เป็นเวลามากกว่า 20 ปีแล้วที่โลกของเราจบสงครามเย็นด้วยชัยชนะของโลกเสรีและสหรัฐ แต่ในปัจจุบัน โลกของเรามีความตึงเครียดระหว่างสองยักษ์ใหญ่มหาอำนาจ นั่นคือสหรัฐและจีน ทั้งสองมีการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจ ดังเช่นสงครามการค้าในปีที่ผ่านมา มีการชิงไหวพริบทางด้านการทูต หาพวกพ้องต่อต้านอีกฝ่ายบนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เสมือนเกิดสงครามเย็นรอบใหม่ และการสะสมอาวุธชนิดต่าง ๆ ดังเช่นอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นทั้งอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูง (Weapon of mass destruction) และอาวุธที่เพิ่มอำนาจการต่อรองอีกด้วย

ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีนอาวุธนิวเคลียร์นอกจากจะสร้างความเสียหายในจุดศูนย์กลางของการระเบิดแล้ว ผู้คนจะเสียชีวิตจากคลื่นกระแทกที่มีความเร็วเหนือเสียง รังสีความร้อนจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ และกัมมันตภาพรังสีจากระเบิดนิวเคลียร์เป็นวงกว้าง แต่นอกจากความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินโดยตรงแล้ว อาวุธนิวเคลียร์ยังทำลายชั้นโอโซน ทำให้รังสีจากดวงอาทิตย์มีอันตรายมากยิ่งขึ้น

Advertisement

Advertisement

ฝุ่นผงจากระเบิดนิวเคลียร์

นอกจากผลกระทบที่กล่าวมาแล้ว ในสงครามเย็น หากชาติมหาอำนาจชาติใดชาติหนึ่งเริ่มมีการใช้อาวุธนิวเคลียร์ มหาอำนาจอีกฝั่งย่อมไม่ปล่อยให้ใช้อยู่ฝั่งเดียวแน่นอน จะมีการโต้ตอบด้วยอาวุธนิวเคลียร์เกิดขึ้น นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่าหากอาวุธนิวเคลียร์ถูกใช้ในปริมาณมาก จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ นิวเคลียร์ฤดูหนาว (Nuclear Winter)

นิวเคลียร์ฤดูหนาวคือปรากฏการณ์ของฝุ่นผงจำนวนมากจากการระเบิดของอาวุธนิวเคลียร์ ลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศ ฝุ่นผงเหล่านี้จะบดบังแสงแดดทำให้อุณหภูมิผิวโลกเย็นลง ส่งผลให้ระบบนิเวศเสียหาย วัฏจักรน้ำเปลี่ยน ปริมาณน้ำฝนลดลงอย่างมาก พืชจะสังเคราะห์แสงไม่ได้ หรือพืชที่อยู่รอดจะปนเปื้อนฝุ่นกัมมันตรังสี ปริมาณชั้นโอโซนลดลง

Advertisement

Advertisement

ความแห้งแล้งที่จะเกิดขึ้นกรณีที่ระเบิดนิวเคลียร์ในโลกถูกใช้ทั้งหมด อุณหภูมิที่พื้นผิวโลกโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ -7 ถึง -8 °C ฝุ่นผงจากอาวุธนิวเคลียร์ จะเริ่มสลายลงภายใน 3 ปี เราจะเริ่มเห็นแสงแดดจากดวงอาทิตย์ และใช้เวลาเกือบ 10 ปี ในการตกลงมาจากชั้นบรรยากาศทั้งหมด ประเทศต่าง ๆ อาจจะเกิดสงครามแย่งชิงอาหารกัน

แน่นอนว่าไม่มีใครอยากให้เกิดนิวเคลียร์ฤดูหนาวบนโลกของเราอย่างแน่นอน อาวุธนิวเคลียร์ไม่ได้สร้างความเสียหายแค่ทั้งสองฝ่าย แต่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง และอาจจะมาซึ่งจุดจบของมวลมนุษยชาติ


ขอบคุณภาพประกอบจาก: ภาพปกภาพที่1, ภาพที่2, ภาพที่3