สำนักงานอุตุนิยมวิทยาคาดว่าปี 2020 จะเป็นหนึ่งในปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์โลก สาเหตุเกิดมาจากการดำรงชีวิตเเละการทำกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิง การตัดไม้ทำลายป่าและการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม ที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนโดยสังเกตจากการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจกอย่างเห็นได้ชัดขยะมลพิษ       ตามที่นักวิทยาศาสตร์ของ NOAA  แห่งชาติศูนย์ข้อมูลสิ่งแวดล้อม ออกมาเปิดเผยว่ามีความเป็นไปได้สูงมากถึง 75% ที่ปี 2020 จะเป็นปีที่ร้อนที่สุดในโลกที่เคยมีการบันทึกมา โดยเปรียบเทียบข้อมูลการบันทึกในเดือนมกราคมปี 2020 นั้นสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ที่ 2.05องศาF (หรือ 1.14 องศาเซลเซียส) ซีกโลกเหนือมีการบันทึกที่ร้อนที่สุดในเดือนมกราคมของพื้นผิวโลกและอุณหภูมิผิวน้ำในมหาสมุทร ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.70องศาF (หรือ 1.50 องศาเซลเซียส) สูงกว่าค่าเฉลี่ยของซีกโลกใต้ที่มีอุณหภูมิ 1.40 องศาF (หรือ 0.78 ขององศสเซลเซียส) นับได้ว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยในศตวรรษที่ 20 และยังมากกว่าสถิติที่เคยบันทึกไว้ ถึง 0.04 องศาF(หรือ 0.02 องศาเซลเซียส) ถือว่าเป้นค่าเฉลี่ยที่สูงที่สุดเป็นอันดับสองลองจากเดือนมกราคมปี 2016 ที่ผ่านมา แนวโน้มความร้อนที่สูงเพิ่มขึ้นเริ่มตั้งเเต่ปี 2003 จากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ปี 2016 กลายเป็นปีที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของอุณหภูมิในเดือนมกราคมที่ร้อนที่สุด เป็นต้นมาแผนที่บนโลก

Advertisement

Advertisement

ผลของการคาดการณ์อุณหภูมิประจำปี เผยว่าปีนี้จะเป็นปีที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของอันดับปีที่ร้อนที่สุดในโลก

โดยจากการคิดคำนวณพบว่าปี 2020 มีโอกาส

  • 74.67% ที่จะเป็นปีที่ร้อนที่สุด
  • 99.94% ที่จะเป็น 1 ใน 5 ของอันดับ ปีที่ร้อนที่สุด
  • >99.99% ที่จะเป็น 1 ใน 10 ของอันดับปีที่ร้อนที่สุด

Advertisement

Advertisement

ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาโลกร้อน       แม้หลายองค์กรจะออกมาเตือนเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนและอุณหภูมิที่สูงขึ้นของโลกแล้ว เเต่ก็ยังไม่มีการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง หากปล่อยปัญหานี้ไว้มีเเนวโน้มว่าจะเกิดปัญหาอื่นๆตามมา ทั้งวิกฤตของอาหารการขาดแคลนด้านทรัพยากรเเละปัญหาภัยพิบัติธรรมชาติ ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนเเรงมากขึ้นในทุก ๆ ปี หากเรายังเพิกเฉยกับปัญหานี้อยู่ ปัญหาต่าง ๆ อาจจะสายเกินแก้ โดยเราอาจใช้โอกาสนี้ในการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตประจำวันและการลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษต่าง ๆ ได้ จากการศึกษาหาความรู้ในอินเทอร์เน็ตรวมถึงการร่วมมือของคนในสังคม การรณรงค์ต่าง ๆ แก่เด็กและเยาวชนที่ทำให้เกิดการตระหนักถึงปัญหานี้อย่างจริงจัง อาจช่วยให้สถานการณ์ที่แย่ลงของโลกเราในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงกับมาดีเเละเป็นโลกที่สดใสให้แก่ลูกหลานของเราต่อไป

Advertisement

Advertisement

 

ขอบคุณภาพประกอบจาก

ภาพปกจาก pixabay / canva

รูปภาพจาก ภาพที่1ภาพที่2ภาพที่3

ข้อมูลอ้างอิงจาก

https://www.pptvhd36.com