สวัสดีจ้าทุกคน...บทความเรื่องนี้จะเป็นเรื่องราวจากตัวผู้เขียนเอง ที่ประสบกับคนที่ "รู้หน้าไม่รู้ใจ" แม้ภายนอกจะดูน่าเชื่อถือแค่ไหน แต่ไม่ได้แปลว่าบุคคลนั้นจะเป็นคนดี ซึ่งจะเล่าผ่านบทความในเชิงอุทาหรณ์ ช่วงนี้เวลาเราจะเชื่อใจใครสักคน  ทำไมมันรู้สึกยากเหลือเกิน  ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะสังคมภายนอกมันน่ากลัวเกินไปจนทำให้เราหวั่นใจไม่น้อย  ที่จะไว้เนื้อเชื่อใจใครสักคนเข้ามาในชีวิต เราอาจจะดีใจที่สิ่งที่ตอบแทนเรา ทำดีกับเรา เราก็เคลิ้มในความดีที่เขาทำ ณ ตอนนั้น ถ้าเขาดีกับเราด้วยใจสมัครจริง ก็ควรที่จะไว้เนื้อเชื่อใจเขาต่อไป แต่ไม่มีใครรู้ว่าคนที่เหมือนหวังดีกับเรา แต่มาในรูปแบบ "น้ำผึ้งเคลือบยาพิษ" เหมือนจะหวังดีแต่ต้องการเพื่อทำลาย หรืออาจจะมาในคราบ "นักบุญ" ที่แสร้งว่าเป็นคนดี อันนี้น่ากลัวกว่าคนที่ทำชั่วกับเราเสียอีก บางทีทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตบางครั้งก็อดที่จะสงสัยไม่ได้เลยใช่ไหม ถ้าหากสิ่งที่เราเห็นมันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราได้ยิน จะว่าไปคำว่า "หูไม่ตรงกับตา" มันก็อาจเป็นไปได้ในกรณีนี้ มันก็ยากเหลือเกินที่เราจะดำเนินชีวิตต่อไปยังไงท่ามกลางผู้คนที่ดูเหมือนจะเชื่อถือได้ แต่มาเพื่อเป็นบุคคล "ทำลายล้าง" เนื่องด้วยแรงจูงใจของแต่ละบุคคลที่แสดงออกมา และต้องการเพื่อหวังผลในบางสิ่ง

Advertisement

Advertisement

ใCredit pic : pixabay

เราไม่สามารถรู้อนาคตข้างหน้าว่าเราจะเจอคนในรูปแบบไหน หรือจะเจอคนมีนิสัยแบบไหนเข้ามาในชีวิตของเรา ฟังไปก็ดูน่ากลัว อยู่ที่ว่าใครมันจะเป็นตัวเปิดเกม ไม่ใช่โชคชะตาหรือใครเป็นคนกำหนดเกมนั้น ชีวิตของมนุษย์แม้จะเหมือนไม่มีอะไรอย่างที่เห็นกับตา แต่สิ่งเดียวที่ไม่มีใครรู้นั่นก็คือ ทุกคนมี "เกม" ในชีวิตจริง มันอยู่ที่ว่ากำลังจะเล่นเกมอะไรก็เท่านั้น ก่อนจะเล่นเกมอะไรไม่ให้ใครรู้ถึงกลยุทธ์ที่ตนเองเล่นมันอยู่ ก็ต้องสวมหน้ากากเพื่อปกปิดเนื้อในของคนนั้นให้มิดชิด ปลอดภัยกับตนเอง เพื่อที่จะเข้าถึงเราด้วยเกมที่เขาเล่นกับเราก็เป็นได้ สิ่งที่ควรจะสังเกตว่าใครกำลังเล่นเกมบนความเป็นเรานั้นอยู่ เราจะสังเกตคนนั้นได้ไม่ยากถ้ายังมีความฉลาดทางการรู้จักไตร่ตรอง คิดวิเคราะห์แยกแยะได้อยู่

Advertisement

Advertisement

1. คนที่มาด้วยความจริงใจกับเรา

คนนั้นจะไม่หวังอะไรจากเราเลย แค่น้ำใจก็อิ่มเอมแล้ว เราไม่ต้องนึกถึงใครในยามที่เรามี แต่เราควรนึกถึงคนที่อยู่ข้างเราในยามที่ลำบาก คนที่มาด้วยความจริงใจกัับเราเขาจะไม่มีเล่ห์เหลี่ยมเพทุุบายใด ๆ หรือหาจุดอ่อนเราเพื่อทำร้ายเราแต่อย่างใด หากคนที่ทำดีกับเราด้วยใจแท้จริง เราควรรักษาคนเหล่านี้ไว้เพื่อเป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกัน เป็นเพื่อนที่ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เอื้ออาทรต่อกัน  มีความเกรงใจซึ่งกันและกันได้เป็นอย่างดี คนที่เราควรจะดีกับเขามากที่สุดนั่นก็คือ พ่อแม่ และคนที่ไม่เคยคิดร้ายกับเรา คอยให้กำลังใจในยามยาก นี่แหล่ะคือคนที่ควรจะดีตอบ

Advertisement

Advertisement

2. คนที่มองเราเพื่อ "ใช้จุดอ่อน" เป็นเครื่องมือ

ดูไปอาจจะดูไม่ดีนัก ถ้าทำดีหวังผลในด้านดีก็คือ "หวังผล" แต่ถ้าทำดีแต่หวังผลในทางร้าย ก็คงไม่ต่างอะไรจาก "ปากปราศรัย...น้ำใจเชือดคอ" คนพวกนี้ต่อหน้าจะดีกับเรา แต่ลับหลังอาจจะยิ่งกว่า "เข็มเพชร" ในละครเรื่อง "เนื้อใน" ก็เป็นได้ ก็ต้องเป็นคนที่ดีกับเราที่สุด แต่ดีเหมือนมีความร้ายกาจซ่อนอยู่ เหมือนเกมที่ต้องปั่นกันไปมาเพื่อกลลวงบางอย่าง ใครรู้ตัวทัน ป้องกันตัวทันก็อาจจะรอดจากพวกที่ใช้จุดอ่อนโจมตีเรา แต่ใครชะล่าใจ ยิ่งคืบคลานมามากขึ้นเท่านั้นจนลืมไปว่า คนเหล่านี้ ใช้ความเงียบสงบความเคลื่อนไหวอย่างเดียวคงไม่พอ เราต้องเงียบ แต่ต้องคิดให้เยอะขึ้น ให้รอบคอบว่าใครควรจะเชื่อใจ ใครควรจะถอยห่างออกมาเพื่อที่เราจะได้ไม่ตกเป็น "เหยื่อ" ในภายหลัง

ปCredit pic : pixabay

ในเกมชีวิตจริงที่เล่นกลกับจุดอ่อนของเรา มันก็ซ่อนปมลึก ๆ ของคนนั้นไว้แน่น อีกคนที่เป็นเกมที่น่ากลัวก็คือ คนที่ชอบปั่น ยุแหย่ให้คนแตกแยกกัน ในชีวิตจริงเราจะเจอคนประเภท "เข็มเพชร" ค่อนข้างมาก เรียกได้ว่ามีทุกมุมโลกก็ว่าได้ บางทีอาจเหมือนแม่พระ บางทีอาจเหมือนศัตรู แต่สิ่งที่เขาเหมือนกันนั่นก็คือ ภายใต้นิสัยที่ทำให้คนอื่นแตกคอกันแล้วมีความสุข ก็ยังไม่พ้นในข้อที่ 2 ซึ่งมาเพื่อหวังผล แน่นอนว่า ยิ่งแสดงความร้ายมากเท่าไหร่ "น้ำลดตอผุด" ก็โผล่เหนือผิวน้ำมาฉันนั้น เราควรจะหนักแน่นทางอารมณ์ หนักแน่นทางจุดยืน หนักแน่นทางจิตใจไว้ให้มาก ถ้าเราเข้มแข็ง ไม่อ่อนไหวไปกับสิ่งที่ใคร ๆ ยุแหย่เราตลอดเวลา เขาไม่มีวันชนะได้ แต่เราก็ควรปิดช่องไม่ให้มายุ่งเกี่ยวกับเราอีก เราจะได้เหลือที่ว่างให้เรามีความสุขยิ่งขึ้น ชีวิตที่เราเกิดมา...เราควรลิขิตด้วยตนเอง ไม่ใช่คนที่ใส่ไฟชีวิตเรามาตลอดคอย Control ชีวิตเราได้เหมือนในเกม

.Credit pic : pixabay

เรื่องเล่าที่ผู้เขียนได้บรรยายออกมาทั้งหมด จะเป็นเครื่องเตือนใจในการระวังเกมไม่ดีของคนบางคนได้ กว่าจะตั้งสติได้ก็แทบสูญเสียทุกอย่างพอสมควร ถ้ามองในมุมกลับกันคือ เรายังโชคดีที่ยังมีชีวิตอยู่ ให้ประสบการณ์ที่เราเจอสอนเรา เพื่อไม่ให้เราเป็นทาสทางอารมณ์ และความคิดของตนเองที่เชื่อมั่นในตนเองเกินไป แต่ผู้เขียนเองก็อยากให้มองว่า "อย่าไว้ใจทาง...อย่าวางใจคน" เพราะจิตใจคนนั้นซับซ้อนอย่างมาก มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะโลกสวย แต่เราไม่ควรมองใครขาวสะอาดจนเกินไป ชีวิตของมนุษย์มีสีเทาสลับกันไปในแต่ละช่วงเวลาของคนเหล่านั้น เราจะต้องมองโลกตามความเป็นจริงและมีสติที่สุด ในอนาคตไม่รู้ว่าจะลงเอยเช่นไร แต่ถ้าเรายังมีสติ ยังมีปัญญาเหลืออยู่ จะทำให้เราไม่จนแต้มมาก นั่นแปลว่าชีวิตเรายังไม่ถึงจุดจบ เราจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเรา เราจะไม่ยอมให้ใครปั่นหัวเราเพียงเขาต้องการให้เราเชื่อในสิ่งที่เขาจะเสนอเท่านั้น สิ่งที่เขาเสนอเป็นได้ทั้งข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น(เข้าใจในหลักความเป็นจริง และอคติส่วนตัว) ผู้เขียนได้เขียนมาจนหมดแล้วจากสิ่งที่เจอมากับตัว หวังว่าทุกคนที่ได้อ่านบทความจะมีสติในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการไว้ใจคนให้ถูกทาง ถูกที่ถูกเวลา แต่อย่าไว้ใจคนเพียงเพราะใครยื่นอะไรให้มา เราต้องมีความมั่นคงในจิตใจให้มากขึ้น รู้จักตัดช่องทางที่บั่นทอน หาสาระไม่เจอ ตัดได้ควรตัดอย่าได้มีเยื่อใยกับคนที่เห็นเราเป็น "เกม" เพื่อที่จะได้ไม่ทำร้ายเรามากกว่านี้อีก รวมถึงไม่ประมาทในการใช้ชีวิตในภายหลัง คงต้องขอจบบทความเพียงเท่านี้...สวัสดีจ้า :)


Credit pic ภาพปก : pixabay