ในวันนี้ “นายรอบรู้” ขอนำคุณไปสัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวแห่งตำนานรักตราตรึงใจหลากหลายรูปแบบ พร้อมเรื่องเล่ามากมาย ทั้งสุข เศร้า เหงา และเคล้าน้ำตา


วัดไชยวัฒนาราม “สุสานรักต้องห้าม”

วัดไชยวัฒนาราม ตั้งอยู่นอกเกาะเมือง ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จ. พระนครศรีอยุธยา เป็นสถานที่ฝังพระศพของเจ้าฟ้ากุ้ง (สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนเสนาพิทักษ์ หรือเจ้าฟ้าธรรมธิเบศรไชยเชษฐสุริวงศ์) พร้อมด้วยเจ้าฟ้านิ่ม (เจ้าฟ้าสังวาลย์) เจ้าฟ้ากุ้งทรงเป็นพระราชโอรสของสมเด็จพระบรมโกศ(สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3) ส่วนเจ้าฟ้านิ่มเป็นพระมเหสีองค์หนึ่งของสมเด็จพระบรมโกศ

วัดไชยวัฒนาราม

ทั้งสองพระองค์สิ้นพระชนม์ด้วยเจ้าสามกรม (พระอนุชาต่างพระมารดา 3 พระองค์) ซึ่งไม่ทรงถูกกันเลยกับเจ้าฟ้ากุ้ง ไปกราบทูลสมเด็จพระบรมโกศว่า เจ้าฟ้ากุ้งลักลอบเป็นชู้กับเจ้าฟ้านิ่ม สมเด็จพระบรมโกศจึงถอดเจ้าฟ้ากุ้งลงเป็นไพร่แล้วลงอาญาเฆี่ยนด้วยหวายและเอาเหล็กเผาไฟนาบพระนลาภ (หน้าผาก) จนสิ้นพระชนม์คาหลักเฆี่ยน ส่วนเจ้าฟ้านิ่มถูกลงอาญาเฆี่ยนเช่นเดียวกันแล้วนำไปจองจำอยู่ได้เพียงสามวันก็สิ้นพระชนม์ตามไป ก่อนนำพระศพทั้งสองพระองค์มาฝังไว้ที่วัดแห่งนี้


พระราชวังบางปะอิน   “อนุสรณ์แห่งรักและอาลัย”

พระราชวังบางปะอิน

ภายในพระราชวังบางปะอิน จ. พระนครศรีอยุธยา มีอนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ หรืออนุสาวรีย์พระนางเรือล่มตั้งอยู่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็นอนุสรณ์แห่งความรัก เนื่องจากการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระอัครมเหสี จากอุบัติเหตุเรือพระที่นั่งล่มในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหน้าวัดท่าสวน ต. บางพูด อ. ปากเกร็ด จ. นนทบุรี เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2423 ขณะเสด็จพระราชดำเนินมายังพระราชวังบางปะอิน โดยมีจารึกคำอาลัยทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งทรงพระราชนิพนธ์ด้วยพระองค์เองอยู่บนแผ่นหินรอบอนุสาวรีย์


อนุสาวรีย์ย่าเหล  “จงรักและภักดี”

ย่าเหล สุนัขทรงเลี้ยงของรัชกาลที่ 6 ที่ทรงรับสั่งให้ข้าราชบริพารขอมาจากหลวงไชยราษฎร์รักษา เพราะทรงพอพระราชหฤทัยในท่าทีที่เข้ามาประจบประแจงของเจ้าสุนัขตัวนี้ ขณะเสด็จมาตรวจราชการที่เรือนจำ จ. นครปฐม เมื่อย่าเหลเข้ามาอยู่ในวังก็มีมหาดเล็กคอยดูแลอย่างดี และนำเข้าเฝ้าฯ ทุกเช้า ย่าเหลจะนอนอยู่แทบพระบาทและตามเสด็จอย่างใกล้ชิด

อนุสาวรีย์ย่าเหล

เมื่อเห็นสิ่งผิดปกติ ตามสัญชาตญาณของหมา ย่าเหลจะตรงเข้ากัดทันที ด้วยความที่ย่าเหลเป็นสุนัขแสนรู้ เฉลียวฉลาดและกตัญญูจงรักภักดี พระองค์จึงทำแผ่นทองคำลงยาว่า “ฉันชื่อย่าเหล ฉันเป็นหมาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ห้อยคอย่าเหลไว้ เพื่อเวลาไปเที่ยวไหนจะได้ไม่เป็นอันตราย จนมีคนอิจฉาริษยาที่ทรงยกย่องหมาให้ดีกว่าคน

วันหนึ่งมีผู้พบศพย่าเหลถูกยิงตายใต้ต้นก้ามปูหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม พระองค์ทรงเศร้าพระทัยมาก จึงโปรดให้สร้าง อนุสาวรีย์ย่าเหล ตั้งตระหง่านไว้หน้าพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ ในพระราชวังสนามจันทร์ จ. นครปฐม เป็นตำนานของสุนัขผู้จงรักภักดีต่อกษัตริย์ไทยให้สืบสานเป็นเรื่องเล่าต่อไป


อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน “วีรกรรมรักชาติยิ่งชีพ”

อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน

อนุสาวรีย์แห่งนี้อยู่ที่ อ. ค่ายบางระจัน จ. สิงห์บุรี สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ชาวบ้านบางระจันโดยมีหัวหน้าทั้ง 11 คน (นายทองแสงใหญ่ นายอิน นายเมือง นายทองแก้ว นายโชติ นายแท่น นายทองเหม็น นายดอก นายจัน พันเรือง และขุนสรรค์) เป็นแกนนำรวมพลังต่อสู้กับกองทัพพม่า เมื่อราว พ.ศ. 2308 ซึ่งพม่าต้องยกทัพเข้าตีหมู่บ้านนี้ถึง 8 ครั้ง กินเวลานานถึง 5 เดือน จึงเอาชนะได้

จึงนับเป็นเหตุการณ์ความกล้าหาญและเสียสละของวีรชนไทยที่บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์และผืนแผ่นดินไทยแห่งนี้ ให้อนุชนรุ่นหลังได้ระลึกถึงความรักชาติบ้านเมืองและกลายเป็นตำนานเล่าขานกันจนถึงปัจจุบัน


ศาลเจ้าพ่อพันท้ายนรสิงห์  “วีรบุรุษรักษาไว้ซึ่งกฏมณเฑียรบาล”

ศาลเจ้าพ่อพันท้ายนรสิงห์

ผ่านเลยมาแถวสมุทรสาคร ก็มีอีกตำนานให้เล่าขานถึงชายชาติทหารผู้รักในกฎของชาติบ้านเมือง ศาลเจ้าพ่อพันท้ายนรสิงห์ ตั้งอยู่บริเวณคลองโคกขาม จ. สมุทรสาคร สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่พันท้ายนรสิงห์ ทหารผู้ถือท้ายเรือพระที่นั่งเอกชัยขณะสมเด็จพระเจ้าเสือประพาสทรงเบ็ด ณ ปากน้ำเมืองสมุทรสาคร ในปี พ.ศ. 2249 แต่เมื่อถึงคลองโคกขามซึ่งคดเคี้ยวมาก โขนเรือพระที่นั่งจึงกระทบกับกิ่งไม้ใหญ่หักตกลงน้ำ

พันท้ายนรสิงห์จึงกราบทูลให้ตัดศรีษะตนตามกฏมณเฑียรบาล แต่สมเด็จพระเจ้าเสือทรงพระกรุณาอภัยโทษ แต่พันท้ายนรสิงห์ไม่ยอม แม้พระเจ้าเสือจะตรัสวิงวอนเป็นหลายครั้ง สุดท้ายพระองค์จึงทรงดำรัสสั่งประหารชีวิตพันท้ายนรสิงห์ แล้วสั่งให้ทำศาลขึ้นสูงเพียงตา พร้อมกับนำศรีษะของพันท้ายนรสิงห์กับโขนเรือพระที่นั่งที่หักขึ้นพลีกรรมไว้ด้วยกัน


ศาลแม่นาคพระโขนง  “ตำนานรักผัวขนหัวลุก”

ล่องเรือเล่นมาหาตำนานรักริมคลองพระโขนงกันหน่อย ศาลแม่นาคพระโขนง ตั้งอยู่ที่วัดมหาบุศย์ เขตสวนหลวง ย่านพระโขนง อีกตำนานรักสุดฮี้ยนที่มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่า

ศาลแม่นาคพระโขนง

แม่นาคกับทิดมากเป็นคู่ผัวตัวเมียที่รักกันมาก มีเรือนหลังเล็กๆ อยู่ริมคลองวัดมหาบุศย์ ขณะที่ทิดมากถูกเรียกไปเกณฑ์ทหาร แม่นาคได้คลอดลูกตายหรือตายทั้งกลม ด้วยความที่เป็นหญิงที่รักผัวแม้ตัวตายไปแล้ว ก็ไม่ยอมไปผุดไปเกิด เฝ้ารอวันที่ผัวจะกลับมา เมื่อทิดมากกลับมาก็ใช้ชีวิตแบบปกติจนชาวบ้านแอบมาบอกว่าแม่นาคตายไปแล้ว ทิดมากจึงหนีไปอยู่ที่วัดมหาบุศย์ แม่นาคจึงเฮี้ยนหนักและออกอาละวาดไปทั่ว

แต่สุดท้ายแม่นาคก็สิ้นฤทธิ์และยอมไปผุดไปเกิด จากเทศนาของสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี แห่งวัดระฆังโฆสิตารามวรวิหาร ย่านฝั่งธนบุรี ตรงข้ามกับท่าช้างวังหลัง แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร


สะพานสารสิน  “โศกนาฏกรรมรักต่างชนชั้น”

ลงใต้ไปถึงภูเก็ตก็มีสถานที่ที่ถือเป็นตำนานความรักอีกแห่งหนึ่งคือ สะพานสารสิน ซึ่งเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศในตำนานสะพานรักสารสิน โศกนาฎกรรมที่เกิดขึ้นจริงเมื่อ พ.ศ. 2516 เรื่องราวความรักของหญิงสาวนักศึกษาวิทยาลัยครูกับชายหนุ่มอาชีพขับรถสองแถว ที่ถูกกีดกันจากพ่อของฝ่ายหญิงเพราะฐานะทางสังคมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

สะพานสารสิน

ในที่สุดทั้งสองได้ตัดสินใจจบเรื่องราวความรักนี้ด้วยการเอาผ้าขาวม้าผูกมัดตัวติดกันแล้วกระโดดจากสะพานสารสินลงสู่พื้นน้ำ เพื่อให้รักของเขาและเธอได้สมหวัง ทิ้งไว้แต่เรื่องราวความรักให้ผู้คนได้กล่าวขานกันจนถึงทุกวันนี้