ยีราฟดำ คือฉายาของประสิทธิ์ ผดุงโชค หรือเก่ง ผู้รักษาประตูของสโมสรโปลิศ เทโร เอฟซี

รูปร่างที่สูงใหญ่ ดูได้เปรียบคู่ต่อสู้ของเขา บวกกับความมุ่งมั่นพยายาม ทำให้เขาก้าวขึ้นมาสู่การเป็นผู้รักษาประตูชั้นนำบนสังเวียนไทยลีกนักฟุตบอลหลายต่อหลายคน มักเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุยังน้อย แต่เขาก้าวเข้าสู่วงการฟุตบอลอาชีพเมื่ออายุได้ 26 ปี และอายุที่มากกว่าคนอื่น ๆ การเริ่มต้นที่ดูเหมือนจะเดินตามหลังคนอื่นอยู่หลายก้าว แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาลดละความตั้งใจในการฝึกซ้อมแต่อย่างใด 

ก่อนที่จะเข้ามาสู่การเล่นฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มตัว เขาเป็นเพียงนักฟุตบอลเดินสายที่ดูไม่โดดเด่นอะไรมากนัก ชีวิตของเขายังคงดำเนินมาเรื่อย ๆ จนวันหนึ่งที่เขามีงานประจำเป็นเซลล์ขายนมโรงเรียน เงินเดือนดี หน้าที่มั่นคง แต่เขาเลือกที่จะทิ้งสิ่งนั้น เพื่อแลกกับการได้ทำตามความฝัน นั่นคือการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ

Advertisement

Advertisement

เขาเริ่มต้นค้าแข้งกับทีมนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี โดยในตอนนั้น ได้รับเงินเดือนเพียงเดือนละ 4,000 บาท เบี้ยเลี้ยงฝึกซ้อมวันละ 250 บาท มูลค่ามันเทียบไม่ติดกับอาชีพเซลล์ที่เขาเคยทำเสียด้วยซ้ำ แต่อาจเพราะตัวเงินไม่ใช่ทุกอย่าง และความสุขที่ได้จากการทำตามความฝันนั้น เงินก็ไม่อาจซื้อมาได้ ถึงกระนั้นเขาเองก็ไม่เคยรู้สึกว่าเสียดายกับสิ่งที่ตนได้เลือกแต่อย่างใด

ภาพจาก  sport.trueid.net

ในปี 2011 เขาเริ่มยึดตำแหน่งผู้รักษาประตูตัวจริงของสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซีไว้ได้ โดยในปีนั้นเขาก็เป็นส่วนหนึ่งในการพาทีมเลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 1 ด้วย

ขนาดของความฝันดูยิ่งใหญ่ขึ้น เมื่อไม่กี่ปีต่อมาเขาได้ย้ายมาอยู่กับบิ๊กทีมบนศึกไทยลีกอย่างบีอีซี เทโร ศาสน ทีมในตอนนั้นเต็มไปด้วยนายด่านคุณภาพ อย่างผู้รักษาประตูดาวรุ่งอย่างสมพรยศ ประตูมือเก๋าอย่าง ทศพร ศรีเรือง ช่วงปีแรกที่เข้าไปอยู่กับเทโรฯ เขาได้ลงเล่นเพียงนัดเดียว ปีที่ 2 อาการบาดเจ็บเป็นตัวตัดโอกาสชั้นดีที่ทำให้เขาไม่สามารถลงเล่นได้แม้แต่นัดเดียว จนเข้าสู่ปีที่ 3 การเปลี่ยนแปลงหัวหน้าผู้ฝึกสอน ทำให้เขาได้รับโอกาสมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากเขาสามารถโชว์ผลงานในนัดอุ่นเครื่องได้เป็นอย่างดี ทุกคนเริ่มรู้จักเขามากขึ้น ในนามของผู้รักษาประตูมือดีจากบีอีซี เทโร ศาสน

Advertisement

Advertisement

ภาพจาก sport.trueid.net

ความฝันมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นอีกครั้ง เมื่อเขาได้ย้ายเข้ามาอยู่กับกิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ใดตอนนั้นมีผู้รักษาประตูทีมชาติไทย อย่าง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เป็นประตูมือหนึ่ง

เขากล่าวว่าการได้ลงเล่นก็เป็นสิ่งสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญควบคู่กันไปด้วยคือการได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ดี ๆ จากทีมงานผู้ฝึกสอนและผู้เล่นคุณภาพ เพื่อจะได้นำไปต่อยอดในการเป็นโค้ชในอนาคต

Advertisement

Advertisement

ภาพจาก sport.trueid.net

เมื่อกวินทร์มีอาการบาดเจ็บรบกวน จนไม่สามารถลงเล่นได้ เขาจึงได้โอกาสในการเป็นนายด่านปรากันสุดท้ายของทัพกิเลนผยองอยู่หลายนัด จนทำให้เขามีชื่อติดทีมชาติไทย ในนัดเตรียมอุ่นเครื่องกับทีมชาติเมียนมาร์และเคนยา โดยการคุมทีมของมิโลวาน ราเยวัช แม้จะไม่ได้ลงเล่น แต่นั่นก็ทำให้เขาภูมิใจเป็นอย่างมาก เพราะนี่คือการติดทีมชาติครั้งแรกในชีวิต ซึ่งตลอดระยะเวลาที่เล่นฟุตบอลมาเขาไม่เคยติดทีมชาติไทยเลย ไม่ว่าจะชุดใดๆก็ตาม

ปัจจุบันเก่ง ประสิทธิ์ ผดุงโชค ในวัย 37 ปี ค้าแข้งอยู่กับสโมสร โปลิศ เทโร เอฟซี

เรื่องราวของเขา สอนให้รู้ว่าเริ่มช้าหรือเริ่มเร็วไม่สำคัญเท่ากับว่าเราตั้งใจทำในสิ่งที่เรารักมากแค่ไหน ถ้าเราตั้งใจมุ่งมั่นและพยายาม ความฝันจะตอบแทนเรา ด้วยความภาคภูมิใจของคนรอบข้างเสมอ

 

ภาพปกจาก sport.trueid.net