โลกหมุนรอบทั้งตัวเองและดวงอาทิตย์ แต่ละส่วนเสี้ยวโลกนี้จึงรับแสงตะวันได้ไม่พร้อมกัน ใครจะบอกว่าเห็นแสงแรกที่เขานู้นดอยนี้ ให้รู้ไว้ว่าของแท้แน่นอนน่ะ มันต้องสุดเขตแดนตะวันออก ที่ผาชนะได จ. อุบลราชธานี เท่านั้น

แม้ว่าในแผนที่ พื้นที่ตะวันออกสุดจะอยู่ที่บ้านปากลา อ. โขงเจียม แต่เนื่องจากบริเวณนั้นมีภูเขาสูงของฝั่งประเทศลาวบดบัง ทำให้ไม่สามารถมองเห็นช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นได้ จะชมแสงแรกจึงต้องขยับมาผาชนะไดแทน ซึ่งบริเวณนั้นเป็นลานกว้างมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นอย่างสวยงามเต็มตา

ที่สำคัญ ณ ตำแหน่งลองจิจูด 105 องศา 37 ลิปดา 17 ฟิลิปดา ตะวันออก บนลานนี้เองที่กรมอุตุฯ ได้ใช้เป็นจุดกำหนดเวลาพระอาทิตย์ขึ้นของประเทศไทย ดังที่เราได้ยินบ่อยๆ ในวิทยุและโทรทัศน์

ในช่วงต้นฤดูหนาว มองพระอาทิตย์บนฟ้าแล้วอย่าละเลยพื้นหญ้าเบื้องล่าง เพราะที่พื้นลานนี้แม้จะเห็นเป็นสีน้ำตาลแห้งกว้างสุดสายตา แต่ถ้าได้นั่งลงมองใกล้ๆ จะเห็นดอกไม้ป่าบนหลานหินหลายชนิด อย่างดุสิตา มณีเทวา สร้อยสุวรรณา ทิพย์เกสร เบ่งบานอวดดอกสีเหลือง ม่วง ขาว  ชูช่อปลิวไสวล้อเล่นกับสายลม

นอกจากนี้บริเวณอุทยานแห่งชาติผาแต้มยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น เสาเฉลียงและแท่นหินทรงแปลกตา น้ำตกทุ่งนาเมือง น้ำตกเล็กๆ ที่อยู่ระหว่างทางไปผาชนะได ภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติที่ผาแต้ม เป็นต้น

อาจจะไม่ตรงกันนักกับที่เจ้าชายน้อยเคยบอกว่า “สิ่งสำคัญไม่อาจเห็นได้ด้วยตา” เพราะบางทีตาเราก็เห็น แต่ไม่ได้โฟกัสให้ชัดว่าเราเห็นอะไร สำหรับปีใหม่ที่จะถึงนี้ จึงเป็นโอกาสดีสำหรับทำสิ่งใหม่

ฝึกใส่ใจสิ่งเล็กๆ ที่อยู่ในคลองสายตาอย่างดอกไม้เล็กๆ ไปจนถึงธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ไม่ต้องมีอะไรมาแต่งเติมมากมาย เพียงเท่านี้ก็คงจะมีความสุขไม่น้อย