ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ได้เกิดเหตุไม่คาดฝันกับคุณอาของผู้เขียนขึ้น เมื่อคุณอาขับรถจักรยานยนต์กลับจากทำงาน แล้วเกิดอาการหลับใน รถจึงเสียหลักล้มลงข้างทาง อาการของคุณอาในช่วงแรก พบเพียงบาดแผลภายนอกร่างกาย ทั้งรอยถลอกบริเวณใบหน้าและที่แขนขา สอบถามอาการเบื้องต้นไม่น่าเป็นห่วงมากนัก จึงวางใจว่าพักสัก 1 สัปดาห์ก็คงจะดีขึ้น

ภาพจาก pixabay.com

ในช่วง 2-3 วันแรก จากการพูดคุยคุณอาสามารถตอบโต้ได้ปกติ เพียงแต่ไม่สามารถจดจำเหตุการณ์ระหว่างเกิดเหตุได้ จำไม่ได้ว่าใครพาส่งโรงพยาบาลหรือใครเป็นคู่กรณี ครอบครัวของเราจึงได้ตามเรื่องจากสภ.เมืองและตามต่อจากกล้องวงจรปิดระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุ โดยสรุปว่าเหตุที่เกิดขึ้นไม่มีคู่กรณี เป็นการขับรถจักรยานยนต์ตกลงข้างทาง เนื่องจากเกิดอาการหลับในจากการโหมงานอย่างหนัก

ภาพจาก pixabay.com

Advertisement

Advertisement

เข้าสู่เราวันที่ 4-5 ของการพักฟื้นที่บ้าน วันหนึ่งขณะผู้เขียนเดินทางไปมหาวิทยาลัยตามปกติ ก็ได้ข่าวจากที่บ้านว่าคุณอาเริ่มมีอาการแปลก ๆ จำทางไปเข้าห้องน้ำไม่ได้ ปฏิกิริยาตอบโต้และพูดคุยเริ่มเชื่องช้า ทันทีที่เดินทางกลับจากมหาวิทยาลัย ผู้เขียนก็พบว่าคุณอานั่งนิ่ง ๆ อยู่พักใหญ่ ไม่ตอบโต้ใด ๆ กับใคร ทั้งครอบครัวจึงเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด แม้จะมีเสี้ยวหนึ่งที่คิดว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับผีสางหรือเปล่า แต่สุดท้ายพวกเราเลือกที่จะเชื่อมั่นในวิทยาศาสตร์และสิ่งที่พิสูจน์ได้

ภาพจาก pixabay.com

เข้าสู่กลางดึกของคืนนั้น พวกเรายังคงเฝ้าดูอาการของคุณอาอย่างใกล้ชิด หลังจากที่หลับไปพักใหญ่ คุณอาเริ่มมีอาการกระตุกคล้าย ๆ อาการชัก แต่ไม่มีอาการเกร็งร่วมด้วย พวกเราจึงพยายามปลูกคุณอาให้ได้สติ แต่ก็ไม่เป็นผล คุณอาเริ่มปัสสาวะราดที่นอน ทันทีที่เห็นอาการไม่ดีพวกเราจึงได้พาคุณอาไปส่งโรงพยาบาลโดยเร่งด่วน ระหว่างทางคุณอายังคงมีอาการปัสสาวะราดอยู่อีก 1 ครั้ง นับเป็นความโชคดีของเรามาก ๆ ที่โรงพยาบาลอยู่ห่างจากบ้านเพียง 900 เมตร เมื่อถึงมือหมอ คุณหมอวินิจฉัยเบื้องต้นว่าอาการที่เกิดขึ้น เป็นผลมาจากการกระทบกระเทือนทางสมอง คุณหมอจึงส่งไปตรวจโดยเครื่อง CT scan ต่อทันที ผลออกมาว่าคุณอามีอาการเลือดออกในสมอง ต้องรีบทำการผ่าตัดเพื่อรักษาโดยด่วน

Advertisement

Advertisement

ภาพจาก pixabay.com

เมื่อการผ่าตัดเสร็จสิ้น พวกเราแทบจะไม่เคยรอคอยการตื่นของคุณอาอย่างน่าตื่นเต้นและเป็นกังวลแบบนี้มาก่อน และเป็นความโชคดีของเราอย่างมาก ที่คุณอาตื่นมาด้วยสติสัมปชัญญะที่ครบถ้วน จำพวกเราได้ทุกคน ระหว่างรอกลับไปพักฟื้นที่บ้าน คุณหมอได้เฝ้าระวังอาการข้างเคียงจากการผ่าตัดอย่างใกล้ชิด ทั้งอาการชักที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การติดเชื้อของแผล รวมไปถึงอาการปวดศีรษะที่รุนแรง

Advertisement

Advertisement

นั่นนับเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการรักษา เพราะมันเป็นการผ่าตัดเอากะโหลกส่วนหนึ่งออกไปด้วย เมื่อกลับไปพักฟื้นจนร่างกายและสมองเป็นปกติ 100% ไร้ผลข้างเคียง จึงจะผ่าตัดใส่กะโหลกกลับเข้าไปอีกครั้ง

ภาพจาก pixabay.com

เวลาผ่านไป 3-4 วัน คุณหมออนุญาตให้คุณอากลับมาพักฟื้นที่บ้านได้ และมียาที่ต้องรับประทานเป็นประจำคือยากันชักยา แก้ปวด รับประทานเมื่อมีอาการปวดศีรษะและต้องล้างแผลเป็นประจำทุกวัน จนกว่าแผลจะหายสนิท

พวกเราปฏิบัติตามคำแนะนำของหมออย่างเคร่งครัด อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ต้องดูแลนอกจากบาดแผลทางกายของคุณอ่าแล้ว สภาพจิตใจก็เป็นสิ่งที่ต้องดูแลควบคู่กันไป แม้คนรอบข้างจะออกอาการเหนื่อยที่ต้องดูแลคนป่วยอย่างใกล้ชิด แต่พวกเราก็เลือกที่จะแสดงออกอย่าง อะลุ่มอล่วย เพราะหากมองย้อนกลับไป ขึ้นชื่อว่าอุบัติเหตุแล้ว ก็ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน รวมถึงผู้ประสบเหตุโดยตรงอย่างคุณอาด้วยเช่นกัน

ภาพจาก pixabay.com

จากคนที่ชอบทำงาน กลับต้องไปอยู่บ้านเฉย ๆ เป็นเวลาร่วม 2 เดือน ความเข้มแข็งของคนในครอบครัวทุกคน จึงสามารถส่งต่อเพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยได้ แม้ไม่ใช่คำพูดที่สวยหรูแต่การกระทำและการแสดงออกที่สื่อว่าพวกเราดูแลเขาด้วยความรัก ไม่ใช่ภาระ เพียงแค่นี้ก็เพียงพอที่จะเป็นกำลังใจสำคัญให้ต่างคนต่างช่วยกันผ่านวิกฤตนี้ไปได้

ระหว่างพักฟื้น คุณหมอได้นัดให้ไปตรวจสภาพของบาดแผลและอาการอื่น ๆ อยู่เป็นระยะเพื่อจะได้นัดวันเวลาในการใส่กะโหลกกลับเข้าไป โดยคุณหมอเล่าให้เราฟังว่า แม้การใช้ชีวิตของผู้ป่วยโดยขาดกะโหลกศีรษะไปเพียงส่วนหนึ่งจะดูปกติ แต่หากมีการกระทบกระเทือนไปยังศีรษะส่วนที่ไร้กะโหลกอยู่และบริเวณใกล้เคียง ผู้ป่วยมีสิทธิ์ถึงแก่ชีวิตได้ เพราะเนื้อสมองบางส่วนไม่มีกระโหลกคอยทำหน้าที่ปกป้อง จึงต้องระมัดระวังในส่วนนี้เป็นพิเศษ

อาหารการกินที่จะทำให้บาดแผลสมานช้าก็จำเป็นที่จะต้องงด เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่าง ๆ นอกจากจะทำให้แผลหายช้าแล้ว จะยังมีผลต่อยาที่รับประทานเข้าไปทำให้ยาออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่ รวมถึงอาหารประเภทของหมักดองที่ส่วนผสมมีผลต่อบาดแผลได้ การสูบบุหรี่ก็ต้องงดด้วยเช่นกัน

ภาพจาก pixabay.com

เมื่อบาดแผลดีขึ้นมากแล้ว ผลข้างเคียงใด ๆ ก็ไม่มี คุณหมอจึงนัดเวลาผ่าตัดอีกครั้ง เพื่อใส่กะโหลกกลับเข้าไป

พวกเราค่อนข้างวางใจว่าการผ่าตัดจะผ่านไปได้ด้วยดี แต่หลังการผ่าตัดเสร็จสิ้น คุณอามีอาการความดันขึ้นสูง ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดอีกรอบ คุณหมอบอกกับพวกเราว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ให้ตั้งสติและใจเย็น ๆ ผ่านไปสักพักหนึ่งความดันของคุณอาก็ค่อย ๆ ลดลง จนกลับมาอยู่ในระดับที่ปกติทโดยรวมผลการผ่าตัดผ่านไปได้อย่างน่าพอใจ 2-3 วันต่อมา คุณหมอก็ให้กลับมาพักฟื้นที่บ้าน ให้ยากันชักและยาแก้ปวดมาให้รับประทานเหมือนตอนแรก ล้างแผลให้สะอาดอยู่ทุกวัน เมื่อเนื้อแผลเริ่มดีขึ้นคุณหมอก็นัดไปดูอาการและนัดดึงลูกแม็กซ์ที่เย็บแผลอยู่ออก พักฟื้นอยู่อีกประมาณ 1 สัปดาห์จึงสามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ

ภาพจาก pixabay.com

นี่คือเรื่องราวที่ครอบครัวของพวกเราผ่านกันไปได้อย่างยากลำบาก แต่มันก็ได้ให้ข้อคิดเตือนใจที่ยิ่งใหญ่แก่พวกเราไว้หลายข้อ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความประมาทบนท้องถนน ที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา กำลังใจของคนในครอบครัว ที่เป็นสิ่งสำคัญพาเราก้าวผ่านเรื่องนี้ไปได้ ความรู้ในทางการแพทย์หลาย ๆ อย่างที่เราจำเป็นต้องทราบ เช่น อาการที่บ่งบอกได้ว่าเกิดอาการกระทบกระเทือนทางสมอง  การดูแลผู้ป่วยที่ผ่าตัดสมอง เป็นต้น

ผู้เขียนหวังว่าประสบการณ์ที่ได้เล่าลงไปในบทความนี้ จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านอยู่บ้าง และขอเป็นกำลังใจให้ผู้ที่ต้องดูแลบุคคลใกล้ชิดที่เจ็บป่วยอยู่ด้วยนะคะ

 

ภาพปกจาก pixabay.com