"ขออวยพรให้ไม่ปวดหลัง" หรือ "ไม่ปวดหลังเป็นลาภอันประเสริฐ" คำเหล่านี้เริ่มมีการพูดถึงและทักทายในหมู่คนบนโลกโซเชียลมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าการปวดหลังนี้ก็เป็นปัญหาใหญ่ของหลายๆ คนนะ และอาการปวดหลังนี้ใครๆ ก็เป็นกันได้ทั้งนั้น แต่มาลองคิดดีๆ แล้ว ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนนะที่จะเป็นกัน ในวัยที่ผู้เขียนยังเป็นเด็กอยู่นั้น อาการปวดหลังมักเกิดขึ้นกับผู้ใหญ่และคนสูงวัย จนเวลาที่เด็กๆ อย่างพวกเราถ้ามีใครปวดหลังขึ้นมามักจะโดนล้อเลียนอยู่เป็นประจำเลยว่าเป็น 'คนแก่' แต่มาถึงยุคสมัยนี้แล้วแม้แต่เด็กวัยรุ่นอายุยังน้อยอยู่เลย ก็มีการบ่นว่าปวดหลังกันได้เหมือนกัน ทำให้อดที่จะสงสัยไม่ได้เลยจริงๆ ว่าทำไมเด็กสมัยนี้ถึงปวดหลังกันมากขึ้น รวมถึงอยากจะมาชี้ให้เห็นกันได้ชัดเจนมากขึ้นด้วย ว่าทำไมคนหนุ่มสาวเดี๋ยวนี้ถึงได้ปวดหลังกันนัก

Advertisement

Advertisement

https://www.pexels.com/th-th/photo/374633/

          ประสบการณ์การปวดหลังของผู้เขียนที่แย่ที่สุดเลยก็คือ อยู่ๆ ก็เหมือนเส้นยึดไม่สามารถยืนตัวตรงได้ รวมถึงทำได้แต่นอนบนพื้นราบเพียงเท่านั้น และมีอาการปวดอยู่ตลอดแทบทำอะไรไม่ได้เลย ช่วงนั้นต้องลางานเป็นเดือนเพราะไม่สามารถยืนและเดินได้เป็นปกติจริงๆ อีกทั้งยังทรมานมากๆ เลยด้วย พอหายจากอาการปวดหลังได้แล้วเลยตั้งปณิธานเอาไว้ว่า จะไม่ยอมทำให้ตัวเองปวดหลังอีก เลยนำเอาปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้เกิดอาการปวดหลังมาฝากให้ทุกคนได้ระมัดระวังตัวกันค่ะ

  • พฤติกรรมจากการนั่ง

          การนั่งมีผลอย่างยิ่งต่ออาการปวดหลังมากๆ เลย เนื่องจากเวลานั่งนั้นน้ำหนักตัวของเราจะไปลงที่ช่วงก้นกบและกระดูกสันหลัง ดังนั้นการนั่งด้วยท่าที่ไม่ถูกสุขลักษณะ อย่าง นั่งหลังค่อม นั่งไขว่ห้าง นั่งแบบเอาขาพาดเก้าอี้หรือโต๊ะ การนั่งด้วยท่าทางเหล่านี้จะทำให้ส่วนหลังนั้นต้องรับภาระรับน้ำหนักตัวได้มากยิ่งขึ้น หรือมีการรับน้ำหนักที่ผิดส่วนก็ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้นั่นเอง

Advertisement

Advertisement

 

  • การนั่งนานเกินไป

          ไมน่าเชื่อว่าแค่การนั่งอยู่เฉยๆ เพียงเท่านี้ ก็ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ เรื่องนี้พิสูจน์กับตัวเองมาแล้วว่าช่วงไหนที่นั่งเป็นเวลานานๆ อย่างช่วงติดดูซีรีย์มาราธอนนี่แทบไม่ขยับตัว หรือบางทีก็ขยับเอนเอียงไปด้านซ้ายหรือด้านขวาบ้าง ผลคือ 2-3 วันต่อมาปวดหลังมากๆ และปวดแทบแย่เลยด้วย บางทีต้องพักฟื้นเป็นสัปดาห์กว่าจะหายดี อาการนี้จะน้อยและทุเลาได้ หากว่าลุกมายืดเส้นยืดสาย เดินไปเดินมาทุกๆ ชั่วโมงบ้าง ใครที่มี Smart watch ก็ใส่เอาไว้เถอะ มันจะได้แจ้งเตือนเวลาที่เรานั่งนานเกินไปด้วย ยิ่งนั่งนานหลังยิ่งเกร็งยิ่งปวด ไหนจะเลือดลมไม่ไหลเวียนอีก จะไม่ปวดหลังยังไงไหว

Advertisement

Advertisement

 

  • การนอนคว่ำ

          ยิ่งต้องอยู่บ้านด้วยความจำเป็น หลายๆ คนก็แทบจะไม่ลุกจากเตียงเลย ทำทุกอย่างอยู่บนเตียงนี่แหละ ไม่ว่าจะทำงานเล่นโซเชียล ดูหนัง กินขนมก็อยู่บนเตียงตลอดเลย และส่วนมากนั้นเราก็มักจะชอบนอนคว่ำกันด้วย เป็นท่าทางที่หลายคนรู้สึกว่านอนสบายดี แต่การนอนคว่ำสำหรับมนุษย์เรานั้น ถือว่าเป็นท่าทางที่ผิดปกตินะ ถ้ายิ่งต้องเงยหน้าขึ้นมองหน้าจอ, แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์แล้ว ช่วงกระดูกคอก็จะมีการเกร็งกว่าปกติด้วย ก็เป็นอีกพฤติกรรมหนึ่งที่เสริมให้เกิดอาการปวดหลังเอาได้ ดังนั้นแล้วควรหลีกเลี่ยงการนอนคว่ำเสียนะ

https://www.pexels.com/th-th/photo/3754299/

  • การไม่ออกกำลังกาย

          เคยคิดว่าไม่ออกกำลังกายจะเกี่ยวอะไรด้วย แต่บอกเลยว่าเกี่ยวมาก โดยเฉพาะคนที่นั่งทำเคร่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวันนี้ เสี่ยงต่อการเป็นออฟฟิศซินโดรมมากๆ ซึ่งเราสามารถปรับตัวเองให้ห่างไกลจากอาการนี้ได้ด้วยการออกกำลังกาย เน้นยืดเส้นยืดสายหลังไหล่เอว จะช่วยลดอาการตึงเกร็งได้ โดยไม่ต้องพึ่งยานวด หรือหมอนวดเลย ดังนั้นหากว่าออกกำลังกายเป็นประจำ ไม่อยู่ในท่าเดิมๆ นานเกินไป ก็จะห่างไกลจากการปวดหลังนี้ได้ค่ะ ช่วงไหนห่างเหินขี้เกียจออกกำลังกายคร่ำเคร่งกับงานมากๆ อาการปวดหลังจะตามมาเล่นงานได้ตลอดจริงๆ

 

  • การนั่งโต๊ะญี่ปุ่น

          ด้วยพื้นที่ของห้องที่มีขนาดเล็กทำให้หลายๆ คนเลือกที่จะใช้โต๊ะตัวเล็กๆ ในห้องเพื่อความคล่องตัว อีกทั้งยังทำการเคลื่อนย้ายได้ง่ายและสะดวกสบายดี ไม่ว่าจะนั่งอ่านหนังสือ นั่งพิมพ์งาน แต่โต๊ะขนาดเล็กนั่งติดพื้นแบบนี้ยิ่งทำให้น้ำหนักไปลงช่วงหลังอย่างมาก ขยับตัวขยับหลังก็ไม่สะดวก ต้องนั่งนิ่งๆ เป็นส่วนใหญ่ และต้องนั่งเวลานานด้วย กว่าจะได้ลุกแต่ละทีก็ปวดร้าวระบมไปหมด ดังนั้นลองสังเกตดูว่าหลังจากใช้โต๊ะแบบนี้แล้วคุณปวดหลังไหม 

          รวมไปถึงการนั่งพื้นด้วย ประสบการณ์ส่วนตัวจากช่วงที่มีงานต้องแพ็คขายของออนไลน์นั้น  จำเป็นต้องนั่งพื้นเพื่อความสะดวกในการแพ็คของ และการที่นั่งพื้นนานๆ มีการเกร็งตัวเกร็งหลังไหล่ทำให้ปวดหลังมากๆ ดีนะที่ไม่ต้องทำงานนี้ถาวร ไม่อย่างนั้นก็ไม่อยากคิดเลยว่าจะต้องเผชิญกับการปวดหลัง ปวดเอว ปวดขา ไปอีกนานแค่ไหน เพราะฉะนั้นให้ระมัดระวังการนั่งพื้นที่ต้องอยู่นิ่งๆ ต้องเกร็งหลังเกร็งตัวกันด้วยนะ

 

https://www.pexels.com/th-th/photo/3808005/


          นอกนั้นการปวดหลังอาจจะมาจากการออกกำลังกายที่ผิดท่าทาง หรือท่าทางการยกของแบบผิดๆ นะ ซึ่งโอกาสเกิดก็มีบ้าง แต่พฤติกรรมที่กล่าวไปข้างต้นนั่นต่างหากที่ทำให้เกิดอาการปวดหลังแบบเรื้อรังในระยะยาวได้ซึ่งมีโอกาสหายยากกว่ากันเยอะ ดังนั้นจึงกลายมาเป็นข้อสรุปที่ว่า อายุมากหรือน้อยก็ปวดหลังได้ทั้งนั้น หากว่านั่งด้วยท่าทางแบบผิดๆ และขาดการออกกำลังกายนะ

          นั่งให้ถูกท่า ออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายเสียบ้าง แค่นี้ก็ไม่ต้องทรมานกับการปวดหลัง ไม่ต้องไปร้านนวดให้เปลืองเงินเปลืองเวลา ไม่ต้องทายาและกินยาแก้ปวดด้วย ลองนำไปใช้และแนำนำคนอื่นๆ กันดูได้นะ

 https://www.pexels.com/th-th/photo/3259592/

 

 

เครดิตภาพประกอบจาก
https://pixabay.com

ภาพ Header / ภาพ 1 / ภาพ 2 / ภาพ 3 / ภาพ 4