เบาหวานเป็นโรคเรื้อรัง ที่หลายคนคิดว่าเป็นแล้วไม่หาย จะต้องกินยาหรือฉีดยาไปตลอดชีวิตจริงหรือ? มารู้จักโรคเบาหวาน และรู้จักวิธีควบคุมดูแลร่างกายอย่างไรให้ห่างไกลโรคนี้ ภาพประกอบ1 โดย ใจภักดิ์

              เบาหวานเกิดจากความผิดปกติของเซลล์ ในการเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงาน ขบวนการนี้เกี่ยวกับอินซูลิน คือฮอร์โมนที่สร้างจากตับอ่อน เพื่อใช้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เมื่อน้ำตาลใช้ไม่หมดหรือไม่ได้ถูกใช้ จึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นกว่าระดับปกติ คนปกติค่าน้ำตาลในเลือดจะน้อยกว่า 100มิลลิกรัม ค่าน้ำตาลระหว่าง 100-126มิลลิกรัมถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง หากมีค่าน้ำตาลสูงกว่า 126มิลลิกรัมคือ ผู้ป่วยเบาหวาน  โรคเบาหวานมี 4ชนิด บางชนิดหายขาดได้ บางชนิดไม่หายขาด 

  1. 1. เบาหวานชนิดที่1 ผู้ป่วยมักจะเกิดอาการก่อนอายุ 30ปี จะมีอาการหิวน้ำบ่อย น้ำหนักตัวลด เนื่องจากการทำลายของbeta cell ทำให้มีการหลั่งอินซูลินน้อย เป็นเบาหวานชนิดไม่หายขาด

Advertisement

Advertisement

  • 2. เบาหวานชนิดที่2 เกิดจากร่างกายผลิตอินซูลินไม่เพียงพอต่อความต้องการ ผู้ป่วยอาจจะไม่เกิดอาการใดๆ
  • 3. เบาหวานชนิดที่3 เบาหวานในคนตั้งครรภ์ หลังคลอดมักพบว่าโรคเบาหวานจะหายไป
  • 4. เบาหวานชนิดอื่นๆ ตามสาเหตุ เช่น พันธุกรรม, ฮอร์โมน
  •               วันนี้จะกล่าวถึง เบาหวานชนิดที่2 ซึ่งเป็นชนิดที่มีผู้ป่วยมากกว่า90%ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด จะไม่แสดงอาการแต่มักจะมีโรคแทรกซ้อน ที่สามารถเกิดได้ทุกระบบ ได้แก่ โรคหัวใจ, โรคหลอดเลือด, โรคตา, โรคไต, โรคแทรกซ้อนที่ขา, โรคแทรกซ้อนทางระบบประสาท, ความดันโลหิตสูง, โรคทางช่องปาก, และ โรคผิวหนังเป็นต้น เบาหวานชนิดที่2 เกิดจากการดื้อต่ออินซูลิน พบในผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักตัวเกิน หรือเป็นโรคอ้วน ปัจจัยสำคัญคือ การบริโภคอาหารและขาดการออกกำลังกาย 

    Advertisement

    Advertisement

    ภาพประกอบ2 โดย ใจภักดิ์

                  ปัจจุบันประพฤติกรรมการบริโภคอาหารเปลี่ยนจากปรุงอาหารด้วยตนเอง เป็นการซื้อมารับประทานเพื่อความสะดวกสบายตามรูปแบบสมัยใหม่ คือสาเหตุที่ทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถควบคุมปริมาณของส่วนประกอบในการปรุงอาหารได้เช่น ปริมาณน้ำตาล น้ำปลา ซอส และเครื่องปรุงรสต่างๆ  รวมถึงการแต่งสี แต่งกลิ่น  เมื่อร่างกายรับการสะสมสิ่งเหล่าเข้าไปมาก จะก่อให้เกิดโรคเบาหวานและโรคอื่นๆ

    ภาพประกอบ3 โดย ใจภักดิ์

                 การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ดังนั้นเราควรเริ่มดูแลสุขภาพโดยการศึกษาปริมาณการบริโภคที่เหมาะสมกับร่างกายเช่น ควรบริโภคน้ำตาล  6ช้อนชาต่อวัน ควรบริโภคเกลือ 1ช้อนชาต่อวัน เป็นต้น รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารใหม่ 

    • ปรุงแต่งอาหารโดยใช้สีจากธรรมชาติ เช่น ขมิ้น ดอกอัญชัน ใบเตย อื่นๆ

    Advertisement

    Advertisement

  • ปรุงแต่งรสชาติอาหารโดยใช้ความเค็ม ความหวาน จากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น ใช้น้ำสต็อคจากผักซึ่งให้ความหวาน ข้าวโพด หัวผักกาด แครอท
  • ปรุงแต่งกลิ่นโดยใช้เครื่องเทศต่างๆ เพื่อดึงดูดความสนใจ เช่น กระเทียม ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ส้มซ่า อบเชย ลูกผักชี กระวาน กานพูล และอื่นๆ เครื่องเทศมีประโยชน์มากมาย ช่วยย่อย, ปรับธาตุ, ขับลม นอกจากเครื่องเทศให้กลิ่นที่ดียังช่วยในการป้องกันและรักษาโรคบ้างอย่างได้
  •               เพื่อลดปัจจัยความเสี่ยงที่นำมาซึ่งโรคเบาหวาน นอกจากดูแลเรื่องอาหารแล้ว การออกกำลังกายให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลก็เป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นควรออกกำลังกาย 15-30นาทีต่อวัน 3ครั้งต่อสัปดาห์ 

                  เมื่อมีโอกาสควรปรุงอาหารเอง คัดสรรวัตถุดิบที่ดี ปราศจากสารพิษ ปรุงรสชาติแต่น้อยหรือใช้วัตถุดิบที่มีรสชาติแทนการใช้เครื่องปรุงรส ความเค็มได้จากเกลือที่ได้คุณภาพและแร่ธาตุที่ดี เช่น เกลือชมพู  ใช้เครื่องเทศต่างๆ ช่วยชูรสอาหาร รสชาติอาจจะไม่คุ้นเคยหรือไม่ถูกใจในครั้งแรก เรียนรู้ ฝึกหัดบ่อยๆ ได้ทั้งความสนุก สุขภาพดี ห่างไกลจากโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคอื่นๆ  "สุขภาพดี..อยู่ที่คุณ"

    ภาพถ่ายโดยผู้เขียน