ลูกพลับลูกกลม ๆ สีส้ม ๆ เปลือกดูใส ๆ น่าทานมาก ลูกพลับเป็นผลไม้ที่แม่ของผู้เขียนโปรดปรานมาก เพราะมีกลิ่นที่หอมและรสชาติก็ยังหวานอีกด้วย  ลูกพลับยังมีประโยชน์มากมายอีกด้วย เช่น บำรุงสายตา บำรุงกระเพาะอาหารและลำไส้ ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยในการย่อยอาหาร และที่สำคัญคือลูกพลับมีวิตามินสูง จึงช่วยในเรื่องผิวพรรณชะลอวัย ลดกระ ลดฝ่า ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง บำรุงสายตา และช่วยป้องกันมะเร็งได้อีกด้วย ตอนเด็ก ๆ แม่จะชอบปลอกแล้วหั่นเป็นชิ้น ๆ ใส่ตู้เย็นไว้ให้ทานหลังจากเลิกเรียน ตอนนั้นไม่รู้เลยว่าประโยชน์ของมันจะมากมายขนาดนี้  ส่วนใหญ่เวลาที่ผู้เขียนเห็นแม่ทาน มันจะทานสด ๆ จึงคิดว่าน่าจะดัดแปลงทำเป็นเมนูอื่นได้บ้างเพื่อความอร่อย และไม่ซ้ำซากจำเจ แม่จะได้ไม่เบื่อ ผู้เขียนจึงลองทำน้ำลูกพลับปั่นดู ปรากฏว่าถูกใจแม่มาก ผู้เขียนจึงอยากนำทั้งสองสูตรนี้มาแบ่งปั่นให้ทุกๆคนได้ลองทำทานกันดูค่ะ

พลับภาพโดย Paul Garic Ho จาก Pixabay 

สูตรที่ 1  น้ำลูกพลับโฟรเซ่น…...

ส่วนผสม

  1. ลูกพลับสุก    2   ลูก
  2. น้ำเชื่อม      2    ออนซ์
  3. เกลือป่นเล็กน้อย
  4. น้ำต้มสุก
  5. น้ำแข็งครึ่งแก้ว

พลับภาพโดย Lebensmittelfotos จาก Pixabay 

มาที่ขั้นตอนการทำกันค่ะ

  1. ปลอกเปลือกลูกพลับแล้วล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่โถปั่น
  2. ใส่น้ำเชื่อม  น้ำต้มสุก  เกลือป่นเล็กน้อย  และน้ำแข็งลงไปในโถปั่น
  3. ปั่นให้ละเอียด แล้วเทใส่แก้ว

สูตรที่  2   น้ำลูกพลับสมูทตี้….......

ส่วนผสม

1. ลูกพลับสุก   2  ลูก

2. โยเกิร์ตรสธรรมชาติ   ครึ่งกระปุก

3. น้ำเชื่อม   2  ออนซ์

4. เกลือป่นเล็กน้อย

5. น้ำแข็งครึ่งแก้ว

ขั้นตอนการทำ

  1. ปลอกเปลือกลูกพลับแล้วล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆแล้วใส่โถปั่น
  2. ใส่โยเกิร์ตรสธรรมชาติครึ่งกระปุก  ใส่น้ำเชื่อม ใส่เกลือเล็กน้อยเพื่อความกลมกล่อม ใส่น้ำแข็งลงไป
  3. ปั่นให้ละเอียดจนเป็นเนื้อเนียนเป็นเนื้อเดียวกันแล้วเทใส่แก้ว

เพียงเท่านี้เราก็จะได้น้ำลูกพลับปั่นถึงสองสูตร สำหรับใครที่ชอบรสชาติหอมหวานแบบลูกพลับแท้ๆ แนะนำเป็นน้ำลูกพลับโฟรเซ่น  แต่ถ้าชอบแบบอร่อยนุ่ม ๆไม่หวานมากแนะนำเป็นน้ำลูกพลับสมูทตี้เลยค่ะ แต่สำหรับผู้เขียนชอบทั้งสองสูตรเลยค่ะ ทานในช่วงบ่ายอากาศร้อนนี้ชื่นใจมากค่ะ เป็นเมนูคลายร้อนที่ดีเยี่ยมเลยค่ะเพราะมีความหอมอ่อน ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ อยากให้ลองทำทานดูนะคะแล้วจะติดใจ

พลับภาพโดย lhadlock50 จาก Pixabay 

 

ที่มาภาพหน้าปก  :  ภาพโดย jacqueline macou จาก Pixabay 

 

 

 

Advertisement

Advertisement