เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้เขียน เขียนขึ้นตามคำบอกเล่าของพระธุดงค์รูปหนึ่ง ซึ่งข้าพเจ้าไม่ได้แต่งเติมจินตนาการส่วนตัวใดๆ ลงไปทั้งสิน และข้าพเจ้าขอชี้แจ้งให้ผู้อ่านเข้าใจก่อนว่า การเห็นนิมิตคือการทำสมาธิจนสามารถเห็นภาพต่างๆ ซึ่งภาพที่เห็นนั้นผู้ที่นิมิตเองก็ไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะเห็นออกมาในรูปแบบใด  โดยจิตจะเป็นตัวกำหนดและสื่อสารให้ผู้ที่นิมิตได้รับรู้ในรูปแบบนั้นๆ  ซึ่งก็อาจจะไม่เป็นไปเหมือนกับสิ่งที่ผู้อ่านได้รับรู้มา ดังนั้นผู้เขียนจึงอยากเสนอว่า ขอให้บทความนี้เป็นเพียงการนำเสนอในอีกมุมหนึ่ง ที่ได้ถูกถ่ายทอดมาจากประสบการณ์ของผู้ที่เจริญสมาธิจนเกิดนิมิต มิได้ตั้งใจจะเบี่ยงเบนความเชื่อที่มีมาแต่โบราณแต่อย่างใด

Advertisement

Advertisement

sizes="100vw" data-srcset="https://trueid-slsapp-storage-prod.s3-ap-southeast-1.amazonaws.com/partner_files/trueidintrend/34797/cave-1314790_640.jpg?w=480 480w, https://trueid-slsapp-storage-prod.s3-ap-southeast-1.amazonaws.com/partner_files/trueidintrend/34797/cave-1314790_640.jpg?w=640 640w, https://trueid-slsapp-storage-prod.s3-ap-southeast-1.amazonaws.com/partner_files/trueidintrend/34797/cave-1314790_640.jpg?w=1200 1200w, https://trueid-slsapp-storage-prod.s3-ap-southeast-1.amazonaws.com/partner_files/trueidintrend/34797/cave-1314790_640.jpg?w=1600 1600w" alt="https://trueid-intrend.imgix.net/files/styles/body_image_480w/public/inline-images/cave-1314790_640.jpg?itok=ivgCCqEG?&auto=compress"

Advertisement

Advertisement

/>                                                                    ที่มาภาพจาก https://pixabay.com/th/photos

เรื่องมีอยู่ว่าพระธุดงค์รูปหนึ่งได้เดินธุดงค์ไปจนถึงถ้ำแห่งหนึ่งในจังหวัดเลย  เมื่อไปถึงพระธุดงค์ยังไม่รู้ว่าที่ตรงนั้นมีถ้ำอยู่  เห็นแค่เพียงว่าโดยรอบเป็นป่าไม่มีบ้านคนอยู่เลย ท่านมองไปเห็นโขดหินอยู่ใต้ต้นไม้ จึงปักกรดที่ใต้ต้นไม้นั้นเพราะเย็นมากแล้ว  ในคืนแรกท่านเริ่มนั่งสมาธิตั้งแต่หัวค่ำ จนดึกท่านนิมิตว่า มีเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งมานั่งไว้ท่านอยู่หน้ากรด ท่านจึงเปล่งว่าจาถามไปว่า “เธอเป็นใคร มาทำอะไร”

เด็กหนุ่มคนนั้นได้ตอบไปว่า “ผมถูกเพื่อนฆ่าตายที่นี่ครับ แล้วถูกนำศพไปทิ้งไว้ในถ้ำ เอาขึ้นมาไม่ได้”

พระธุดงค์ถามกลับไปว่า “แล้วโดนฆ่าตายได้อย่างไร”

Advertisement

Advertisement

เด็กหนุ่มได้ตอบว่า “พ่อให้เงินมาซื้อมอเตอร์ไซค์ สามหมื่นบาท เพื่อนรู้จึงหลอกมาฆ่าครับ”

พระธุดงค์จึงตามต่อไปว่า “แล้วจะให้เราช่วยอย่างไร”

เด็กหนุ่มจึงตอบว่า “ผมหนาว และหิวครับ”

จากนั้นนิมิตก็หายไป พระธุดงค์ออกจากสมาธิในตอนเช้ามืดและได้สวดมนต์แผ่เมตตาให้กับดวงวิญญาณที่มาปรากฏให้เห็น ด้วยความที่ท่านธุดงค์มานานจึงทำให้ท่านไม่รู้สึกกลัวภูตผีแต่อย่างใด กลับอยากช่วยดวงวิญญาณเหล่านั้นเพื่อสร้างกุศลมากกว่า  ในตอนเช้าพระธุดงค์ได้ออกบิณฑบาต ในหมู่บ้านที่อยู่ห่างออกไปประมาณกิโลกว่าๆ  

พระธุดงค์ได้ถามชายแก่คนหนึ่งที่มาใส่บาตรว่า “โยมพอรู้บ้างไหมว่าที่บนเขามีถ้ำหรือป่าว เมื่อคืนอาตมานิมิตว่ามีเด็กวัยรุ่นมาบอกว่าถูกฆ่าตายและทิ้งศพไว้ในถ้ำ”

เมื่อชายแก่ได้ยินดังนั้นจึงตกใจ ว่าทำไมพระธุดงค์ถึงรู้เรื่องว่ามีเด็กวัยรุ่นถูกฆ่าตาย จึงได้ถามกลับว่า “ท่านมาจากไหนหรือครับ ทำไมถึงรูปเรื่องที่ เจ้าเก่งลูกของผู้ใหญ่สนถูกฆ่าตายได้”

พระธุดงค์จึงตอบว่า “อาตมาธุดงค์มาจากกรุงเทพ เมื่อคืนมานั่งปักกรดแล้วเห็นนิมิต  แต่อาตมาไม่เห็นว่ามีถ้ำแถวนั้น”

ชายแก่จึงบอกว่า “มีถ้ำอยู่ตีนเขาครับ  แต่มันคงมีต้นไม้ขึ้นรถจนปิดทางเข้าทำให้ท่านมองไม่เห็น”

พระธุดงค์จึงบอกว่า “ถ้าอย่างนั้นลุงช่วยพาอาตมาไปหาผู้ใหญ่สนพ่อของเด็กหนุ่มคนนั้นหน่อยได้ไหม”

https://trueid-intrend.imgix.net/files/styles/body_image_480w/public/inline-images/spooky-776694_640.jpg?itok=_WGT790G?&auto=compress                                                                       ที่มาภาพจาก https://pixabay.com/th/photos

จากนั้นชายแก่ก็พาพระธุดงค์ไปพบผู้ใหญ่สนและเล่าเรื่องราวให้ฟัง  ผู้ใหญ่สนได้ยินที่พระธุดงค์เล่าก็ตกใจว่าพี่พระธุดงค์เล่ามาเป็นจริงทุกประการณ์ ผู้ใหญ่สนจึงพาพระธุดงค์ไปดูที่ถ้ำ ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากตรงที่พระธุดงค์ปักกรดนัก ที่ปากถ้ำก็มีต้นไม้ปกคลุมรกตามที่ชายแก่บอก เมื่อเข้าไปในถ้ำ  พระธุดงค์ก็เข้าใจว่าเพราะอะไรถึงไม่สามารถเอาศพเด็กหนุ่มขึ้นมาได้ นั่นก็เพราะถ้ำแห่งนี้ลึกลงไปในแนวดิ่งหลายสิบเมตร และแคบเกินกว่าที่จะลงไปเอาซากศพขึ้นมาได้  จากนั้นพระธุดงค์จึงให้ผู้ใหญ่สนเตรียมอาหารคาวหวานมาทำพิธีสวดให้ดวงวิญญาณ  และภาวนาให้ดวงวิญญาณไปสู่สุคติ

ในวันนั้นหลังจากสวดมนต์เย็นเสร็จ พระธุดงค์ก็เข้านั่งสมาธิในกรด  เมื่อท่านทำสมาธิได้สักพักก็นิมิตเห็น ชายที่มีผิวสีเข้ม ร่างใหญ่มีขนเต็มตัว และนัยน์ตาสีแดง มานั่งพนมมืออยู่หน้ากรด

พระธุดงค์ได้ถามไปว่า “ท่านเป็นใคร ต้องการให้เราช่วยสิ่งใด”

ชายคนนั้นได้ตอบว่า “เราคือพญานาค”

พระธุดงค์ได้ถามต่อว่า “ท่านนี่หรือคือพญานาค  ที่อาตมารู้พญานาคไม่ดีรูปร่างแบบนี้ อาตมาเคยเห็นแต่พญานาคที่ลำตัวยาวๆ”

ชายคนนั้นจึงได้ตอบว่า “พญานาคที่ท่านรู้จักเป็นเพียงแค่ปูนปั้นตามจินตนาการ  จริงๆ แล้วพวกเราเป็นเผ่าหนึ่งที่มีรูปร่างแบบที่ท่านเห็น”

พระธุดงค์จึงถามต่อไปว่า “ถ้าเป็นเช่นนั้น ท่านอยากให้อาตมาช่วยอะไร จึงได้มานิมิตให้เห็น”

ชายคนนั้นจึงตอบว่า “ข้าเพียงอยากต้องการพาท่านไปดูในถ้ำของพวกเรา  เพราะครั้งหนึ่งท่านก็เคยเป็นพญานาคเหมือนพวกเรา”

พระธุดงค์จึงใจจิตตามชายที่บอกว่าตนเป็นพญานาคเข้าไปในถ้ำ  จะคนอีกสี่คนที่มีรูปร่างเหมือนกัน ชายคนนั้นได้บอกกับพระธุดงค์ว่า “นี่คือพวกเราเหล่าพญานาคที่เฝ้าอยู่ในถ้ำนี้ และในถ้ำมีทองอยู่ซึ่งไม่สามารถให้ใครเอาออกมาได้”

ชายคนนั้นชี้ให้พระธุดงค์เข้าไปที่ด้านในก็เห็นเป็นทองสีเหลืองอร่าม  เมื่อพระธุดงค์เห็นดังนั้นก็ยกมือพนมสาธุและให้พรแก่เหล่าพญานาคทั้งหลาย และพูดว่า “ถ้าอย่างนั้น อาตมาขอให้พรและบำเพ็ญบุญให้พวกท่านทั้งหลาย และจงคุ้มครองอาตมาให้พ้นจากอันตรายต่างๆ ขณะที่อาตมาปักกรดอยู่ที่นี่”

https://trueid-intrend.imgix.net/files/styles/body_image_480w/public/inline-images/dark-615606_640_0.jpg?itok=ZrrJOfRd?&auto=compress                                                                 ที่มาภาพจาก https://pixabay.com/th/photos

จากนั้นพระธุดงค์ก็ได้ออกจากสมาธิ เมื่อลืมตาขึ้นมาก็เป็นเวลาเช้าพอดี จึงได้ออกไปบิณฑบาต  พระธุดงค์ปักกรดอยู่ที่นั่นเป็นเวลาสองสัปดาห์  เมื่อชาวบ้านรู้ข่าวเกี่ยวกับการเห็นนิมิตของพระธุดงค์จึงพากันมาขอเลขเสี่ยงโชค  ซึ่งพระธุดงค์ก็ได้เผลอให้ไปโดยความบังเอิญ และปรากฏว่าชาวบ้านถูกหวยกันทั้งหมู่บ้าน ยิ่งทำให้ชาวบ้านมารบกวนการปฏิบัติของท่านอยู่เป็นประจำ ท่านรู้สึกว่าที่นั่นเริ่มไม่สงบแล้วจึงออกเดินทางย้ายไปธุดงค์ที่อื่นและไม่เคยกลับไปที่แห่งนั้นอีกเลย