียวๆ นิดนึง แต่พอทิ้งไว้สักพัก จะคล้ายๆ Nama Chocolate เนื่องจากเป็นช็อกโกแลตที่โดนความร้อนแล้วจะแปลงร่างเป็นลาวา พอไม่ได้ผ่านความร้อนเลยเหนียวๆ หนึบๆ หน่อย ซึ่งก็อร่อยไปอีกแบบ แต่เราชอบแบบร้อนมากกว่าเลยเดินไปให้พี่พนักงานอบให้อีกที 5555555555

ปล. อันนี้อยู่ที่ความชอบของแต่ละบุคคลนะคะ ถ้าจะให้แนะนำลองสั่งแบบครึ่งๆ ไปก่อนก็ย่อมได้

 

012

       อีกเมนูที่สั่งมาด้วยความสเน่หา เพราะก่อนนหน้านี้ไม่ได้แพลนเอาไว้

       "Ultimate Blueberry Cheese Pie"

 

เมนูนี้ ยื่นแบงค์สีแดงไป 2 ใบ ยังมีเงินทอนมาให้นะคุณ เพราะราคาเพียง 195 บาทเท่านั้น

คำว่า บลูเบอร์รี่เน้นๆ มีอยู่จริง!!

อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ บลูเบอร์รี่สดเป็นลูกๆเลย สดเหมือนออกมาจากสวน แม้ในความเป็นจริงจะออกมาจากตู้เค้กก็ตาม แต่เป็นลูกจริงๆ ไม่มีแช่แข็งปลอมปนเข้ามาแน่นอน คอนเฟิร์มด้วยภาพอีกที

 

013

ฉันเป็นคนหนึ่งที่ชอบบลูเบอร์รี่ชีสพาย ก็จะบอกตรงนี้แบบไม่อวย พูดกันตามความจริงไปเลยจ๊ะ

อร่อย!!! ชอบมากกกก ตัวพายกรุบๆ แล้วเนื้อครีมชีสก็ไม่หวานมาก มีความหอมๆ มันๆ ตอนกินกับบลูเบอร์รี่สด ความเปรี้ยวนิดๆ หวานหน่อยๆพร้อมความหอมละมุนๆ สามารถตัดเลี่ยนได้ดีเลยอะ

อันนี้ปลื้มจริง ถือว่าคุ้มราคามากๆ ><

 

พวกเราแอบเสียดายนิดๆ ที่ไม่ได้ลอง Dark Chocolate Drink คราวหน้าจะไม่พลาดจ้าาา

014

สำหรับใครที่ยังไม่ได้ไปลอง ต้องแกล้งๆ แวะเข้าไปลองดูแล้วแหละ

 

Information: Mika Patisserie - Emquartier , 4th Fl ข้างๆ โรงหนัง ***หากมองหาร้าน Sushi Seki เจอทุกอย่างจะจบ แล้วอย่าหลงทางแบบฉัน!!!