“น้ำราด” ต้นน้ำที่ยังบริสุทธิ์ จ.สุราษฎร์ธานี

เมื่อราวเดือนธันวาคม 2561 ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเยือนภาคใต้อีกครั้ง ภารกิจงานคราวนี้เป็นการไปสัมภาษณ์เพื่อเก็บข้อมูลการให้บริการประปาในพื้นที่ภาคใต้กลุ่มจังหวัดอันดามัน เอ๊ะ! ฝั่งอันดามัน ไหงหัวเรื่องจั่วมาที่จังหวัดสุราษฎร์ ฝั่งอ่าวไทยกันหล่ะ แต่ก่อนที่ผู้อ่านจะคิดไปไกลว่า ผู้เขียนเมากาวหรือเปล่า หรือสับสนอะไร ระหว่างอันดามัน กับอ่าวไทย งั้นผู้เขียนขอเกริ่นสั้น ๆ นิดหน่อยถึงพื้นที่ทำภารกิจในครั้งนี้เล็กน้อย เมื่อพูดถึงการให้บริการน้ำประปา โดยการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) จะมีการแบ่งเขตการให้บริการตั้งแต่ภาคเหนือจนถึงภาคใต้ รวมจำนวน 10 เขต สำหรับในภาคใต้นั้น แบ่งออกเป็น 2 เขต ได้แก่ เขต 4 และ เขต 5 สำหรับเขต 4 นั้น สำนักงานเขตตั้งอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเขต 5 ตั้งอยู่ที่จังหวัดสงขลา…ซึ่งสำนักงานเขตแต่ละเขตต่างก็ดูแล กปภ.ในเขตอันดามันทั้งคู่ พอจะถึงบางอ้อกันแล้วใช่ไหมหล่ะ เอาเป็นว่าท่านผู้อ่านรับทราบแล้วนะว่าทำไมผู้เขียนถึงมาโผล่สุราษฎร์ธานีได้ ฮ่า ๆ

Advertisement

Advertisement

แต่ไหน ๆ ก็มาถึงสุราษฎร์ธานีแล้ว ผู้เขียนก็ไม่ลืมที่จะใช้เวลาเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนที่จะเริ่มภารกิจทำงานตามที่นัดหมายไว้ การเดินทางของผู้เขียนก็เดินทางโดยเครื่องบินตรงมายังจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้เขียนได้จองที่พักไว้คือ "บ้านดินเชี่ยวหลาน" ซึ่งอยู่ในเขื่อนรัชประภาหรือเขื่อนเชี่ยวหลานที่คนทั่วไปรู้จักกัน การเดินทางในครั้งนี้ สภาวะอากาศไม่ค่อยเป็นใจเท่าใดนัก การเข้าพักที่บ้านดินนั้น ก็ต้องผจญกับสภาพอากาศฝนตกทั้งวันทั้งคืน (ช่วงนั้น พายุกำลังเข้าฝั่งอ่าวไทยพอดี ทำไม…ไม่เช็คสภาพอากาศกันเลย ห๊ะ!!!) เลยทำให้ผู้เขียนไม่ได้มีโอกาสได้ถ่ายภาพบรรยากาศของบ้านพักมาด้วย ซึ่งก็แอบเสียดายนิดหน่อย ถ้าสภาพอากาศดีคงน่าจะได้ภาพสวย ๆ มาอวดผู้อ่านเหมือนกัน

Advertisement

Advertisement

ในความโชคร้าย ก็ยังพอมีความโชคดีอยู่บ้าง ระหว่างที่รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พักอย่างเซ็ง ๆ ก่อนที่จะเดินทางต่อไปนั้น เจ้าของที่พักได้แนะนำว่า ลองแวะไปเที่ยวที่ป่าบ้านน้ำราด สิ เป็นป่าต้นน้ำที่ยังมีความบริสุทธิ์และสมบูรณ์อยู่มาก น้ำใส บรรยากาศดี สามารถเล่นน้ำได้ด้วย ผู้เขียนได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ต้องคิดมาก ไหน ๆ ก็มาถึงแล้ว ไม่ไปแล้วเราจะเอาอะไรไปคุยกับคนอื่นได้ว่า มาสุราษฎร์ธานีทั้งที นอกจากินหอย(ใหญ่) แล้ว ได้อะไรเป็นเรื่องเป็นราวกันบ้าง ไม่รอช้า ผู้เขียนก็มุ่งหน้าไปยังป่าน้ำราดทันที ซึ่งอากู๋ (google map) ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง จากเขื่อนเชี่ยวหลาน อ.บ้านตาขุน มุ่งตรงมายัง อ.คีรีรัฐนิคม ก็พากันมาถึงป่าต้นน้ำบ้านน้ำราดจนได้ แต่กว่าจะมาถึงอากู๋ก็พาผู้เขียนเข้าป่า เข้ารกเข้าพงไปพอสมควร คงนึกว่าผู้เขียนขับ 4WD กระมังนะ (คิดในใจ เออก็ไปมันจนถึงนะเนี่ย)

Advertisement

Advertisement

ถึงแล้ว…ป่าต้นบ้านน้ำราด ต.บ้านทำเนียบ อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี

บริเวณหน้าที่ทำการ ป่าต้นน้ำ น้ำราด จ.สุราษฎร์ธานี (ที่มา: ผู้เขียน)

สถานที่แห่งนี้ ดูแลโดยท้องถิ่น มีกรรมการหมู่บ้าน เป็นผู้บริหารจัดการและอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเข้าไปเที่ยวชม การเข้าชมป่าต้นน้ำนั้น เข้าได้ฟรี ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถบริจาคสมทบทุนเพื่อเป็นค่าดำเนินงานและดูแลสถานทีให้กับหมู่บ้านได้ การปฏิบัติตัวสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้าไปด้านใน สิ่งที่สามารถนำหรือพกพาเข้าไปได้ มีแค่เพียงกล้องถ่ายรูป โทรศัพท์ หรืออย่างดีก็กระเป๋าเงินขนาดเล็ก ที่ไม่ใช่กระเป๋าถือ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเด็กเล็กจำเป็นต้องมีขวดนมและผ้าอ้อม (แพมเพิส) ก็อนุโลมได้เพียงเล็กน้อย แต่ต้องเปิดให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อนเข้าไปข้างใน โดยเจ้าหน้าที่จะไม่ยินยอมให้นำสิ่งแปลกปลอม อันได้แก่ ถุงพลาสติก ขวดน้ำ หรือสิ่งอื่นใด ที่จะกลายเป็นขยะและทำให้สถานที่เสื่อมโทรมได้ ผู้อ่านคงกำลังจะนึกในใจต่อว่า อ้าว แล้วกระเป๋า สัมภาระของชั้นล่ะ จะไว้ที่ไหนต้องเอาไปไว้ที่รถงั้นหรือ ไม่ต้องเป็นห่วงไป ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดล๊อคเกอร์ไว้บริการให้กับนักท่องเที่ยวไว้เก็บสัมภาระที่นำติดตัวเข้าไปไม่ได้ แค่นี้ก็โล่งใจไปเปราะ แค่ก้าวแรกก่อนเข้าไป ผู้เขียนก็ค่อนข้างประทับใจกับการบริหารจัดการโดยชุมชนมาก ๆ เลยทีเดียว

การมาเยือนป่าต้นน้ำ บ้านน้ำราด ครั้งนี้ ก็มาพร้อมกับฝนปรอย ๆ หยุด ๆ ตก ๆ เป็นระยะ อากาศก็ชื้น ทำให้ป่ายางก็มีหมอกกับเค้าได้เหมือนกันนะ และถึงแม้อากาศจะไม่เป็นใจเท่าใดนัก (อีกแล้ว) แต่…เมื่อผู้เขียนได้เดินเข้าไปถึงยังบริเวณต้นน้ำ ก็ต้องถึงกับอุทาน โอ้วโหวววววววววววว ยาว ๆ ภาพที่เห็นคือ แหล่งน้ำที่มีความน้ำใสมาก ๆ สมกับเป็นป่าต้นน้ำจริง ๆ สามารถลงไปดำผุดดำว่ายได้ นี่ขนาดฝนตก ๆ หยุด ๆ น้ำก็ยังใส ใสจนเห็นพื้นข้างล่าง เห็นปลาตัวน้อย ๆ ว่ายไปมากันอยู่เลย ซึ่งข้อดีข้อหนึ่งของสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจในครั้งนี้นั้น ทำให้นักท่องเที่ยวไม่ค่อยมี ไม่มีใครเล่นน้ำ น้ำจึงยิ่งใส สีฟ้าเขียวสวยอย่างภาพที่ผู้เขียนเก็บมาฝาก (ผู้เขียนก็ไม่รู้จะบรรยายภาพอย่างไร เอาเป็นว่า ให้ภาพเป็นตัวบอกเรื่องราวและความรู้สึกของผู้เขียนที่ได้ไปเห็นมานะ)

ป่ายางบริเวณหน้าที่ทำการ ป่าต้นน้ำ น้ำราด จ.สุราษฎร์ธานี (ที่มา: ผู้เขียน)ป่าต้นน้ำ น้ำราด จ.สุราษฎร์ธานี (ที่มา: ผู้เขียน)บริวณป่าต้นน้ำ น้ำราด จ.สุราษฎร์ธานี (ที่มา: ผู้เขียน)

บริเวณป่าต้นน้ำ น้ำราด จ.สุราษฎร์ธานี (ที่มา: ผู้เขียน)ภาพถ่ายใต้น้ำ ป่าต้นน้ำ บ้านน้ำราดเต็มอิ่มกับการชื่นชมทัศนียภาพของป่าต้นน้ำ ที่ยังคงความบริสุทธิ์และสวยงาม ความดีงามที่น่าชื่นชมเหล่านี้ ก็ต้องยกให้เป็นความดีของท้องถิ่นที่มีความเข้มแข็ง ร่วมมือร่วมใจกันรักษาสภาพแวดล้อมให้ยังคงมีความสวยงามได้ ซึ่งผู้เขียนเห็นว่า เจ้าหน้าที่ภาครัฐที่มีการดูแลบริหารจัดการพื้นที่ท่องเที่ยวในบางแห่งน่าจะเอาเป็นตัวอย่างสำหรับการจัดการในพื้นที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ บ้าง เมื่อผู้เขียนชื่นชมความงามของป่าต้นน้ำจนอิ่มใจแล้ว เมื่อเดินกลับออกมายังข้างนอก ผู้เขียนก็ไม่ลืมเก็บภาพแลนด์มาร์ก (Land Mark) ปูประจำถิ่นที่พบได้บริเวณป่าดังกล่าว (ผู้เขียนก็จำชื่อไม่ได้เหมือนกัน ต้องขออภัยไว้ด้วย) ที่ทางชุมชนจัดทำไว้เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปรวมถึงป้ายสถานที่ "ป่าต้นน้ำ น้ำราด มาแล้วนะ" ก็ต้องให้มีหลักฐานว่ามาถึงแล้วจริง ๆ

Land Mark ปูท้องถิ่น บริเวณทางออกป่าต้นน้ำ น้ำราด (ที่มา: ผู้เขียน)

ป้าย ป่าต้นน้ำ บ้านน้ำราด มาแล้วนะ (ที่มา: ผู้เขียน)

สุดท้ายนี้ ผู้เขียนขอบอกตรง ๆ ว่า ท่านใดที่มาสุราษฎร์ธานี้ นอกจากการล่องเรือชมทัศนียภาพภูเขาหินปูนในเขื่อนเชี่ยวหลาน แวะเช็คอินเขารูปหัวใจ (เขาเทพพิทักษ์) ลิ้มรสหอยใหญ่ ไข่แดง กันแล้ว ก็อย่าพลาดที่จะมาเช็คอิน ป่าต้นน้ำ บ้านน้ำราด ที่ ต.บ้านทำเนียบ อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี แห่งนี้ด้วย แล้วจะรำพึงกับตัวเองว่า คุ้มแล้วจริง ๆ ที่ได้มา

 

ที่มาภาพหน้าปกและภาพประกอบ: ถ่ายโดยผู้เขียน