ไหนครับ! ใครที่เป็นเยาวรุ่นอยู่ในยุคเก้าศูนย์ยกมือขึ้นหน่อย!?!  อ้า..า.. ใช่ครับนี่ก็เป็นคนหนึ่งที่โลดแล่นในโลกทีนเอจในยุคสมัยคลาสสิคนั้น ทีนี้เรื่องของผู้ชายมันจะมีอะไรบ้างที่มันเป็น Activities ที่ชอบมั่งล่ะ? อือฮึ! ในวัยกำดัดยังงั้นแน่นอนล่ะว่าเรื่องหญิงต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง ต่อมาก็จะเป็นเรื่องดื่ม กิน เที่ยว ที่มันจะสอดคล้องกันไปหมด แม้กระทั่งเรื่องกระทบกระทั่งกันตามประสาเด็กหนุ่มที่ฮอร์โมนมันพุ่งพล่าน และอีกอย่างที่มันจะขาดไม่ได้เลย ก็คือ ดนตรีและกีฬา ใครที่เล่นกีต้าร์ได้มันก็ได้เปรียบไปเลยก้าวหนึ่ง..ฮ่ะ ๆ ใยิ่งถ้าเป็นนักกีฬาอีกก็จะได้ใจนางไปอีกหนึ่ง โดยเฉพาะฟุตบอลที่มันเป็นกีฬาที่ขาดไม่ได้เลยในสายเลือดลูกผู้ชายนอกจากมวย ทั้งนี้วัยรุ่นยุค Gen Z ยุคสี่ห้าจีแบบนี้เทคโนโลยีมันไปไกล ดังนั้นใครที่ชอบทีมฟุตบอลทีมไหน หรือชอบนักฟุตบอลคนใดมันสามารถฟอลโล่ว์ได้แบบกระพริบตาเท่านั้น! ซึ่งต่างจากยุคโน้นเป็นอย่างมาก..ก..ก.ก!

Advertisement

Advertisement

Country football          1. ไม่ได้รู้สึกใดใด

              แรกเริ่มเดิมทีตั้งแต่เริ่มโตมาในยุคแปดศูนย์ก็เล่นฟุตบอลตามประสาเด็กบ้านนอกคนนึง แล้วก็สรวลเสเฮฮาตะลอนไปโน่นนี่นั่นเรื่อยเปื่อย ซึ่งช่องทีวีก็ยังมีไม่มากนักก็แค่สามห้าเจ็ดเแปดเก้าเท่านั้น ซึ่งก็จะดูแค่พวกการ์ตูน พวกละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ก็เท่านั้น นอกนั้นอยู่นอกบ้านอย่างเดียวเลย โดยเฉพาะที่โรงเรียนจะเป็นสถานที่นัดพบกันโดยอัตโนมัติอย่างเป็นที่รู้กัน เรียกว่าถ้าอยากเจอใครล่ะก็ไปที่นั่นเหอะเจอแน่นอน ส่วนเกมก็จะเป็นพวกนินเทนโด้และแฟมิลี่นั่นล่ะ จากนั้นส่วนมากก็จะเป็นออกเที่ยวตะลอนไปทั่วไม่ค่อยจะได้ดูรายการทีวีที่เกี่ยวกับฟุตบอล หรือถ่ายทอดสดซักเท่าไหร่อาจเป็นเพราะยังอยู่แค่ประถมด้วยกระมัง แต่พออัตราส่วนของร่างกายขยายตามวัยเข้าสู่วัยรุ่นยุคคลาสสิคเก้าศูนย์ก็เริ่มสนใจในสิ่งพวกนี้มากขึ้น เปล่งเปเล่ มาราโดน่งมาราโดน่าอะไรพวกนี้ก็เริ่มรับรู้ขาวสาร รวมถึงทีมฟุตบอลลีกต่าง ๆ โดยเฉพาะทีมจากเกาะอังกฤษที่มีการนำเสนอข่าวกันอย่างแพร่หลายเพราะเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากทำให้เริมรับรู้ข่าวสารมากขึ้น โดยเฉพาะกับนักฟุตบอลหนุ่มแน่นคนหนึ่งชาวฝรั่งเศสในลีกเอิงที่ข่าวมักนำเสนอว่ามีปัญหากับคนโน้นคนนี้อยู่บ่อยครั้งโดนแบนไปก็หลายนัดหลายคราเรียกว่ามีปัญหาตั้งแต่แฟนบอล นักเตะยันถึงผู้จัดการทีมฝ่ายตรงข้าม รวมถึงกรรมการผู้ตัดสินและแม้แต่แฟนบอล นักเตะ และผู้จัดการทีมฝ่ายเดียวกันอยู่เป็นนิจ แต่ก็ไม่ได้ติดตามฟุตบอลอย่างเป็นทางการซักเท่าใดนัก

Advertisement

Advertisement

Interesting          2. รู้สึกถึงความน่าสนใจ

Advertisement

Advertisement

              แต่ก็พอทราบว่ามีกุนซือจากลีกสก็อตแลนด์ที่นำทีมโนเนมอย่างอเบอร์ดีนปาดหน้าทีมยักษ์ใหญ่อย่างกลาสโกว์เรนเจอร์และกลาสโกว์เซลติกคว้าแชมป์ต่าง ๆ ภายในประเทศอย่างต่อเนื่องได้เข้ามาคุมทีมปิศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึกฟุตบอลดิวิชั่นหนึ่งอังกฤษในปี 1986 ที่กำลังย่ำแย่เต็มที จากนั้นในช่วงก้าวสู่ปี 1990 ก็ทราบข่าวว่านักเตะอารมณ์ศิลปินที่มีบุคลิกออกแนวแบดบอยชาวฝรั่งเศสคนเดียวกันนี้ย้ายมาเล่นที่ศึกดิวิชันหนึ่งอังกฤษและได้เซ็นสัญญากับสโมสรฟุตบอลลีดส์ ยูไนเต็ด แต่ก็ยังมีอารมณ์ศิลปินและมีความเป็นตัวของตัวเองสูงอยู่เหมือนเดิม โดยในสายตานั้นก็ไม่ได้เห็นว่านักเตะคนนี้จะเป็นภัยใดใดในเกมฟุตบอลหรอกนะ เพียงแค่เขาป้องกันสิทธิของตัวเองและมีความทุ่มเทอย่างมากก็เท่านั้น พอไม่นานนักก็เริ่มรู้สึกชอบในบุคลิกภาพความเป็นนักสู้ทุ่มเทและมีความเป็นผู้นำของนักเตะรายนี้มากขึ้น ๆ เรื่อย ๆ เมื่อเด็กหนุ่มแบดบอยในสายตาของใคร ๆ วัยเกือบเบญจเพสรายนี้สามารถพาทีมลีดส์ ยูไนเต็ดคว้าแชมป์ฟุตบอลดิวิชั่นหนึ่งอังกฤษ (เดิม) ปีสุดท้ายในฤดูกาล 1991- 92 (ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเป็นพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลต่อมาในปี 1992) ได้เป็นผลสำเร็จตบหน้าเหล่าบรรดานักวิจารณ์ปากดีทั้งหลายที่พร่ำพูดว่าลีดส์จะเสียเงินเปล่าเป็นการทุ่มทุนซื้อปัญหาเข้ามาสู่ทีม อื้อฮือ! ยังงั้นเลยเหรอเนี่ย!?! แล้วเป็นไง? มันน่าชื่นชมแค่ไหน? ที่เขาใช้ฝีเท้าตอบโต้กลับพวกคนเหล่านั้นได้อย่างชะงัด ทำให้ความสนใจต่อคนทั้งคู่เริ่มมีขึ้นมา เพราะทั้งสองคนมีลักษณะนิสัยและบุคลิกภาพที่คุ้นตาเหลือเกิน

Fan club           3. รู้สึกอยากติดตามในผลงาน

              จากนั้นความพยายามของเฟอร์กี้ (เซอร์) อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมปิศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถบรรลุผลคว้าตัวนักเตะรายนี้จากลีดส์มาได้หลังจากพยายามมาตั้งแต่ฤดูกาลที่ผ่านมาได้สำเร็จ ทำให้เอริค ดาเนียล ปิแยร์ คันโตน่า หรือก็องโต้ได้เข้ามาร่วมสังฆกรรมกับผู้จัดการทีมที่ต้องการเปลี่ยนแปลงบรรยากาศภายในทีมและในแนวรุกที่กำลังย่ำแย่โดยด่วน ครั้นเมื่อเห็นว่าทั้งสองคนที่ชื่นชมได้มาร่วมงานกันในทีมสโมสรเดียวกันจึงตัดสินใจเทใจขายวิญญาณให้กับทีมปิศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นับตั้งแต่บัดนั้นทันที! โดยไม่ได้สนใจในเกียรติยศส่วนตัวของนักเตะ ผู้จัดการทีม และทีมฟุตบอลทีมนี้แต่อย่างใด ซึ่งโลโก้ปิศาจสีแดงเนี่ยมันได้อารมณ์ชะมัดเลย โดยที่มีแต่คนวิพากษ์วิาจารณ์ในการตัดสินใจของเฟอร์กี้ในครั้งนี้เป็นอย่างมากที่ไปดึงนักเตะเจ้าปัญหาเข้ามาภายในทีมที่มีปัญหาอยู่แล้ว เหมือนกับว่าไปเพิ่มปัญหาให้มากขึ้นไปอีก แต่ทว่าเพียงแค่ฤดูกาลแรกเท่านั้ันทั้งคู่ก็ได้ร่วมมือร่วมใจกันนำความสำเร็จพาทีมคว้าแชมป์ดิวิชั่นสูงสุดแชมป์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกซึ่งเป็นชื่อลีกใหม่ในรอบกว่าสามสิบปีได้ในทันทีอย่างยิ่งใหญ่และก็องโต้ก็สามารถตบหน้านักวิจารณ์ได้อีกเป็นคำรบสองเมื่อคว้าสองแชมป์ลีกในสองชื่อลีกในสองฤดูกาลซ้อนเลยทีเดียวพลางกอบกู้เกียรติยศชื่อเสียงของตนเองกลับคืนมาได้อย่างน่าชื่นชม ซึ่งการตัดสินใจที่ติดตามคนทั้งคู่ตอบแทนมาด้วยความสุขและความภาคภูมิใจ ยิ่งเมื่อได้ค้นคว้าข้อมูลจนได้รู้ว่าทีมปิศาจแดงเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่และมีประวัติศาสตร์ในเกมฟุตบอลมายาวนาน จึงรู้สึกภาคภูมิใจกับการตัดสินใจเป็นอย่างยิ่งแนวแบบว่ามาถูกทางแล้วให้ตายเหอะโรบินส์สะใจเป็นบ้ายิ่งกว่าถูกหวยอีก ด้วยวัยที่เฟอร์กี้เท่าพ่อและก็องโต้เท่าพี่ชาย ยายเคยกระแนะกระแหนว่าทั้งสองคนนี้มันเป็นญาติผู้ใหญ๋มึงเหรอถึงได้ชื่นชมออกหน้าออกตาขนาดนั้น! แหม..ยาย..ไม่เข้าใจวัยสะรุ่นเอาซะเลยจริง ๆ พับผ่าสิ!

I';s you          4. รู้สึกโดนใจว่าเป็นคนที่ใช่

              หลังจากทั้งคู่พาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นที่ที่สองติดต่อกันแล้วก็เป็นไปในแนวโน้มทิศทางที่ดีที่จะลุ้นแชมป์เป็นปีที่สามติดต่อกัน แต่ทว่า..ในวันที่ 25 มกราคม ปี 1995 แมทช์ที่พบกับสโมสรคริสตัลพาเลซคันโตน่าฟีลหลุดเมื่อโดนใบแดงในเกมแถมยังโดนกองเชียร์ของเจ้าบ้านที่นิสัยแย่ตะโกนด่าว่าก็องโต้อย่างเสีย ๆ หาย ๆ กัปตันจึงฟีลขาดกระโดดเข้าถีบใส่เด็กหนุ่มวัยยี่สิบปีผู้ปากเสียทันทีพร้อมกับสาวหมัดรัว ๆ เข้าใส่ ซึ่งในงานแถลงข่าวภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นกลุ่มนักข่าวพากันมารอสัมภาษณ์ เอริค คันโตน่า โดยเขาได้เดินเข้ามานั่งที่โต๊ะแถลงก่อนจะหล่นวาทะศิลปินว่า "เมื่อนกนางนวลบินตามเรือประมง ก็เพราะพวกมันคิดว่าปลาซาร์ดีนจะถูกโยนลงมาในทะเล" เพียงเท่านี้ก็ลุกออกจากห้องไปสร้างความงุนงงให้กับกองทัพนักข่าวทั้งหลายที่ถูกก็องโต้กระแนะกระแหนเข้าโดยไม่รู้ตัวที่มาทำข่าวเขาหาประโยชน์จากตัวเขาในข่าวนี้นั่นเองเรียกว่าจัดจ้านทั้งบู๊และบุ๋น ซึ่งเหตุการณ์กังฟูคิกนี้ทำให้คันโตน่าโดนแบนห้ามลงสนามนานถึง 9 เดือนพร้อมกับบำเพ็ญประโยชน์อี120 ชม. และปรับอีก 10,000 ปอนด์ ส่วนกองเชียร์ปากเสียถูกปรับ 500 ปอนด์ จำคุก 7 วัน และห้ามเข้าสนามอีกเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งการหายไปทั้งฤดูกาลของก็องโต้ก็ส่งผลกระทบต่อฟอร์มของทีมปิศาจแดงที่กำลังมาดี ๆ ให้ช็อตตกวูบลงไปและพลาดแชมป์ในฤดูกาลนั้นในที่สุด ทั้งนี้ด้วยความมีอารมณ์ศิลปินและห่างหายจากเกมฟุตบอลไปนานนับปีคันโตน่าก็คิดที่จะเลิกเล่นฟุตบอลไปเลย แต่เฟอร์กูสันก็ได้โน้มน้าวเขาให้อยู่เล่นกับทึมต่อไปได้สำเร็จ ซึ่งนัดแรกของการกลับมานั้นก็องโต้ก็สามารถยิงจุดโทษให้กับทีมได้ในนัดที่เจอกับลิเว่อร์พูล แต่ทว่าฤดูกาลนั้นก็พลาดแชมป์ไปอย่างน่าเสียดาย..ย้ำ..น่าเสียดายจริง ๆ เพราะแค่เสมอกับเวสต์แฮมก็จะคว้าแชมป์แล้ว แต่กลายเป็นว่าทีมปิศาจแดงพ่ายแพ้ไปแต่ว่าทีมกุหลาบไฟแบล็คเปิร์นโรเว่อร์สมีชัยในเกมสุดท้ายของฤดูกาลจึงทำแต้มเฉือนชนะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปครองได้ด้วยรหัส SAS..Shutton and Shearer คืนนั้นดูถ่ายทอดสดอย่างรำคาญแอนดี้โคลเป็นอย่างมากที่ใช้โอกาสเปลืองอย่างสุด ๆ แต่ก็ยิงไม่ได้..นี่..ถ้าเปลี่ยนเป็นประตูซักลูกหนึ่งล่ะก็คว้าแชมปฺนั่นไปแล้ว อารมณ์หงุดหงิด เสียอารมณ์ เสียดาย ผิดหวัง มาหมด..พับผ่าซี่! แต่ยังไงก็ตามทีทั้งคู่ก็สามารถกลับมาคว้าแชมปได้อย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งในฤดูกาลถัดมาด้วยการเป็นดับเบิ้ลแชมป์เป็นที่สองติดต่อกันด้วยลูกกระโดดถอยหลังยิงบริเวณหน้ากรอบเขตโทษของคิงก็องโต้ดับฝันแฟนเดอะค็อบทั่วโลกอย่างยิ่งใหญ่! เป็นไงล่ะแบดบอยเหรอ? นี่มัน King Captain..ชัด ๆ !!

Sad          5. รู้สึกเหมือนขาดอะไรไปในชีวิต

              สองผู้ยิ่งใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลภายในทีมที่ดูแลกันดั่งพ่อลูกในแบบเคมีที่เข้ากันได้ดีเสมือนเป็นวัตถุธาตุชนิดเดียวกันได้นำทีมปิศาจแดงคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปได้ถึง 6 แชมป์ใน 7 ฤดูกาลและคว้าดับเบิ้ลแชมป์ถึงสองสมัยติดต่อกันขาดเพียงปีที่เอริค คันโตน่าโดนแบนเท่านั้น!  ส่วนอเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็ประสบความสำเร็จคว้าแชมป์มาอย่างนับไม่ถ้วนจนได้รับบรรดาศักดิ์เป็นท่านเซ่อร์ที่คว้ามาทั้งแชมป์พรีเมียร์ลีก 13 สมัย แชมป์เอฟเอ คัพ 5 สมัย คอมมิวนิตีชิลด์ 10 สมัย ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ 1 สมัย ยูฟ่า ซุปเปอร์ คัพ 1 สมัย อินเตอร์คอนติเนนทอล คัพ 1 สมัย และแชมป์ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ อีก 1 สมัยในเวลาต่อมา โดยหลังจบฤดูกาลที่ยิ่งใหญ่แล้วนั้น คันโตน่าก็ได้ออกมาประกาศแขวนสตั๊ดทำให้แฟนบอลทั่วโลกถึงกับช็อค ฮื่อ! ก็องโต้นะก็องโต้! ขนาดก่อนหน้านี้ที่ขาดเขาไป 9 เดือนจากการโดนแบนเล่นเอาดูบอลไม่สนุกไปเลยเพราะไม่เห็นลีลาแพรวพราวแบบคาดไม่ถึงจากเขาจากใครเลยจนแทบทนรอไม่ไหว แล้วจากนี้กลับจะไม่ได้เห็นลีลากัปตันเซเว่นในสนามอีกต่อไปก็คงทำใจลำบากไม่น้อยเพราะอารมณ์เชียร์ในความคาดหวังแห่งชัยชนะคงต้องลดลงไปไม่ใช่น้อย ๆ นับจากนี้ แต่ก็เคารพในการตัดสินใจของเขา ซึ่งจากนั้นคันโตน่าก็หันเหเข้าสู่วงการฟุตบอลชายหาดและวงการแสดงพร้อมทั้งคว้าเกียรติยศส่วนตัวจากวงการต่าง ๆ ในขณะที่อดีตคู่กรณีกังฟูคิกกลับอยู่อย่างยากลำบากเพราะถูกแฟนบอลโจมตีด่าว่าและโทรมาก่อกวนอยู่ตลอดโดยหนักสุดคือถูกขู่ฆ่าถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลายสิบปีแล้วก็ตาม ซึ่งมีเรื่องเม้าท์ภายในทีมว่าหลังจากเกมอัปยศนั้นเฟอร์กี้ก็ได้เข้ามาภายในห้องเพื่อเคลียร์กับลูกทีมในห้องแต่งตัวแล้วก็ขว้างปาข้าวของใส่บรดานักเตะในทีมและผรุสวาทอย่างเกรี้ยวกราดกับทุกคน แต่ครั้นพอคันโตน่าเดินเข้ามาภายในห้องเฟอร์กี้กลับลดความดังของเสียงลงและปรับโทนเสียงเป็นอ่อนนุ่มด้วยท่าทางที่เยือกเย็นลงอย่างทันทีพร้อมพูดว่า "คราวหน้านายอย่าทำแบบนี้อีกนะ" ฮ่ะ ๆ..เจ้าพ่อมาเฟียรึจะกล้าเล่นกะราชาแห่งลูกหนัง..บุรษดังแห่งโอลด์แทฟฟอร์ด..นี่มันต้นแบบของ Double Standard ชัด ๆ เลยนี่นา 55!!

Good role models           6. รู้สึกควรเอาเป็นแบบอย่าง

               ในคืนที่ก็องโต้ขึ้นรับรางวัลยูฟ่า เพรสซิเดนต์ส อวอร์ด ปี 2019 หรือรางวัลที่มอบให้กับบุคคลที่สร้างคุณงามความดีให้กับวงการฟุตบอลยุโรป เขาได้หล่นวาทะคารมแห่งศิลปินอีกครั้งว่า "คุณสามารถเปลี่ยนเมียเปลี่ยนพรรคการเมืองหรือเปลี่ยนศาสนาได้ แต่คุณจะไม่มีวันเปลี่ยนใจที่จะหันไปเชียร์ทีมบอลทีมอื่น..นอกจากทีมรักได้เป็นอันขาด!" นั่นหมายความว่าใจของก็องโต้ก็ยังคงมีแต่ทีมปิศาจแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และให้เกียรติมาโดยตลอดอย่างไม่มีวันเปลี่ยนแปลง มันช่างน่าชื่นใจและน่าชื่นชมเสียจริง ๆ ความรู้สึกคือเหมือนกันเลยกับความจงรักภักดีต่อสโมสรอันเป็นที่รักเพราะถึงแม้ความสำเร็จของทีมปิศาจแดงจะโบกมือบ๊ายบายเดินหนีห่างจากหน้าประตูของสโมสรไป หลังจากการวางมือของท่านเซ่อร์เฟอร์กี้ที่ได้วางรากฐานแห่งความสำเร็จมายาวนานเกือบสามทศวรรษ ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2013 เป็นต้นมากว่าแปดปีแล้วโดยที่ทีมปิศาจแดงไร้ถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกประดับตู้โชว์ของสโมสรมาโดยตลอดและไม่ว่าจะเปลี่ยนผู้จัดการทีมแห่งความหวัง (ลม ๆ แล้ง ๆ) มาหลายคนและยังไม่เจอกะคนที่ใช่ก็ตามที ก็จะยังยืนเคียงข้างสโมสรต่อไปอย่างภาคภูมิใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังและเชื่อว่าแฟนบอลที่ขายวิญญาณให้ปิศาจแดงก็เช่นเดียวกันที่จะพร้อมยืนอยู่เคียงข้างทีมเสมอและไม่มีวันที่จะลดความภาคภูมิใจเทิดทูนต่อสองราชาผู้ทรงอิทธิพลผู้เป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจที่นำความสำเร็จมาสู่ถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดอย่างมากมายเหลือคณานับ..อย่างเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันและคิงก็องโต้ เอริค คันโตน่า ลงไปแม้แต่นิดเดียว..

          ทั้งนี้ก็ภูมิใจมากที่ได้เกิดเป็นคนไทย..ได้เชียร์นักกีฬาทีมชาติไทย..โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการได้เป็นสาวกทีมปิศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ได้ติดตามและชื่นชมกับความสามารถและความสำเร็จด้วยความภาคภูมิใจ ชื่นชมและยินดีเป็นอย่างยิ่งกับสองตำนานแห่งสโมสรที่ทำให้อารมณ์ในการเชียร์ฟุตบอลนั้นเต็มไปด้วยสีสันและความสนุกสนานปรีดิ์เปรมกับความสำเร็จอันหอมหวานที่มีนัยแห่งการต่อสู้ด้วยหัวใจที่ไม่เคยยอมแพ้อันเป็นเอกลักษณ์ จนนำมาซึ่งความสำเร็จและควรเอาเป็นแบบอย่างเป็นอย่างยิ่งของสองไอด้อล..สองกู้ดโรลโมเดล..และสองแรงบันดาลใจ..ชัดเลย! โลกนี้มีสองด้านเสมอ..ไหน!?! .ใครว่าข้ามันนอกคอก..!!! ํYou're good role models & my heroes...Forever!

                                                                                                                                     โดย  นรชนไท

เครดิตภาพ

ภาพปก  โดย   DanishArtist จาก Pixabay

ภาพที่ 1  โดย sasint จาก Pixabay

ภาพที่ 2  โดย Pixel-Sepp จาก Pixabay

ภาพที่ 3  โดย Pexelsจาก Pixabay

ภาพที่ 4  โดย Scozzy จาก Pixabay

ภาพที่ 5  โดย StockSnap จาก Pixabay

ภาพที่ 6  โดย geralt จาก Pixabay