วันนี้ก็เป็นอีกวันที่หม่นๆด้วยปัญหาส่วนตัวในชีวิต ปัญหาที่มีก็เป็นปัญหาเดิมๆที่เผชิญมาตลอด  เพราะมันเป็นเรา และเหมือนมันจะเฉพาะเจาะจงให้เกิดขึ้นกับเรา เราเท่านั้น แม้รู้ว่าจะต้องเจออีก แต่ก็ไม่มีวันจะชินสักที เศร้าเหมือนเดิม ช่วงเวลาที่ต้องอยู่ตัวคนเดียวนี่มันก็ช่างมีมากเหลือเกินในวันที่แย่ๆมากพอให้ซ้ำเติมและตัดพ้อชีวิตเข้าไปอีก แต่ช่างมันเถอะ!!

       หลังจากฟุ้งซ่านอยู่บนรถ ในที่สุดฉันก็มาถึงคลินิกสัตวแพทย์รักษาสัตว์ ที่ฉันเอาลูกแมวจรสามตัว เจ้าอี้ เจ้าเอ้อและเจ้าซาน มาทำหมันเอาไว้ วันนี้ถึงกำหนดวันมารับกลับ มองจากข้างนอกวันนี้เจอคนไข้ (น้องหมาน้องแมว) และญาติคนไข้มากเป็นพิเศษ ระหว่างเปิดประตูเพื่อเข้าไปรอรับน้องๆทั้งสามตัวตามเวลานัด ฉันสอดส่ายสายตาหาที่นั่งที่ว่างอยู่ พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นน้องหมาตัวหนึ่ง นอนอยู่บนเสื้อแขนยาวสีชมพูตัวเก่าที่ไม่ใช้แล้วตัวหนึ่ง มีเลือดซึมเปื้อนบางส่วนที่เสื้อตัวนั้น น้องหมาตัวผอมเห็นซี่โครงชัดเจน หายใจแรงและเร็วมาก เมื่อสังเกตต่อก็พบน้องเป็นก้อนสีน้ำตาลคล้ำออกดำก้อนใหญ่บริเวณอวัยวะสืบพันธุ์จนถึงราวนมใกล้ๆกัน เลือดซึมมาจากก้อนนั้นนั่นเอง มองดูก็รู้ว่าถ้าเป็นคนก็เป็นมะเร็ง ด้วยความที่คุณหมอยุ่งวุ่นวายเหลือเกินในวันนี้ ฉันจึงมีเวลาเหลือเฟือในการนั่งฟังและสังเกตการณ์ (ประมาณสอดรู้สอดเห็นแบบไม่ได้ตั้งใจ)แมวสามตัวของผู้เขียน

Advertisement

Advertisement

        จากการประมวลผลก็เลยรู้ว่า น้องหมาเป็นน้องหมาที่ไม่มีเจ้าของ อาศัยอยู่ที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง อยู่มานานจนคุ้นเคย คนที่พามาก็เป็นคุณป้าสองคนที่ทำงานอยู่ในโรงเรียนแห่งนั้น เป็นคุณป้าที่ไม่ได้มีตำแหน่งใหญ่โตอะไรเลย เป็นแม่บ้านของโรงเรียน (แต่ถ้าเป็นตำแหน่งทางจิตใจนี่ ฉันให้เกินระดับผอ.เลย ใจมันได้ ) เห็นกันอยู่ทุกวัน ให้ข้าวให้น้ำบ่อยๆ พามาด้วยความสงสาร คุณป้าสีหน้าเป็นกังวลเด่นชัด ที่พามาก็ไม่ได้มีรถยนต์อะไร แต่พามาด้วยรถมอเตอร์ไซค์ฉันก็นึกภาพไม่ออกว่าพากันมาอย่างไร แต่คิดว่าสุดยอดจริงๆ และมันก็ทำให้คนจินตนาการเก่งและอ่อนไหวง่ายต่อเรื่องแบบนี้อย่างฉันคิดอีก เออหนอ ผู้ที่เคยทุกข์ เคยเจ็บปวด เคยลำบากเหมือนกันสินะ ถึงจะเข้าใจกัน และรู้ว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยเหลือ จะปล่อยไว้อย่างนั้นไม่ได้  

Advertisement

Advertisement

สักพักคุณหมอก็ออกมาดูน้อง โดยไม่ลืมหันมาบอกว่าให้ฉันรอก่อน ฉันพยักหน้ารับ ในใจบอกไปแล้ว ไม่เป็นไรเลยค่ะ ดูน้องเขาก่อนได้เต็มที่ คุณหมอถามชื่อน้อง น้องชื่อน้ำตาล ตรงไปตรงมาไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะน้องมีขนสีน้ำตาลเข้ม คุณหมอให้คุณป้าคนที่คอยลูบหัวน้ำตาลจับน้องหงายท้องเพื่อดูก้อน ฉันที่นั่งอยู่ตรงข้ามก็ดูไปด้วย น้ำตาลเป็นมะเร็ง เป็นมะเร็งที่อวัยวะสืบพันธุ์และลุกลามไปที่เต้านม กินลึกลงไปมาก การรักษาที่ฟังก็ยากอยู่ จะผ่าตัดเลยก็ไม่ได้ และถ้าอยากทำก็ควรจะทำในโรงพยาบาลสัตว์ที่มีเครื่องมือพร้อม ต้องไปเจาะเลือด อัลตราซาวด์ฉันนั่งฟังอยู่และพอรู้ภูมิหลังก็ได้แต่บอกคุณหมอในใจ คุณป้าเขาไม่ไหวหรอกค่ะ เขาไม่ได้สะดวกและมีเงินมากมายขนาดนั้น ที่มานี่ใจเค้าล้วนๆเลยนะคะ แต่คุณหมอก็ใจดีและใจเย็นมาก

Advertisement

Advertisement

        ท้ายสุดคุณหมอก็บอกว่าเราควรจะทำอย่างนี้ก่อน คือวันนี้ที่หมอทำได้ก็คือ ให้ยาแก้ปวด ยาฆ่าเชื้อและหยอดยากำจัดเห็บให้น้ำตาล เพื่อให้ร่างกายน้ำตาลพร้อมก่อน แล้วหมอค่อยนัดมาทำคีโม โดยจะทำประมาณ 4ครั้ง ค่าใช้จ่ายในการทำครั้งนึงเฉพาะค่าคีโมก็ประมาณหนึ่งพันกว่าบาท คุณป้ายิ่งหน้าเศร้ากันเข้าไปอีก

ดอกไม้ริมทาง        "พันกว่าบาทเลยเหรอ" คุณป้าที่จับน้ำตาลให้หมอดูได้แต่พูดกับอากาศพูดกับตัวเองอย่างปลงตก ฉันเองดูก็รู้และด้วยความเคารพ คุณป้าไม่ได้มีเงินมากมาย คุณหมอก็อธิบายอย่างใจเย็นว่ามันจะผ่าเลยตอนปวดไม่ได้และก้อนก็ใหญ่เกินไป ต้องให้ยาเพื่อให้ก้อนยุบลงก่อน สิ่งที่ทำได้คือการเตรียมร่างกายและลดปวดให้น้ำตาลก่อน วันนี้คุณหมอจะฉีดยาแก้ปวด ยาฆ่าเชื้อ หยอดเห็บและให้ยาไปป้อนต่อก่อน และนัดมาดูอาการกันอีกครั้ง

        ระหว่างรอคุณหมอเตรียมยา น้ำตาลที่ไม่อยากรับรู้อะไรอีกก็ค่อยๆขยับร่างกายที่แทบขยับไม่ได้หันหน้าหลบเข้ามุมห้องใกล้ๆกับที่น้องนอนอยู่เดิม ครางหงิงๆแผ่วเบา คงเจ็บปวดและทรมานมาก คุณป้าที่เป็นคนอุ้มน้องก็เข้าไปคอยลูบปลอบ

       " นี่แม่นี่ลูก " ฉันได้ยินคุณป้าคนนั้นพูดคำๆนี้หลายครั้งมากกับน้ำตาล ทุกคนที่อยู่ที่นั่นฉันรู้สึกได้ถึงความสงสารต่อพลังแห่งความเมตตาที่พวกท่านมีให้กับเพื่อนร่วมโลกตัวหนึ่ง ฉันน้ำตาจะร่วงอยู่หลายครั้ง แต่ก็ต้องกลั้นไว้สุดฤทธิ์ เพราะหน้าบางกลัวอายเขา

        น้ำตาลไม่ร้องเลยตอนฉีดยา เหมือนมันแค่เล็กน้อยแค่นั้นเอง เมื่อเสร็จทุกอย่างคุณป้าก็ชวนน้ำตาลกลับบ้าน

        " ไปลูก กลับกันนะ " คุณป้าคนที่คอยอยู่ใกล้ๆน้ำตาลตลอดอุ้มน้ำตาลที่อยู่บนเสื้อตัวนั้นแนบอกอย่างทุลักทุเล ด้วยน้ำตาลเป็นหมาจร ไม่ได้แบบพันธ์ุเล็กและคุณป้าก็น่าจะอายุห้าสิบกว่าปีแล้ว พวกเราก็ช่วยได้แค่ช่วยเลื่อนเปิดประตูให้ พอคุณป้าเดินออกไปก็มีผู้ชายคนนึงในร้านพูดขึ้นมา

        " ดูซิ พากันมาเหมือนกับคนนั่นแหละ น่าสงสารนะ " นี่ก็คิดไปไกลอีก เออ ยังมีอีกหลายคนจริงๆนะที่เป็นอย่างนั้น ลำบากแค่ไหนก็ไม่ทิ้งกัน พากันมาตามกำลังที่มี

        คุณป้าอีกคนไปเตรียมรถมารับ เป็นมอเตอร์ไซค์สีชมพู มาจอดตรงหน้าร้านเลย คนป้าคนที่อุ้มน้ำตาลไปเอาน้ำตาลนั่งคร่อมตรงกลางเหมือนท่าคนนั่งและตัวเองนั่งหลังสุดกอดน้ำตาลไปอีกที ฉันนั่งมองจนพวกเขาทั้งสามหายลับตา ภาวนาอวยพรตลอด ขอให้คุณป้าทั้งสองเจอแต่สิ่งดีๆ ไม่ลำบากอะไรนะคะ ซื้อลอตเตอรี่ก็ขอให้ถูกรางวัลใหญ่ๆ มีเงินเยอะๆ เทิดทูนเลย หัวใจยิ่งใหญ่เหลือเกิน มันมีคนแบบนี้อยู่ในโลกนี้จริงๆนะ โชคดีนะคะ ในใจฉันเอ่ยคำนี้หลายรอบมาก และยังมีแมวที่มีแค่สามขาตัวหนึ่ง ที่ถ้าเป็นคนก็ผอมซูบซีด หมอบอกว่าเจ้าของพามาสามเดือนแล้ว แต่ก็ไม่เคยย่อท้อพามาตลอด ตอนนี้น้องอาการไม่ค่อยดีแล้ว แต่น้องก็ยังเดินดุ๊กดิ๊กไปมาไม่หยุดเลย ก็วันนี้ยังไม่หมดลมยังเดินได้นี่นา จริงมั้ยคะน้า? (ชื่อแมวตัวนั้น) สักพักต่อจากนั้นฉันก็ได้รับน้องๆกลับบ้าน กลับได้แค่สองตัว อีกตัวต้องดูอาการต่อดอกไม้ริมทาง

        วันนี้ระหว่างขับรถกลับน้ำตาฉันไหลพราก แต่ไม่ได้ไหลเพราะความเหนื่อยหนักของชีวิตแบบที่เป็นบ่อยๆ แต่ไหลเพราะตื้นตันใจกับเรื่องราวที่ได้พบในวันนี้ ยิ้มทั้งน้ำตาเลยแหละ มันเป็นพลังที่ดีให้กับคนอย่างฉันมากๆ ให้รู้ว่าโลกนี้จริงๆแล้วไม่ได้แย่ไปทั้งหมด ยังมีหลายคนที่ปิดทองหลังพระ เป็นสายลมใต้ปีก เป็นพลังสวยงามลึกลับที่มีใครใคร่ได้เห็นหรือสนใจ เป็นพลังที่ขับเคลื่อนความดีบนโลกใบนี้อย่างเงียบๆ ขอบคุณที่ให้ฉันได้เห็นมุมนี้ของโลก มันเป็นสิ่งที่ฉันต้องการมากในวันที่ชีวิตที่พังอยู่แล้วพังหนักกว่าเดิม

        และหวังว่าหลายคนที่ก็ชีวิตพัง จะได้มองเห็นมุมมองที่สวยงามในแบบฉบับของตน ที่จะมาเติมพลังชีวิต เหนื่อยแค่ไหนแหงนมองฟ้า มองดอกไม้เล็กๆริมทาง แล้วก็ไปต่อกันนะ ไปทั้งบอบช้ำๆอย่างนี้ล่ะ เชื่อเถอะค่ะ โลกยังมีความสวยงามเล็กน้อยซ่อน อยู่เต็มไปหมด แล้วเราจะมองเห็นดีกว่าใคร

ภาพโดยผู้เขียน