ถ้าให้หลับตานึกถึง อ. อัมพวา ภาพในความนึกคิดคงหนีไม่พ้นตลาดน้ำยามเย็นซึ่งตลอดสองฝั่งคลองอัมพวาคลาคล่ำด้วยผู้คนจนถึงขั้นเบียดเสียด  ระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี อำเภอเล็กๆ ของ จ. สมุทรสงครามแห่งนี้เติบโตรวดเร็วเกินกว่าที่ใครจะคาดไปถึง  วันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ที่นี่ไม่เคยร้างไร้ผู้คน อาจเพราะเป็นเมืองที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ บวกกับบรรยากาศอันเต็มไปด้วยสีสันของร้านรวงที่ต่างผุดไอเดียในการตกแต่งร้านและสรรหาสินค้ามาวางขายให้โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ท่ามกลางกลิ่นอายความเป็นตลาดเก่าซึ่งเหล่าคนกรุงต่างโหยหา  

amplawa10

เมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์มาถึง จุดหมายปลายทางของหลายๆ คนจึงอยู่ที่ “อัมพวา”ในปี พ.ศ. 2551 องค์การยูเนสโกได้มอบรางวัลชมเชย (Honourable Mention) ด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม (UNESCO Asia-Pacific Heritage Awards) แก่อำเภออัมพวา เป็นรางวัลที่ได้มาในช่วงที่อัมพวาเริ่มเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในหมู่นักท่องเที่ยว  

amplawa3

จนถึงทุกวันนี้อัมพวาก็ยังคงเป็นที่เที่ยวฮอตฮิตติดลมบนอยู่แม้กระแสการท่องเที่ยวจะคึกคักเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงวันหยุด แต่หากอยากสัมผัสเสน่ห์ซึ่งแตกต่างจากกระแสนิยม อัมพวาในวันที่เงียบสงบมีมากสิ่งชวนค้นหาผิดแผกจากวันที่ผู้คนอุ่นหนาฝาคั่งใน อ. อัมพวามีถนนสายเล็กๆ ให้เลาะเลียบไปตามเรือกสวนชี้ชวนกันชมทิวทัศน์เพลินตา 

มีวัดวาอารามให้เที่ยวแบบอิ่มบุญอุ่นใจ พร้อมชุ่มฉ่ำกับบรรยากาศริมน้ำแม่กลอง แม่น้ำสายสำคัญซึ่งยังคงโอบอุ้มสรรพชีวิตมาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบันการค้นหาเสน่ห์ของเมืองอัมพวาในวันสบายๆ อย่างนี้ คงไม่มีการเดินทางแบบไหนน่าสนใจเกินกว่าการปั่นจักรยานเที่ยวชม  แล้วอัมพวาในมุมทีjคุณไม่เคยรู้จักจะไม่มีทางหลุดรอดไปจากสายตาจักรยานพร้อม แผนที่พร้อม ที่สำคัญ--“คุณพร้อมไปด้วยกันแล้วใช่มั้ย กระโดดขึ้นจักรยานคู่ใจไปกันเล้ย !”

 

>>>ปั่นชมวัด ไหว้พระขอพร

แม้ อ. อัมพวาจะมีเนื้อที่เพียง 170 ตารางกิโลเมตร แต่จำนวนวัดกลับไม่ได้น้อยตามพื้นที่  ปูชนียสถานอันสื่อแสดงถึงความศรัทธาของชาวอัมพวาปรากฏให้เห็นอย่างน่าชื่นชม...

amphawa1

ออกสตาร์ตความสนุกเมื่อเราได้แวะที่วัดภุมรินทร์กุฎีทอง วัดเก่าแก่ที่มีกุฏิไม้สักทองตั้งตระหง่านดูงดงาม  บิดาของสมเด็จพระอมรินทรา-มาตย์ พระบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก สร้างกุฏิไม้สักทองหลังนี้ขึ้นเพื่อถวายเจ้าอาวาสวัดบางลี่ เมื่อบุตรีคือนางนาก (สมเด็จพระอมรินทรามาตย์) ได้เป็นราชินีดังคำทำนาย  ต่อมาวัดบางลี่ประสบภัยน้ำท่วม จึงย้ายกุฏิหลังดังกล่าวมาไว้ที่วัดภุมรินทร์ และเปลี่ยนชื่อวัดนี้เป็นวัดภุมรินทร์กุฎีทองมานับแต่นั้น  

เนื้อที่ภายในกุฏิไม้สักทองหลังงามจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ “กุฎีทอง” ประวัติศาสตร์สมัยรัชกาลที่ 1 จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้สมัยอยุธยาและช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ อาทิ เครื่องลายคราม เครื่องทองเหลือง เครื่องเคลือบ ให้ได้ชมกัน

amplawa14

ออกแรงปั่นเร่งสปีดสองล้อคู่ใจขึ้นอีกนิด ผ่านท้องร่องสวนอันร่มรื่นแล้วเลี้ยวเข้าวัดบางแคใหญ่ วัดที่มีประวัติศาสตร์น่สนใจและขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของจิตรกรรมฝาผนัง ที่เขียนด้วยสีฝุ่นในสมัยรัชกาลที่ 2 และสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งแม้หลายส่วนจะลอกล่อนไป แต่ส่วนที่ยังคงอยู่นั้นก็ช่างประณีตสวยงาม  

ผู้นิยมชมชอบจิตรกรรมฝาผนังจึงไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงก่อนออกเดินทางต่อ พวกเราแวะดับกระหายด้วยน้ำแข็งไสอร่อย ๆ ของร้านตุ้ม ขนมปังบางแค บริเวณหน้าวัด  น้ำแข็งไสหลากรสและน้ำปั่นสารพัดชนิดรับประกันความหวานเย็นชื่นใจ และจะเสริมเพิ่มเติมพลังด้วยขนมปังกรอบหรือขนมปังสังขยาก็เข้าที เพราะของเขาคุณภาพดีแต่ราคามิตรภาพมากๆ

amplawa7

ปั่นต่ออีกเพียงอึดใจ ไม่ไกลจากวัดบางแคใหญ่ เราก็มาถึงวัดบางแคน้อย ชมโบสถ์อันวิจิตรที่ภายในประดับตกแต่งด้วยไม้สักทอง ซึ่งช่างบุญมี ช่วงประดิษฐ์ ช่างฝีมือจากเมืองเพชร เป็นผู้แกะสลักโดยใช้ภาพวาดของ ส. ธรรมภักดี เป็นต้นแบบ  ผนังด้านหลังองค์พระประธานแกะสลักเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตชาวสมุทรสงครามในราวปี พ.ศ. 2480 ดังเช่นตลาดน้ำ การทำน้ำตาลมะพร้าว ตลอดจนเรือชนิดต่างๆ ที่ล่องอยู่ในลำน้ำแม่กลอง อย่างเรือกลไฟ เรือใบ เรือแจว เป็นต้น  ส่วนผนังด้านซ้ายและขวาแกะสลักเรื่องพระเจ้าสิบชาติ

amphawa3

จุดหมายต่อไปคือวัดปากน้ำ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ราวรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ในบริเวณวัดมีสถานที่สำคัญหลายแห่งซึ่งล้วนมีรูปแบบศิลปะผสมไทยจีนที่ควรชม ที่เด่นที่สุดคือวิหารพระพุทธไสยาสน์ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน สร้างเมื่อ ร.ศ. 127 หรือราว พ.ศ. 2451 ตกแต่งด้วยปูนปั้นและเครื่องถ้วย  ภายในประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ปูนปั้นองค์ใหญ่ ว่ากันว่าเป็นพระนอนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสมุทรสงคราม

amplawa10

จากวัดปากน้ำ คุณจะได้ปั่นเจ้าสองล้อไปบนสะพานแขวนที่ยึดด้วยลวดสลิงข้ามแม่น้ำแควอ้อมไปยังอีกฟากหนึ่ง  ขอบอกว่าทิวทัศน์บ้านไม้เรียงเป็นทิวแถวรับกับโค้งน้ำสองฟากฝั่งนั้นสวยงามมาก  ยิ่งช่วงพระอาทิตย์ใกล้ลาลับขอบฟ้า บรรยากาศ ณ สะพานแขวนนี้ยิ่งสุดแสนโรแมนติกลงจากสะพานแขวน เรามุ่งหน้าต่อไปยังค่ายบางกุ้ง สถานที่ประวัติศาสตร์ในสมัยพระเจ้าตากสินมหาราช  ชมความงามของโบสถ์ปรกโพธิ์ โบสถ์ก่ออิฐถือปูนสมัยอยุธยาซึ่งถูกปกคลุมด้วยรากไม้ใหญ่ของทั้งโพ ไทร ไกร และกร่าง  รากไม้เหล่านี้ช่วยให้โบสถ์คงรูปอยู่ได้ ทั้งยังทำให้ดูขรึมขลัง  โบสถ์หลังนี้อยู่ในความดูแลของวัดบางกุ้ง 

ampawa13

ปัจจุบันยังใช้เป็นที่ประกอบสังฆกรรมต่างๆ รวมถึงการบรรพชาอุปสมบท  ภายในโบสถ์ประดิษฐานหลวงพ่อดำโบสถ์น้อย (หลวงพ่อนิลมณี) พระพุทธรูปปูนปั้นองค์ใหญ่  ภาพจิตรกรรมบนผนังโบสถ์แม้จะจางเลือนแต่ก็ยังพอเห็นเค้าโครงว่าเป็นเรื่องราวในพุทธประวัติจากค่ายบางกุ้งก็ถึงเวลาต้องออกแรงปั่นเป็นระยะทางไกลเพื่อข้ามสะพานบางคนทีแล้ว

ampawa14

วนกลับเข้าสู่ตัว อ. อัมพวา แต่ความเหนื่อยของคุณจะมลายหายไปเมื่อได้พบเห็นวิถีชีวิตชาวสวนที่แสนเรียบง่ายตลอดเส้นทางบนอานจักรยาน  บางคนถึงกับเปรยว่าอยากหยุดเวลาไว้ที่นี่เลยละจุดสุดท้ายของเส้นทางคือ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย หรือเรียกโดยย่อว่าอุทยาน ร. 2  นิวาสสถานเดิมของสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ พระบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และเป็นสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงพระราชสมภพ  

amplawa3

สิ่งน่าสนใจภายในอุทยานฯ คือพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ซึ่งเป็นเรือนไทยหมู่ 5 หลัง จัดแสดงโบราณวัตถุและข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  บางหลังก็จัดแสดงเครื่องใช้ภายในห้องของหญิงไทย

amplawa4

ในอดีต ใครอยากรู้ว่าห้องหับหญิงไทยสมัยก่อนเป็นอย่างไรก็ขึ้นไปชมกันได้นอกจากนี้ยังมีสวนวรรณคดีซึ่งเต็มไปด้วยพรรณไม้ที่กล่าวถึงในวรรณคดีไทยทั้งไม้ดอกและไม้ใบกว่า 140 ชนิด ให้นักท่องเที่ยวหัวใจสีเขียวได้เดินชมอย่างเพลิดเพลิน หรือจะเดินเลยไปที่ท่าน้ำหลังอุทยานฯ รับลมริมแม่น้ำแม่กลองคลายเหนื่อยก่อนก็ดีไม่น้อย จากนั้นจึงค่อยไปปิดทริปสิงห์นักปั่นที่วัดอัมพวันเจติยาราม วัดสำคัญของราชวงศ์จักรี ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงให้ช่างเขียนจากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลจำนวน 10 คน ดำเนินการเขียนภาพพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

 

***ถ้าจะให้สะดวกแนะนำให้เอาจักรยานมาเอง หรือใครพักที่ไหนแถวอัมพวาลองสอบถามดูว่ามีจักรยานให้ปั่นหรือไม่*** (เรือนสบาย ตั้งอยู่ในตลาดน้ำอัมพวา ซึ่งมีกิจกรรมปั่นชมสวน นำเที่ยวโดยคนอัมพวา รับประกันไม่มีหลงทาง โทร. ติดต่อที่ 08-6344-7418)