ในความเป็นจริงเชียงใหม่ก็มีสถานที่น่าปั่นจักรยานเที่ยวหลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือเวียงกุมกาม เมืองเก่าก่อนการเกิดของเมืองเชียงใหม่  เวียงกุมกามเป็นพื้นที่ชุมชนที่อยู่คู่กับโบราณสถาน ภาพวิถีชีวิตของชาวบ้านคู่กับภาพโบราณสถานที่สื่อถึงความรุ่งเรืองในอดีต ใครที่เคยไปเที่ยวเมืองเก่าอย่างอยุธยา สุโขทัย และชอบบรรยากาศประมาณนั้น เวียงกุมกามก็ให้บรรยากาศนั้นเช่นกันแต่ต่างกันที่ตรงที่เวียงกุมกามนั้นร่มรื่นน่าปั่นจักรยานมากกว่า

คำว่า “เวียง” แปลว่าเมือง  กุมกามเป็นเวียงโบราณที่พญามังรายสร้างขึ้นก่อนการสร้างเมืองเชียงใหม่ หลังจากที่พระองค์ได้ย้ายศูนย์กลางอำนาจจากเวียงเชียงแสนที่เชียงรายลงมายังที่ราบลุ่มแม่น้ำปิง และเข้าตีเมืองหริภุณไชย (ลำพูน)ได้แล้ว จึงตั้งเมืองใหม่ที่เวียงกุมกามในพ.ศ. 1830  ทว่าถูกแม่น้ำปิงกัดเซาะใน พ.ศ. 1839 พญามังรายจึงย้ายเมืองหลวงไปที่เชิงดอยสุเทพและทิ้งเวียงกุมกามไว้ นานวันตะกอนจากแม่น้ำปิงทับทมจนกลบมิด กระทั่งปี 2523 กรมศิลปกรได้ขุดแต่งและบูรณะจนเป็นอย่งาที่เห็นทุกวันนี้ 

ใครที่จะมาเที่ยวเวียงกุมกามแนะนำให้นำจักรยานมาหรือจะมาเช่าที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ใกล้กันเป็นอาคารศูนย์ข้อมูลและอาคารพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางปั่นในทริปนี้  ภายในศูนย์ข้อมูลและอาคารพิพิธภัณฑ์จะให้ความรู้และข้อมูลภาพรวมของพื้นที่เวียงกุมกามทั้งทางงด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม 

จากนั้นก็ได้เวลาถีบสองล้อปั่นชมเวียงกุมกาม จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวไปโบราณสถานวัดกู่ป้าด้อมซึ่งเหลือไว้ให้เห็นเพียงฐานวิหารและเจดีย์ ตั้งอยู่ลึกจากผิวดินปัจจุบันประมาณ 1 เมตร. แม้จะเหลือเพียงแค่ฐานแต่ก็ยังเห็นศิลปกรรมของฐานวิหารที่เป็นฐานปัทม์เป็นลักษณะคล้ายทรงนาฬิกาทรายที่จะมีเอวคอดตรงกลาง ภายในวิหารยังมีการพบฐานชุกชีด้วย  

จากนั้นพวกเราก็ปั่นมายังวัดช้างค้ำซึ่งต้องผ่านวัดธาตุน้อยที่เหลือวิหารและเจดีย์ ด้านหลังวิหารมีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปที่เหลือเพียงหน้าตักขนาด 2 ม. ชมครู่หนึ่งก็ได้เวลาปั่นมาที่วัดช้างค้ำ 

วัดช้างค้ำหรือวัดกานโถม ตั้งอยู่ในกลางเวียง พงศาวดารเหนือระบุว่า พญามังรายโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1831 เหลือเพียงฐานวิหารและเจดีย์ที่เห็นถึงร่องรอยเป็นช้างค้ำแบบเจดีย์สุโขทัย  เชื่อกันว่าพญามังรายกัลปนาที่ดินและผู้คนจากเมืองหงสาวดีเป็นจำนวน 500 ครัวมาที่วัดช้างค้ำแห่งนี้  ในบริเวณใกล้กับมีต้นโพธิ์ขนาดใหญ่

จากนั้นพวกเราก็ปั่นไปดูเวียงกุมกามซึ่งก็เหลือเพียงฐานเช่นกัน แต่ชื่อวัดปรากฎอยู่ในตำนานชินกาลมณีปกรณ์ เรียกว่าวัดกุมกามทีปาราม ภายในวัดประกอบด้วยฐานของวิหารและเจดีย์แปดเหลี่ยม บริเวณวัดเป็นที่ตั้งของร้านค้าขายของที่ระลึก

บางวันอาจจะได้ยินดนตรีทำนองเพราะจากบรรดาพ่ออุ้ยแม่อุ้ยที่ใช้เวลาว่างมาเล่นดนตรีให้กับนักท่องเที่ยวฟัง จากนั้นไปไหว้พระที่วัดธาตุขาว นักท่องเที่ยวชอบมาแวะที่นี้เพื่อสักการะพระพุทธรูปปางสมาธิองค์ใหญ่ 

ทริปนี้สิ้นสุดที่วัดเจดีย์เหลี่ยม  ปรากฎในตำนวนเมืองเชียงใหม่และพงศาวดารเหนือว่า พญามังรายโปรดเกล้าให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1831 รูปทรงเป็นรูปสามเหลี่ยมดูคล้ายปิระมิด เชื่อว่าเป็นอารามแห่งแรกที่พญามังรายโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่บำเพ็ญภาวนาของพระกัสสปเถระและสงฆ์สานุศิษย์ที่ธุดงค์มาถึงเวียงกุมกาม วัดนี้ได้รับการบูรณะหลายครั้งเช่นในปี พ.ศ. 2445 หลวงโยนกการพิจิตร ชาวพม่าเข้ามาทำไม้ในเชียงใหม่จนร่ำรวยเข้ามาบูรณะ  

เวลาสิ้นสุดทริปในช่วงเวลาเกือบเที่ยง จึงรีบหิ้วท้องไปหาร้านอาหารพื้นเมืองทาน นั้นคือร้านหลองข้าวลำ – ยุ้งข้าวล้านนา (Lanna ricebarn)  ใครอยากอ่านรายละเอียดของร้านนี้ ติดตามต่อไป

ติดต่อสอบถามเส้นทางเวียงกุมกาม ศุูนย์บริการนักท่องเที่ยว เวียงกุมกาม โทร. 0-5314-0322 หรือ http://www.wiangkumkam.com/

ขอบคุณ:การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สายการบิน Thai smile