ทำไมป่วยตลอดรักษาไม่หาย หาสาเหตุไม่เจอ
ลองอ่านดีๆน่ะ แทบทุกคนตกอยู่ในสถานการณ์นี้.....

ความตายเคยไหมที่เราป่วยตลอดรักษาอย่างไรก็ไม่หาย หรือตรวจไม่พบสาเหตุ ทรมานเช่นนี้มาตลอด  เรามาลองศึกษาหาสาเหตุที่แท้จริงกัน...ซึ่งผู้เขียนค้นพบจากประสบการณ์ตัวเอง 

วันนี้ไปโรงพยาบาล ในขณะที่รอคิวหมอตรวจ จิตนิ่งๆ ปรากฎว่าเห็น เจ้ากรรมของคนไข้เต็มไปหมดเลย มองรอบๆ เห็นปะปนระหว่างผู้ป่วยกับเจ้ากรรม พวกเค้ารับสัมผัสได้ 

ผ้เขียน:  เลยสนทนากับพวกเค้า ถามว่า พวกท่านมาอยู่แบบนี้ ไม่ทุกข์ ลำบากหรือ 

เจ้ากรรม:  มาดู มาจองเวรพวกมันที่เคยทำข้า มันจึงต้องเจ็บปวด แบบข้า 

ผู้เขียน:  ดูเถิดพวกเค้ารู้หรือ เค้ารู้เพียงว่าเค้าเจ็บป่วย เค้ามารักษามิได้มีจิตคิดมาถึงพวกท่านหรือสำนึกความผิดใดๆที่ทำกับท่านเลย มันคืออดีตชาติ พวกเค้าจำมันไม่ได้แล้ว

Advertisement

Advertisement

เจ้ากรรม:  แต่มันก็เจ็บป่วยทุกข์ทรมาน 

ผู้เขียน:  แล้วท่านละ มิได้จมอยู่กับกองทุกข์ ความเกลียดชัง ความโกรธแค้น จิตอาฆาตพยาบาทอยู่แบบนี้ แทนที่จะได้ไปสู่วัฎจักรข้างหน้าที่ดีกว่า  ดูเถิดตอนนี้ใครทำให้ท่านทุกข์กันแน่ ตัวท่านหรือลูกกรรม เพราะอย่างไร กรรมก็ต้องชดใข้แม้ไม่มีผู้ร้องเรียนก็ตามอยู่แล้ว 

เจ้ากรรม:  แต่ข้าก็รู้สึกสะใจที่ทำให้มันเจ็บแบบที่ข้าเจ็บ 

ผู้เขียน:  ท่านรู้สึกฝ่ายเดียวพวกเค้าไม่รู้เรื่องด้วย รับก็แต่ความเจ็บป่วยของสังขาร  ตัวท่านก็เหมือนกับมารับรู้ดูความทรมานของผู้อื่น อยู่แบบนี้ จิตก็จมทุกข์โดยท่านเอามาผูกเอง ข้าพูดเตือนก็เพราะบังเอิญเห็น ถิอว่าเมื่อพบ ก็คือวาสนาต่อกัน ส่วนจะแก้ไขหรือไม่ก็แล้วแต่พวกท่านนะ 

ภาพโรงพยาบาลจากนั้นผู้เขียนก็หันไปเห็นเจ้าที่ที่นี่ ท่านได้เมตตาเข้ามาสนทนาด้วย 

เจ้าที่:  เมื่อก่อนข้าเคยคิดว่า ทำไม ข้ามีบุญได้เป็นเจ้าที่ ก็ยังได้แค่เฝ้าสถานที่ที่ผู้คนเจ็บป่วย เกิดตาย ทุกข์ทรมาน เห็นแต่สภาพแบบนี้ ทำไมไม่ได้ไปอยู่ในที่ที่ดีๆแบบเจ้าที่ที่อื่นบ้าง วันๆเสวยแต่สุข ลาภสักการะ แต่มาตอนนี้เข้ารู้แล้วว่า มันคือส่วนหนึ่งของการต้องรับโทษ จากการเคยปกครองที่ไม่ถูกต้อง จึงต้องมาดูแลในที่ที่มีสภาวะลำบาก แต่หารู้ไม่ว่า มันคือที่ที่ข้าสามารถสร้างบุญบารมีได้มากมาย มหาศาล ดีกว่าพวกที่นั่งรับแต่ลาภสักการะ จิตพวกข้า ค่อยๆปรับให้เข้าใจโลกธรรมมากขึ้น เห็นสภาวะกฎของไตรลักษณ์ของธรรมชาติอย่างแจ่มแจ้ง โดยไม่ต้องไปขนขวายหาดูที่ไหนเลย และ ก็สามารถช่วยเหลือสร้างบุญได้ถูกต้องชัดเจนยิ่งขึ้นและทำได้ตลอดเวลา โดยไม่ก้าวก่ายธรรมชาติของกฎแห่งกรรม ข้ามาขอบคุณที่ชี้แนะ และให้ตระหนักถึงการสวดมนต์ ในบทอิติปิโสว่ามีพุทธคุณขนาดไหน

Advertisement

Advertisement

ผู้เขียน:  มิน่าหนูเห็นหมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ ดูสดใส จิตร่าเริง เต็มใจให้บริการขมักขเม้นกันมาก แม้แต่พลังบรรยายกาศ สถานที่ก็ดูสว่าง มีพลังป้อนให้ผู้มารักษามากขึ้น ดีใจด้วย เจ้าค่ะ

มองเข้าไปยังหมอในห้องตรวจ หมอส่วนหญ่ จะมีเทวดาคอยคุ้มครอง ปกป้องให้เค้ามีกำลัง มีสติปัญญาการรักษาในการวินิจฉัยโรคดีขึ้น แต่มีเทวดาไม่เท่ากัน บ้างคนก็มี 2 องค์ที่มาร่วมบุญด้วย บ้างคนก็แค่องค์เดียว แต่ที่แน่ๆหมอประจำผู้เขียน เค้าดูสดชื่นแจ่มใสขึ้นแม้ออายุเกินเกษียณมาแล้วปีแล้วก็ตามไม่เหมือนมาหาตอนแรกๆ แทบจะกินเราเลย 5555

ภาพโรงพยาบาล

ผู้เขียน พอได้คิวรักษาแล้ว ตอนจะกลับ เจ้ากรรมบ้างคน 

เจ้ากรรม: ถามว่า เค้าควรทำอย่างไรที่จะหลุดพ้นจากบ่วงกรรมนี้  

ผู้เขียน:  อย่างที่บอกแหละค่ะว่าอะไรที่รั้งผูกพวกท่านอยู่ ก็ปล่อยวางสิ่งนั้น 

เจ้ากรรม: อภัยทาน 

ผู้เขียน: ถูกต้อง ท่านคิดได้แล้ว ก็จงทำเอาเถิด จะแค่ไหน จะหลุดอย่างไร อยู่ที่ความตั้งใจและวาสนาของท่าน 

เจ้ากรรม: แนะหน่อยเถิดจะทำเช่นไรเพราะอีกใจก็ยังอาฆาต 

Jasmine: พวกท่านได้ยินเจ้าที่เจรจาใช่ไหม ว่าท่านใช้อะไรมาเป็นเครื่องมือ

เจ้ากรรม:  บทสวด แล้วพวกเค้าก็เริ่มสวด เห็นสายที่เชื่อมระหว่างเจ้ากรรมกับลูกกรรมบางคนขาด (เป็นเหมือนสายสินธิ์เก่าๆ ขาด)  พวกเค้าสว่างขึ้นและดวงจิตก็ลอยขึ้นไป บ้างคนที่ไม่ยอมเห็นแบบนั้นก็เริ่มทำตาม แม้จิตยังไม่อภัยแบบเต็มที่แต่ก็ดูเค้าสว่างขึ้น สดใสขึ้น 

มองคนไข้ (ลูกกรรม) ก็ยังดูเป็นปกติ นั่งรอคิว แบบไม่ค่อยรับรู้อะไร แต่มีบ้างคนที่จำสังเกตุได้ จิตข้างในเค้าสว่างขึ้น  แล้วJasmineก็กลับ มีเสียงโมทนาตามหลัง มา แอบยิ้มไม่ได้ 

นี่คืออำนาจบทสวดพุทธคุณ (อิติปิโส) จริงๆ

***ขอบุญที่เกิดจากการเผยแพร่เรื่องราวเพื่อเป็นความรู้นี้จึงถึงทุกดวงจิตที่เกี่ยวข้องตามวาสนาเถิด

 ขอบคุณภาพ ภาพที่1จากJasmine, ภาพที่2, ภาพที่3, ภาพที่4