ผลไม้ 5 ชนิด วิตามินซีสูง ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูกระจ่างใส

ผิวพรรณ เป็นสิ่งที่ต้องให้การดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างมาก เพราะผิวพรรณของเราในแต่ละวันนั้น ต้องเจอกับสิ่งสกปรก , เชื้อโรค , แบคทีเรีย และมลภาวะต่าง ๆ มากมาย ซึ่งผิวพรรณก็เปรียบเสมือนเครื่องกำหนดชีวิดที่บ่งบอกถึงความเอาใจใส่ในการดูแลตัวเองของแต่ละคน หากเราผิวพรรณดูดี ใคร ๆ ก็ต่างมองว่าเราเป็นคนใส่ใจรักการดูแลและเป็นคนสะอาดสะอ้าน ภาพลักษณ์ของเราที่มีต่อคนอื่น ๆ ก็จะพลอยดูดีไปด้วย ดังนั้นการดูแลผิวพรรณของตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญเอาอย่างมาก ๆ ซึ่งการดูแลผิวภายนอกให้ดูดีอย่างไร ก็เทียบไม่ได้กับการที่ผิวของเรานั้นดูดีมาจากภายใน เพราะการดูแลแค่ภายนอกนั้น ดูแลได้แค่เพียงเซลล์ผิวชั้นนอกที่เราสามารถนำมือมาสัมผัสได้ แต่การดูแลผิวจากภายในนั้น ผิวพรรณของเราก็จะดูดีมาตั้งแต่เซลล์ผิวชั้นในหรือที่เรียกกันว่า "ชั้นใต้ผิวหนัง" เลยล่ะ ทำให้ผิวของเรานั้นมีการซ่อมแซมและบำรุงตัวเองให้สุขภาพดีและกระจ่างใสอยู่เสมอ 

Advertisement

Advertisement

การดูแลผิวพรรณจากภายใน เราก็สามารถทำได้ไม่ยาก เพราะการดูแลจากภายในนั้น หมายถึง การรับประทานอาหารดี ๆ ที่มีประโยชน์ต่อผิว ช่วยบำรุงและฟื้นฟูผิวจากการถูกทำร้ายจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัวที่เรามองไม่เห็น เช่น แบคทีเรีย , ควันพิษ , เชื้อโรค เป็นต้น ซึ่งสามารถช่วยดูแลผิวพรรณให้ดูดีได้ง่าย ๆ ดีกว่าการนำครีมต่าง ๆ มาประทินผิวเสียอีก โดยผิวของเรานั้นสามารถดูดีได้จากการรับประทาน "วิตามินซี" เป็นตัวช่วยในการดูแลผิวพรรณของเราให้ดูดีจากภายในสู่ภายนอก แต่เราจะสามารถรับประทานวิตามินซีได้จากอะไร คำตอบนั่นก็คือ ผลไม้ แต่จะเป็นผลไม้ชนิดใดบ้าง ตามมาดูกันเลย

https://www.canva.com/photos/MADyRM10W1Y-slices-of-fruits-in-tray/ภาพถ่ายโดย Engin Akyurt

Advertisement

Advertisement


ฝรั่ง ( Guava )

https://pixabay.com/get/54e9d0404b57ac14f6da8c7dda6d367a1339dcec54586c4870277bdc974acd5bbe/fruits-2953150_1280.jpgภาพโดย Anh Nhi Đỗ Lê จาก Pixabay

https://pixabay.com/get/57e4d44b4a50ac14f6da8c7dda6d367a1339dcec54586c4870277bdc9745c75dbd/guava-1418020_1280.jpgภาพโดย 国一 李 จาก Pixabay

ฝรั่ง เป็นผลไม้ที่มีเปลือกสีเขียวแต่มีเนื้อสีขาว คนส่วนใหญ่มักจะรับประทานเป็นผลไม้สดหรือจะนำมาปั่นเป็นน้ำผลไม้สดก็สามารถรับประทานได้อย่างเอร็ดอร่อย และถือว่าเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงที่สุดชนิดหนึ่ง โดยฝรั่งน้ำหนัก 100 กรัม จะมีวิตามินซีอยู่ประมาณ 228.3 มิลลิกรัมเลยทีเดียว


สตรอว์เบอร์รี่ ( Strawberry )

https://pixabay.com/get/55e0dd4a4b56a414f6da8c7dda6d367a1339dcec54586c4870277bdc9745c05bbb/strawberries-3089148_1280.jpgภาพโดย Alexas_Fotos จาก Pixabay

https://www.canva.com/photos/MADGv02WWsk-strawberry-fruits/ภาพถ่ายโดย Kristina Paukshtite

สตรอว์เบอร์รี่ เป็นผลไม้ที่มีสีแดงสดทั้งลูก สามารถนำมาประกอบอาหารและทำเป็นเครื่องดื่มได้หลายรูปแบบ เช่น สลัดผลไม้ , ฟองดูว์ผลไม้ , น้ำสตรอว์เบอร์รี่ปั่น เป็นต้น โดยจะมีวิตามินซีเฉลี่ย 58.8 มิลลิกรัม ในสตรอว์เบอร์รี่น้ำหนัก 100 กรัม


เลมอน ( Lemon )

https://www.canva.com/photos/MADGv4dkwGY-close-up-photo-of-sliced-yellow-lemon-on-white-surface/ภาพถ่ายโดย Lukas

Advertisement

Advertisement

เลมอน เป็นผลไม้ที่มีรสชาติโดดเด่นออกไปทางเปรี้ยว จึงไม่นิยมรับประทานกันแบบเปล่า ๆ จะเน้นรับประทานคู่กับอาหารต่าง ๆ เพื่อเปิดรสชาติและเสริมรสชาติให้อาหารนั้น ๆ มีรสชาติที่ดียิ่งขึ้นนั่นเอง ซึ่งจะมีวิตามินซีอยู่ประมาณ 53 มิลลิกรัมในเลมอนน้ำหนัก 100 กรัม


สับปะรด ( Pineapple )

https://pixabay.com/get/50e3d3464c50b108f5d0846082293378133dd7e25a4c704c7d2f73d5964cc55e/pineapple-636562_1280.jpgภาพโดย Security จาก Pixabay

สับปะรด เป็นผลไม้ที่สามารถนำมารับประทานได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะนำมาทำอาหารหรือทำเป็นเครื่องดื่มก็สามารถทำได้อย่างหลากหลาย โดยในสับปะรดจะมีวิตามินซีอยู่ประมาณ 47.8 มิลลิกรัม ในสับปะรดน้ำหนัก 100 กรัม


กีวี่ ( Kiwi )

https://pixabay.com/get/55e1d2434c57ae14f6da8c7dda6d367a1339dcec54586c4870277bdc964cc658bf/kiwi-3170652_1280.jpgภาพโดย Alexas_Fotos จาก Pixabay

https://pixabay.com/get/57e4d1444351a514f6da8c7dda6d367a1339dcec54586c4870277bdc964cc25fb1/kiwi-coctail-1447939_1280.jpgภาพโดย Photo Mix จาก Pixabay

กีวี่ เป็นผลไม้ที่มีเนื้อสีเขียว แต่บริเวณเปลือกจะมีสีน้ำตาลและเป็นขน รสชาติจะออกเปรี้ยวหวานผสมกัน คนส่วนใหญ่ชอบนำมารับประทานแบบผลไม้สดหรือน้ำผลไม้ปั่น ซึ่งในกีวี่จะมีวิตามินซีอยู่ประมาณ 92.7 มิลลิกรัม ในกีวี่น้ำหนัก 100 กรัม


เนื่องจากผลไม้เหล่านี้สามารถรับประทานได้ง่าย ๆ และหาซื้อได้ไม่ยาก ดังนั้นเพียงแค่รับประทานผลไม้เหล่านี้เป็นประจำ ก็จะสามารถช่วยให้ผิวพรรณของคุณดูดีขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังช่วยปรับสมดุลของผิว ช่วยให้ผิวสามารถรับการบำรุงจากภายนอกได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกด้วย 

ภาพปกโดย Jesus Leal จาก Pixabay