บอกเล่าประสบการณ์เที่ยวต่างประเทศครั้งแรก

         ในชีวิตของคนเรา เกือบทุกคนมีความฝันว่าจะได้มีโอกาส ไปเที่ยวที่ต่างประเทศสักครั้งในชีวิต ซึ่งตัวผมเองก็มีความฝันที่จะได้ไปเที่ยวต่างประเทศสักครั้งเช่นเดียวกัน เพื่อไปเปิดหูเปิดตาเห็นสิ่งใหม่บนโลกนี้ และโอกาสแรกก็มาถึง ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัว เนื่องจากคุณพ่อของผมได้มีโอกาสไปทำงานกับบริษัทที่ต่างประเทศ ที่ร่วมลงทุนกับบริษัทที่ทำงานของเขาในประเทศไทย โดยมีสวัสดิการสำหรับครอบครัว ที่ให้ไปเที่ยวหาปีละสองครั้ง จึงเป็นโอกาสที่ดีที่ผมและครอบครัว จะได้มีโอกาสได้ท่องเที่ยวในต่างประเทศตามที่เคยคาดหวัง

          ประเทศที่ผมมีโอกาสได้ไปเที่ยว คือ ประเทศจีน จากที่รับรู้มาว่าประเทศจีนเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับต้น ๆ ของโลก เพราะฉะนั้นการสื่อสารในประเทศจีน จะใช้ภาษาจีนเป็นหลัก แต่ภาษาอังกฤษก็พอจะใช้สื่อสารภายในประเทศจีนได้เหมือนกัน (รับรู้มาจากคุณพ่อที่ได้ไปอาศัยอยู่มาก่อน) พอผมได้รับข้อมูลมาจากพ่อ ผมก็ทำการเตรียมตัวเรื่องภาษา ซึ่งจากเดิมก็อยู่แค่ในระดับเริ่มต้นพอพูดได้คำต่อคำ หรือที่เขาเรียกว่า Word by word แต่พอเตรียมตัวไปก็ได้เพิ่มเติมเล็กน้อย อันนี้อยู่ที่ความสามารถของผมเองครับ พอขำ ๆ นะครับ มาเริ่มที่การเดินทางไปประเทศจีนครั้งนี้ ผม น้องชาย และก็แม่ เดินทางโดยเครื่องบิน โดยขึ้นจากต้นทางที่ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง บินตรงสู่ท่าอากาศยานนานาชาติหนานจิงลู่โขว่ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชั่วโมง ถึง 4.00 ชั่วโมง ระยะเวลาการท่องเที่ยว 3 วัน 2 คืน การเดินทางถือว่าตื่นเต้นพอสมควร เพราะตัวผมเองเพิ่งเคยขึ้นเครื่องบินครั้งแรก พอถึงจุดหมายที่สนามบินหนานจิง พบว่าอากาศที่ประเทศจีนหนาวมาก อุณหภูมิประมาณ 1 – 2 องศาเซลเซียส หลังจากได้พบเจอกับพ่อที่สนามบินแล้ว ก็ได้เดินทางต่อไปยังที่พักของพ่อที่มณฑลอันฮุย (Anhui) เมืองหวู่ฮู (Wuhu) โดยรถยนต์ ระหว่างเดินทางก็เห็นว่าเหมาะแล้วที่เขาเรียกประเทศนี้กันว่า "จีนแผ่นดินใหญ่" อาคารบางอาคารก็สร้างใหญ่อลังการถึงใหญ่มาก เมื่อเดินทางถึงที่พักก็นอนพักผ่อน เพราะกว่าจะถึงที่พักก็ดึกมากแล้ว เป็นการจบคืนแรกของการเดินทาง

Advertisement

Advertisement

          เช้าวันที่สองของการเดินทาง ตื่นเช้ามาพบเจอกับอากาศที่หนาวเย็น อุณหภูมิประมาณ 1 องศาเซลเซียส ผมเองได้ออกมาเดินเล่นนอกที่พัก รับลมหนาวด้านหน้าโรงแรมที่พัก ในช่วงเวลานั้นไม่มีหิมะตกมาเยอะสักเท่าไร มีเพียงเกร็ดหิมะเล็กน้อย หรือน้ำค้างตามพื้นสนามหญ้า และต้นไม้หน้าโรงแรมที่พัก โดยรวมแล้วถือว่าอากาศดีพอสมควร หนาวเย็นและสดชื่น จะแนบรูปภาพไว้ให้ดูนะครับ

Advertisement

Advertisement

โรงแรมที่พักตลอดระยะเวลาการท่องเที่ยวเกร็ดหิมะในเวลากลางคืนเกร็ดหิมะในเวลากลางวัน           ในช่วงบ่ายของวันที่สอง เนื่องจากมีเวลาในการท่องเที่ยวที่น้อยนิด เลยไปเดินพักผ่อนซื้อของในย่านห้างสรรพสินค้าในเมืองหวู่ฮู ผมเองก็จำชื่อไม่ได้ เดินทางโดยขึ้นรถโดยสารประจำทาง แต่โดยรวมการไปเดินเที่ยวพักผ่อนถือว่าโอเคเลยครับ อากาศหนาวเย็นพอใส่เสื้อกันหนาวแล้วก็อุ่นกำลังดีเลยครับ ด้วยความที่เดินทางเหนื่อยนิดหน่อย ผมจึงเดินเข้าไปที่ร้านขายของกินกับเครื่องดื่มก่อน เครื่องดื่มที่สั่งเป็นนมช็อคโกแลตอุ่นใส่ไข่มุก วุ้น และเจลลี่อื่น ๆ คล้ายกับชานมไข่มุกในไทยครับ แต่คนจีนส่วนใหญ่จะดื่มเป็นเครื่องดื่มร้อนหรืออุ่นครับ การซื้อเครื่องดื่มของผมมีเรื่องให้แปลกใจนิดหน่อย เนื่องจากผมสั่งเครื่องดื่มด้วยภาษาอังกฤษ แต่คนขายเครื่องดื่มฟังผมไม่รู้เรื่อง ไม่รู้เป็นเพราะผมพูดไม่รู้เรื่องเอง หรือว่าคนจีนบางส่วนพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่ผมก็คิดนะครับว่าคงเป็นผมเองแหละครับที่พูดไม่รู้เรื่อง สุดท้ายได้เครื่องดื่มมาด้วยวิธีการใช้นิ้วชี้ไปที่เมนู ผมถึงกับขำตัวเองเลยครับ โดยรวมของการเที่ยวพักผ่อนในช่วงบ่ายถือว่าโอเคครับ เป้าหมายคือมาซื้อของฝากกลับไปที่บ้าน แล้วก็เดินพักผ่อนในห้างสรรพสินค้าเล็กน้อยครับ พอถึงช่วงเย็นก็เดินทางกลับที่พักแล้วก็นอนพักผ่อน เตรียมของกลับบ้านในวันถัดไป เป็นการจบวันที่สองของการท่องเที่ยวที่สนุก และเหนื่อยเล็กน้อยครับ

ย่านห้างสรรพสินค้าในเมืองหวู่ฮูรูปปั้นในย่านห้างสรรพสินค้าในเมืองหวู่ฮู             ในวันที่สามของการท่องเที่ยว ในวันนี้ไม่ได้เดินทางไปเที่ยวไหน เพราะต้องทำการเตรียมของกลับบ้าน พอถึงช่วงเย็นก็เดินทางไปยังสนามบินหนานจิง เพื่อเช็คอิน รอขึ้นเครื่องกลับบ้าน อย่างน้อยที่สนามบินสบายใจได้อย่างนึง คือผมสามารถใช้ภาษาอังกฤษที่มีทักษะอันน้อยนิดของผม ในการสั่งอาหารและเครื่องดื่มรับประทานได้ สำหรับผมแล้วเรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่ครับ ขำ ๆ นะครับ หลังจากเช็คอินแล้วก็รอเวลาประมาณ 2 ทุ่มเพื่อขึ้นเครื่องบินกลับประเทศไทย เดินทางถึงประเทศไทยประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง โดยรวมแล้วการท่องเที่ยวในต่างประเทศครั้งแรกนี้ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี ได้แนวคิดและทัศนคติจากการได้ท่องเที่ยวมากพอสมควร ถือเป็นการจบการท่องเที่ยว 3 วัน 2 คืนที่ประทับใจครับ

บรรยากาศภายในท่าอากาศยานนานาชาติหนานจิงลู่โขวบรรยากาศภายในท่าอากาศยานนานาชาติหนานจิงลู่โขวบรรยากาศภายในท่าอากาศยานนานาชาติหนานจิงลู่โขว

          ในการเดินทางครั้งนี้ ทำให้ผมได้รู้ว่าในโลกนี้มีอะไรให้เราได้เรียนรู้ ได้พบเจออีกมากมาย ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลที่ควรมีทักษะติดตัว เพราะเป็นตัวสื่อสารวัฒนธรรมในแต่ละประเทศ เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้ผม ที่จะพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของตัวเอง เพื่อให้การท่องเที่ยวต่างประเทศครั้งต่อไป ทำได้คล่องแคล่วขึ้น สิ่งที่ได้จากการท่องเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกนี้ ถือว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดีในการเปิดหูเปิดตา และเปิดใจรับสิ่งที่จะเรียนรู้และพบเจอ อีกมากมายในโลกใบนี้

ภาพทั้งหมดโดย : นักเขียน

เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน  App TrueID โหลดเลย ฟรี !