เมื่อปลายปี 2562 ที่ผ่านมา หลังจากเคลียร์มรสุมงานทั้งหมดจนจบก็นึกอยากพาตัวเองไปทิ้งตัวสโลวไลฟ์ในซัมแวร์ของโลกนี้ แต่เนื่องจากช่วงเวลาที่ว่างนั้นเป็นช่วงคริสต์มาสซึ่งแน่นอนว่า ทั้งตั๋วเอย ที่พักเอย ราคาแพงลิบลิ่วจนอยากจะเปลี่ยนใจกลับมานอนขดตัวที่บ้านเหงา ๆ แต่ด้วยความโชคดีฟ้ามีตาประทานพรให้เราได้เจอกับตั๋วไปสิงคโปร์ในราคาน่ารักน่าชัง แถมเราเองก็ไม่เคยไปสิงคโปร์เลยแม้ว่าจะไปบุกมาแล้วหลายประเทศแล้วก็ตาม ครั้งนี้เลยอยากจะสโลวไลฟ์ไปแบบไม่ต้องรีบ โดยจุดหมายปลายทางครั้งนี้นั่นก็คือประเทศ Singapore การมาเยือนสิงคโปร์ครั้งนี้เราได้พบเจอความงดงามบางอย่างที่ซ่อนอยู่ และคิดว่ามันเป็นเคล็ดลับที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในหลาย ๆ อย่าง อยากรู้ว่าคืออะไร เรามาออกเดินทางสำรวจไปพร้อม ๆ กันเลย


01. บทเรียนข้อแรก: เคารพความแตกต่าง

เปิดทริปกันด้วยภาพนี้เลย แอ่นแอ๊น ภาพนี้เราถ่ายระหว่างที่กำลังเดินเล่นอย่างสนุกสนาน และพบว่าเป็นโมเม้นที่น่าสนใจทีเดียวเชียวคุณ ความโดดเด่นของสิงคโปร์เนี่ยคือการอยู่รวมกันของหลากหลายเชื้อชาติ และวัฒนธรรม ทั้งจีน อินเดีย มาเลเซีย ภาษาที่ใช้ที่เป็นภาษาราชการก็มีถึง 4 ภาษา คือ 4 อังกฤษ จีน มาเลย์ และภาษาทมิฬ เริ่ดไหมอะ แล้วมาดูสิว่าในภาพนี้เราเห็นทั้งหมดกี่ชาติกัน?
1

ภาพถ่ายโดย : Chachii


02. บทเรียนข้อสอง: เคารพธรรมชาติ

นักเดินทางที่ใช้ชีวิตช้า ๆ แบบเราก็บอกได้เลยว่า การเดินนั้นน่าจะเป็นความสนุกที่ไม่รู้เบื่อของการมาเที่ยวสิงคโปร์ในครั้งนี้ เพราะได้เห็นอะไรที่งดงามอยู่ตลอดทาง แม้ว่าสิงคโปร์จะเป็นประเทศเล็ก ๆ ขนาดประเทศเขาทั้งประเทศก็ประมาน ภูเก็ต บ้านเรา แต่บอกเลยว่าทุกสิ่งที่เขาสร้างและทำนั้นมันให้คุณค่า และเคารพธรรมชาติอย่างแท้จริง ดูจากภาพนี้เราเจอระหว่างทางที่เราเดินกลับไปที่ห้าง Vivo City ตรงเกาะเซนโตซ่า ช่องทางเดินนั้นไม่ได้เปิดไฟ แต่ใช้การทำหลุมบนหลังคาให้แสงอาทิตย์ส่องลงมาแทนในช่วงเวลากลางวัน เป็นการประหยัดพลังงานและใช้พลังงานธรรมชาติให้เกิดประโยชน์ เริ่ดอีกแล้วเห็นมั้ย

1ภาพถ่ายโดย : Chachii


03. บทเรียนข้อสาม: เคารพประสบการณ์

อย่างที่เราเคยได้ยินกันว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุนั้น เช่นเดียวกันกับสิ่งที่เราได้พบในประเทศสิงคโปร์ 80% ของคนที่เราเจอทั้งในเมือง ในรถไฟฟ้า ล้วนแล้วแต่เป็นผู้สูงอายุทั้งสิ้น เมื่อประเทศเต็มไปด้วยผู้สูงวัยแล้วเราจะอย่างไรกับสิ่งเหล่านี้ คำตอบคือ คนสูงวัย = ความสามารถในการทำงาน พวกเขายังคงจ้างให้ผู้สูงวัยเหล่านี้มาทำงานที่พวกเขาสามารถทำได้อย่างเหมาะสม เราจะเห็นสตาฟหลายคนเป็นคุณลุงน่ารัก ๆ คุณป้าใจดี ทั้งในสวนสนุก สนามบิน ร้านหนังสือ ซึ่งสำหรับเราก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดีที่น่าสนับสนุน เพราะคนสูงวัยก็ยังสามารถทำงานได้ และพวกเขาก็ใจเย็นและมีวุฒิภาวะที่ดีมากอีกด้วย 
1ภาพถ่ายโดย : Chachii


04. บทเรียนข้อที่สี่: เคารพกฏหมาย

ปิดท้ายด้วยเรื่องที่ทำให้สาวไทยอย่างเราต้องทาบอกตกใจ คือการรักษาความสะอาดบ้านเขาที่ทำได้เนี้ยบมากจริง ๆ เอาแบบที่ว่าเดินไปซอกไหน ซอยไหน ก็ไม่มีเศษขยะให้เห็นแม้แต่น้อย ที่เราบอกว่าเราตกใจเพราะว่าสิงคโปร์ใกล้ไทยนิดเดียว แต่ทำไมน้าทำไม บ้านเราถึงยังขจัดปัญหาเรื่องขยะบนทางเท้าไม่ได้เสียที การที่บ้านเมืองสิงคโปร์สะอาดขนาดนี้อาจจะเป็นเพราะกฎหมายที่ค่อนข้างแรง และทุกคนก็ร่วมมือกันปฏิบัติตามกฏอย่างเคร่งครัด มันทำให้คนเดินทางเท้าเนี่ยสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ต้องลงมาเดินบนถนน แล้วก็ไม่มีมอเตอร์ไซค์วิ่งบนฟุธบาทให้เราต้องมาตามถ่ายรูปส่งตำรวจด้วย เห็นแล้วก็ได้แต่หวังว่าเมืองไทยจะสะอาดแบบนี้ในเร็ววันเนอะ

ๅภาพถ่ายโดย : Chachii


จบแล้วค่ะกับทริปเดินเล่นในสิงคโปร์ ฉบับคน 25+ ที่เราต้องเน้นเรื่องอายุเนี่ยเพราะว่าการเดินทางแต่ละช่วงวัยเราจะโฟกัสอะไรไม่เหมือนกัน ในวัย 20 ต้น ๆ เนี่ยยังเป็นวัยแห่งความสนุกสนาน เวลาไปเที่ยวที่ไหนก็จะเน้นถ่ายรูป เช็คอิน กินแหลก แต่พอเริ่มโตความรู้สึกและมุมมองที่มีต่อโลกมันก็เปลี่ยนไปค่ะ เราใส่ใจกับเรื่องของสังคม ผู้คน สิ่งแวดล้อมมากขึ้น และแอบคิดที่จะนำมันกลับมาพัฒนาในประเทศเราให้ได้ เดี๋ยวนี้เวลาไปไหนเลยต้องขอใช้เวลา 2-3 วันในการเดินไปดูชุมชนที่เขาใช้ชีวิตกัน ดูว่าวิถีชีวิตพวกเขาเป็นยังไง ซึ่งมันทำให้เราอินและได้อะไรกลับมาเขียนเยอะมากจริง ๆ เช่นเดียวกับทริปนี้ สิงคโปร์ได้สอนเราเรื่องของ การเคารพ ทุกสิ่งรอบตัว เคารพธรรมชาติ เคารพประสบการณ์ เคารพกฏหมาย และ เคารพในความแตกต่าง ใครไปสิงคโปร์แล้วได้เรียนรู้อะไรก็อย่าลืมมาเขียนแชร์กันนะคะ :)

Advertisement

Advertisement