เพราะความสุขเกิดได้ทุกที่ ไม่ว่าที่นั้นจะวุ่นวายแค่ไหน เราก็สามารถทำให้ที่ตรงนั้นสงบได้ และต้นแบบความสุข ของเราวันนี้ก็คือ สราวุธ จันทะพหรม หรือ คุณลุงโหน่ง เจ้าของบางหว้าเมล่อน ที่อยู่ไม่ไกลไม่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสบางหว้า เพียงเดินทางเขยิบมาหน่อย จุดสังเกตง่าย ๆ หน้าปากซอยทางเข้าฟาร์มผลไม้มีร้านอาหารครัวอัปษร แล้วเมื่อเดินเข้ามาเราจะมาพบกับ “ บางหว้าเมล่อน ” กันค่ะ

      ภาพหน้าร้านบางหว้าเมล่อน

         หลังจากที่เรามาถึง เราก็ได้พบกับคุณลุงโหน่ง เจ้าของสวนบางหว้าเมล่อน คุณลุงเลยแนะนำให้เราลองไปเดินดูรอบ ๆ ก่อน เพราะที่นี้ไม่ได้มีแค่เมล่อน แต่ยังมีแปลงผักออร์แกนิก แปลงมะเขือเทศน่ารัก ๆ และถ้าเงยหน้าขึ้นไปมองข้างบน เราจะพบกับซุ้มฝักที่คุณลุง ได้ปลูกไว้ให้ต้นมันเลี้อยเป็นเหมือนกับหลังคาที่เอาไว้เพื่อบังแดดยามเช้า ระหว่างทางเราก็ได้พูดคุยกับ พี่สาวคนสวยที่เป็นลูกมือช่วยคุณลุงโหน่ง ปรุงแต่งแปลงผักผลไม้ภายในบางหว้าเมล่อน แอบกระซิบว่าได้คุยกับพี่สาวคนสวยถึงการปลูกผักออร์แกนิค หรือ ผักสลัดด้วย ว่าถ้าอยากเอามาปลูกสวย ๆ ไว้กินหลังระเบียงหอพักได้ไหมค่ะ พี่เขาตอบทันทีเลยว่า “ ได้ ” หลังจากนั้นก็คุยกันยาวเลยค่ะ เพราะ เนื่องจากเราชอบต้นไม้ใบหญ้าอยู่แล้ว และเราเองก็เคยมีโอกาสปลูกผักส่งอาจารย์สมัยมอปลาย ยิ่งทำให้คุยกันได้ยาว จนพี่เขาสนับสนุนคุยกับม๊าดิฉันเสร็จสับว่า “ เด็กรุ่นนี้แหละค่ะ ที่จะหันมาทำเกษตรแล้วดี ”

ภาพแปลงผักออร์แกนิก

ภาพแปลงมะเขือเทศ

         หลังจากนั้นเราก็เลยแว๊บออกมาเดินดู “ โรงเรือนเมล่อน ” มันก็ไม่มีอะไรพิเศษนะ เอาจริง ๆ มันก็คือโรงเรือนธรรมดา ที่ธรรมดาจนต้องมานั่งคุยกับคุณลุงโหน่งว่า “ คุณลุงค่ะ คุณทำสิ่งที่ธรรมดาแต่คนทั่วไปไม่สามารถทำได้อย่างหนู คุณลุงเริ่มต้นมันจากไหนค่ะ ”  ซึ่งนี่คือความคิด 555555 จริง ๆ คือชอบมาก ทุกอย่างที่คุณลุงทำคือเป็นการทำเกษตรแบบไม่ต้องอลังการงานสร้างแบบดาวล้านดวง แต่เป็นแบบน้อย ๆ น่ารักใช้งานได้จริง ยิ่งพอได้เดินดูแล้วยิ่งเห็นความจริงที่ว่า “ไม่ต้องเยอะ พอเพียง แค่นี้ก็พอ” เราจริงเริ่มพูดคุยกับคุณลุงโหน่งถึงที่มาที่ไป ซึ่งพอคุยกับคุณลุงแล้ว มันดูเหมือนโชคชะตาที่ทำให้ได้มาเจอกันกับชีวิตของชาวเกษตร เพราะคุณลุงไม่ได้เลือกอาชีพนี้เป็นอาชีพแรก อาชีพแรกที่คุณลุงทำ คือ วิศวะกร ทำมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่เรียนจบ จนมาถึงจุดที่อิ่มตัว จึงหันมาอะไรที่ทำแล้วไม่ต้องวุ่นวายกับคนอื่น อะไรที่ทำแล้วเราจะมีความสุข คุณลุงบอกกับเราว่า “ ลองมาหลายอย่างนะ แต่สุดท้ายการทำเกษตรมันตอบโจทย์เราที่สุด เพราะเราไม่ต้องยุ่งกับใคร ” ระหว่างที่คุยกันสิ่งที่เราจับได้เลยคือ รอยยิ้มของคุณลุง เวลาคุณลุงพูดถึงการเกษตร การปลูกผัก ผลไม้ คุณลุงจะยิ้มตลอด เราเลยได้คำตอบว่า นี่แหละความสุขที่เราได้อยู่กับตัวเอง อยู่กับตัวเองในโมเมนต์ที่ไม่ได้เห็นแก่ตัว เพราะสิ่งหนึ่งที่คุณลุงคุยกับเราคือ คุณลุงไม่ได้ขาดหวังว่าจะต้องได้ผลกำไรที่เยอะ แต่คุณลุงแค่อยากทำ เพราะทำแล้วมันมีความสุข เราก็แบบเออจริงนะ ถ้าเราทำแล้วมีความสุขต่อให้มันเหนื่อย มันยาก มันท้าทายแค่ไหน มันก็คุ้มที่จะทำเพราะมันคือความสุขของเรา

  • ความจริงใจเป็นสิ่งสำคัญ ความจริงใจในการตอบคำถามเรื่องการเกษตรของคุณลุงโหน่ง เราถามคุณลุงว่าที่นี้ไม่ใช่สารเคมีใช่ไหมค่ะ คุณลุงบอกพร้อมเสียงหัวเราะว่า “ ใช้สิครับ (พร้อมขำ) คือจริงๆ มันก็ใช้ทั้งนั้นแหละครับ แต่มันเป็นสารเคมีที่ไม่มีผลอันตรายต่อร่างกายแต่ดีต่อพืช เช่นพวก โพแทเสซียม ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส น่ะครับ ” ในความเป็นจริงการทำการเกษตรจะต้องมีใช้สารเคมีบ้าง ไม่มากก็น้อยแต่จะอยู่ในปริมาณที่เกษตรกรสามารถควบคุมได้ ความมหัศจรรย์อีกอย่างของที่นี้ก็คือ เราสงสัยว่าถ้าจะเอาต้นเมล่อนไปปลูกบ้างจะปลูกได้ไหม ต้องเตรียมอะไรให้น้องเมล่อนบ้าง และคุณลุงตอบเราอย่างขำ ๆ อีกว่า “ ปลูกได้ทุกที่ครับ เพราะเราไม่ใช้ดิน ก็คือไม่ต้องมีความสมบูรณ์ของดินเลย คือไม่มีแร่ธาตุในดิน โดยเราจะใส่แค่ปุ๋ยและกากมะพร้าวไม่มีแร่ธาตุ ”  (ส่วนแร่ธาตุทุกอย่างมาจากสารละลายที่เราควบคุมได้ จากที่คุณลุงบอกว่ามีให้สารเคมีที่ดีต่อพืชนั้นเอง) คุณลุงยังแนะนำอีกว่าถ้าเอาให้ดีเลยคือ ควรสร้างโรงเรือนปลูกเมล่อน เพราะมันจะสามารถควบคุมโรคได้ ด้วยความเมล่อนเป็นอะไรที่บอบบางมาก ต้องดูแลทั้งสภาพอากาศ แมลง การให้น้ำ จึงควรทำโรงเรือนแบบที่คุณลุงทำจะดีกว่า

ภาพโรงเรือนปลูกเมล่อน

        พูดคุยกันสักพักก็ต้องบอกลาพร้อมขอบคุณ คุณลุงโหน่งและคุณป้า (แฟนคุณลุง) เนื่องจากคุณลุงต้องรีบออกไปธุระข้างนอก คำพูดที่คุณลุงทิ้งท้ายไว้ก็คือ “ก็ต้องรุ่นแบบนี้แล้ว ที่หันมาทำเกษตร ถ้าชอบก็ทำเลยครับ แต่อย่าเป็นวัยรุ่นใจร้อนนะ ต้องใจเย็นแล้วได้แน่นอนครับ เกษตรไม่ได้ยากถ้าเราเข้าใจและรักมันนะ ไม่ใช่ชอบ แต่ต้องรัก” หลังจากนั้นคุณลุงก็ขอตัวออกไปข้างนอก เราก็เลยไปขโมยเมล่อนในสวน เอ้ย! ไม่ใช่ เราก็เลยเตรียมกลับ แต่ม๊าก็แอบโฉบซื้อน้ำปั่นเมล่อนสด ๆ จากสวน และฝักทองญี่ปุ่นที่คุณม๊าแอบไปโฉบ(อีกแล้ว)มาตอนที่เราคุยกับคุณลุงอยู่ ซึ่งตอนนั้นอีกด้านเราแอบเหลือบไปเห็น คือ คุณแม่บ้านทั้งสองท่านนั่งคุยกันเรื่องปลูกผักผลไม้ เรื่องเมนูอาหาร เราจึงนั่งพักกันตรงนั้นสักพัก ดูสวนไปเพลิน ๆ มันทำให้เห็นได้ชัดว่า เฮ้ย! มันเงียบสงบจริง ๆ เหมือนกับไม่ใช่กลางกรุงที่วุ่นวาย พอคิดได้แบบนั้น เราเลยหันไปมองที่ถนน แล้วก็เออนะเกษตรมันทำได้ทุกที่ไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่กว้าง ๆ ใครจะไปรู้ความสุขอาจจะเกิดที่สวนหลังบ้านของคุณก็ได้จริงไหม :)

ความสุขกลางเมือง

  • เพิ่มเติมใครสนใจไปศึกษาขอความรู้ที่ บางหว้าเมล่อนได้ที่เพจเฟซบุ๊ค Bang Wa Melon • บางหว้าเมล่อน ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ตอบนะคะ ที่นี้ทุกคนนิสัยน่ารักมากค่ะ ถ้าเราอยากเริ่มทำสวนเมล่อน อยากลองปลูกผัก ลองเข้ามาดูก่อนได้เลยคะ ที่นี้ทุกคนพร้อมให้คำแนะนำ แถมความอร่อยจากน้ำปั่นเมล่อนด้วย ดื่มปุ๊บกลิ่นหอมของเมล่อนลอยเต็มปาก หอมอลังมากแม่ บอกเลยว่าครั้งหนึ่งอยากให้ทุกคนลองมา และจะรู้ว่าความสุขท่ามกลางความวุ่นวายเป็นอย่างไร

ติดตามดูคลิปสัมภาษณ์เพิ่มเติมได้ที่ 

https://www.youtube.com/watch?v=Krb32vPGzr4&t=9s