ถึงแม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อจาก โควิด-19 ในประเทศล่าสุดจะทะลุ 250,908 คน เสียชีวิต 36,042 คน* แต่ทางด้านของ พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ยังมีความพยายามที่จะเริ่มกลับมาแข่งขันใหม่อีกครั้งให้ได้ หรือที่เรียกกันว่า Project Restart แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่แฟนบอลเสียงแตก มีทั้งอยากกลับมาเตะให้มันจบ ๆ ไป อีกแค่ 9 นัดก็จบแล้ว บางส่วนตบโต๊ะเปรี้ยง..+ คนติดเชื้อเยอะแยะแบบนี้มันต้อง โมฆะ สิ จะไปดันทุรังเตะทำไม เอาล่ะไม่ต้องเถียงกัน จะขอพาไปดูกันว่า โปรเจกต์รีสตาร์ต ถ้าถูกนำมาใช้จริง ๆ อาจเกิดปัญหาอะไรขึ้นบ้าง ไม่ใช่แฟนฟุตบอลก็อ่านกันได้ เพราะเป็นเรื่องสนุกแบบมีสาระ ในแบบฉบับเข้าใจง่ายไม่เครียดกันเช่นเคย

*ข้อมูลอัปเดต 22 พฤษภาคม 2563 จาก กรมควบคุมโรค

บรรยากาศของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกก่อนจะไปกันที่ Restart จะขอปูพื้นกันสักเล็กน้อยว่าก่อนที่จะวางแผนมาเตะกันใหม่เนี่ย มันมีทางเลือกอีก 2 ทางคือยกเลิกการแข่งขันไปเลยหรือที่เรียกกันว่า โมฆะ ยกเลิกผลการแข่งขันทั้งหมดให้ถือว่าฤดูการนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฤดูกาลหน้าค่อยไปเริ่มกันใหม่ กับ ตัดจบ หรือยกแชมป์ , ทีมตกชั้น , ไปฟุตบอลยุโรป ตามอันดับในขณะนั้นเลย ทีนี้ประเมินกันแล้ว 2 วิธีนี้มันมีปัญหากันมากกว่า ตั้งแต่สโมสร และทางฝ่ายจัดการแข่งขันจะเสียรายได้ไปมหาศาลกว่า 1,000 ล้านปอนด์ หรือคิดเป็นตัวเลขกลม ๆ 40,000 ล้านบาท ยังไม่นับความขัดแย้งของทีมที่แข่งขัน เพราะสงครามยังไม่จบ ยังไม่นับศพทหาร ยังมีโอกาสที่จะทำอันดับแซงไปฟุตบอลยุโรป หรือหนีตกชั้นได้ จะยกเลิกแบบนี้ไม่ยุติธรรม วิเคราะห์กันแล้วกลับมาเตะกันใหม่ดีกว่า อย่างน้อยยังได้ค่าโฆษณาถ่ายทอดสด มีเม็ดเงินจากสปอนเซอร์เข้ามา ถึงจะยังขาดทุนแต่น้อยลงกว่าครึ่งก็ยังดี

Advertisement

Advertisement

การกลับมาเตะใหม่ใช่ว่าจะไม่มีปัญหา แม้จะมีการเตรียมพร้อมเป็นอย่างดีเช่นเตะในสนามปิดไร้ผู้ชม , ให้นักฟุตบอลเก็บตัวแยกต่างหาก หรือมีการตรวจหาเชื้อเพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัย แต่ล่าสุดมันเกิดขึ้นจนได้เมื่อการตรวจหาเชื้อนักเตะ และทีมงานในล็อตแรก 748 ตัวอย่าง เจอผู้ติดเชื้อถึง 6 คน ยังไม่นับรวมวัตฟอร์ด ที่ออกมาประกาศเองว่ามีนักเตะติดเชื้อ 1 คน และทีมงานอีก 2 คน คำถามคือ ถ้าถึงเวลากลับมาเตะตามกำหนดที่วางไว้คือ 12 มิถุนายน มันจะปลอดภัยจริงหรือ? เมื่ออาจจะยังมีใครที่ยังไม่ได้แสดงอาการออกมา หรือระหว่างเตะเกิดการแพร่เชื้อกันต่อในสนาม มันจะยิ่งยุ่งกันไปใหญ่

บรรยากาศการฝึกซ้อมของนักฟุตบอลอีกเรื่องที่ตามมาคือสภาพความพร้อมของนักเตะ ยังไม่ทันได้เริ่มแข่งก็มีกระแสจากหลายทีมในพรีเมียร์ลีกขอให้เลื่อนไปอีกสัก 1 สัปดาห์ไปเป็นวันที่ 19 มิถุนายน เพื่อให้สภาพร่างกายของนักเตะมีความพร้อม หลังจากหยุดไปตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม เป็นเวลากว่า 3 เดือน มีความกังวลว่ากลับมาเตะอีกครั้งโดยที่ไม่พร้อม แม้จะกลับมาฝึกซ้อมได้แต่ก็ยังทำกันได้ไม่เต็มที่ อาจเกิดปัญหาบาดเจ็บระหว่างแข่งขัน ความเสียหายจากมูลค่ามหาศาลของนักฟุตบอลอาจแพงกว่ารายได้โฆษณาที่เข้ามาเสียอีก และมีตัวอย่างให้เห็นจาก บุนเดสลีกา ของเยอรมันที่เพิ่งประเดิมกลับมาเตะ มีนักเตะบาดเจ็บกันระนาว แค่คู่แรก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ - ชาลเก้ 04 มีนักเตะบาดเจ็บไป 3 คน ไล่มาตั้งแต่ทางฝั่งดอร์ทมุนด์ โจวานนี่ เรย์น่า กับ ธอร์กาน อาซาร์ และ ฌอง-แคลร์ โตดิโบ ของชาลเก้ ทำให้หลายสโมสรในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ กังวลว่าอาจเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยที่เยอรมัน

Advertisement

Advertisement

แม้จะเตะแบบไม่มีผู้ชมในสนาม แต่นอกสนามยังห่วงกันว่าจะควบคุมแฟนบอลไม่ให้ไปจับกลุ่มเชียร์กันข้างนอกได้อย่างไร อาจจะมีคนไปรวมกลุ่มกันแบบไม่สามารถควบคุมได้เช่นชวนเพื่อนฝูงมาดูที่บ้าน , นัดกันไปชมตามที่สาธารณะ หรือมารวมตัวกันหน้าสนาม แน่นอนว่าไม่สามารถป้องกันได้แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ตามข่าวที่ออกมาผู้คนในยุโรปบางส่วนละเลยการป้องกันในลักษณะนี้อยู่แล้ว ฟุตบอลถือเป็นจิตวิญญาณของคนอังกฤษ

การรับชมฟุตบอลแบบรวมกลุ่มเวลานี้ยังเหลือเวลาอีกพอสมควร สิ่งที่น่าสนใจกว่าในสนามคือดูกันว่า จะกลับมาเตะกันได้ไหม เมื่อปัจจัยสำคัญยังอยู่ที่จะสามารถควบคุมไม่ให้นักเตะ และทีมงานไม่ติดเชื้อเพิ่มได้หรือไม่ ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่วางไว้ จะ 12 หรือ 19 มิถุนายน เราจะได้กลับมาชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกกันอีกครั้ง ใครจะได้ขึ้นรถแห่ , ใครจะได้ฟุตบอลยุโรป หรือใครจะตกชั้นจะได้ทราบกันเสียที รักใครเชียร์ใคร จะสมหวังกันหรือไม่ อีกไม่นานได้รู้กัน...


ภาพประกอบจาก unsplash ภาพหน้าปก ภาพที่ 1 / ภาพที่ 2 / ภาพที่ 3