ผู้หญิงหลาย ๆ คนอาจจะกังวลเกี่ยวกับปัญหาด้านสุขภาพด้วยความที่เรามีลักษณะทางกายภาพที่แตกต่างออกไปจากผู้ชายจึงทำให้เราสามารถที่จะพบโรคที่เกิดได้เพียงในเพศหญิงเท่านั้นหรืออาจจะเป็นโรคมีโอกาสเกิดกับเพศหญิงมากกว่าเพศชาย หนึ่งในโรคที่กำลังจะกล่าวถึงนั้นอาจจะเป็นโรคที่กังวลของหลาย ๆ คนนั่นก็คือ มะเร็งเต้านม ซึ่งเราอยากจะขอเเชร์ประสบการณ์หากสาว ๆ คนไหนมีความกังวลและอยากรู้ขั้นตอนการตรวจเเบบคร่าว ๆ มาทางนี้เลยค่ะ  

เมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้วเราได้เข้าไปตรวจหน้าอกครั้งแรก โดยเริ่มมากจากการที่เราคลำเจอก้อนเนื้อบางที่ผิดปกติไปจากส่วนอื่น ๆ ของหน้าอกเราและมีขนาดค่อนข้างใหญ่เราจึงตัดสินใจเข้ารับการตรวจเพื่อหาคำตอบว่าก้อนเนื้อดังกล่าวนั้นคือก้อนอะไร โดยขณะนั้นเราอายุประมาณ 22 ปี ซึ่งกำลังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ดังนั้นเราจึงใช้สิทธิ์นักศึกษาในการขอเข้าตรวจฟรี โดยค่ารักษานั้นได้ถูกคิดรวมไปกับค่าเทอมเเล้ว แต่ขั้นตอนอาจจะเยอะขึ้นมาอีกนิดหน่อยเนื่องจากเราต้องเข้าไปตรวจที่คลินิกทั่วไปซึ่งไม่มีอุปกรณ์ในการตรวจหน้าอกโดยเฉพาะ

Advertisement

Advertisement

ตอนนั้นเป็นการให้คุณหมอคลำที่หน้าอกเพื่อตรวจเช็ค ว่าก้อนดังกล่าวคือก้อนเนื้อที่ไม่ใช่ส่วนปกติของหน้าอกจริงหรือไม่ และเมื่อเเน่ใจแล้วคุณหมอก็ได้เขียนใบนัดหมายเพื่อที่จะเตรียมไปตรวจที่แผนกสูตินรีเวชโดยตรง ขั้นตอนนี้รอค่อนข้างนานเนื่องจากเป็นโรงพยาบาลรัฐฯจึงมีผู้คนมารอตั้งแต่เช้า ในระหว่างรอก็มีหลาย ๆคนเข้ามาคุยกับเราเนื่องจากเขาสังเกตว่าเราแทบจะเด็กที่สุดในบรรดาผู้เข้าตรวจ ส่วนใหญ่ก็จะถามคำถามเช่นมาทำอะไร ทำไมยังดูเด็กอยู่เลย ด้วยความที่ส่วนใหญ่มะเร็งเต้านมจะเกิดในหญิงที่อายุมาก จึงทำให้หลายคนแปลกใจนั่นเอง

Advertisement

Advertisement

pink ribbon ขอบคุณแหล่งรูปภาพจาก : shutterstocker.com 
 

หลังจากที่รอระยะคิวเกือบครึ่งวันก็ถึงคิวของเราในการเข้าพบคุณหมอ ครั้งนี้เริ่มจากการซักประวัติเพื่อตรวจสอบว่าเรามีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมหรือไม่ คำถามเช่น ครอบครัวมีใครมีเคยประวัติเป็นมะเร็งเต้านมหรือไม่ ปกติทานยาคุมกำเนิดหรือไม่ เเต่เนื่องจากตอนนั้นเรายังเป็นนักศึกษาอยู่เราจึงไม่ถูกถามว่ามีบุตร หรือครอบครัวหรือยัง มีอาการปวดหรือไม่อาการปวดถือว่าเป็นอาการทั่วไปของผู้หญิงโดยเฉพาะเวลาใกล้มีประจำเดือน หรือหากกดที่หน้าอกแล้วเจ็บถือว่าไม่น่ากังวลนั่นเอง และหากใครที่สงสัยว่าทำไมถึงต้องถามเกี่ยวกับการรับประทานยาคุมกำเนิด คุณหมอให้เหตุผลว่าเนื่องจากการทานยาคุมจะมีส่วนกระตุ้นให้ฮอร์โมนส่งผลให้สามารถเกิดก้อนเนื้อที่หน้าอกได้จึงอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เรามีก้อนเนื้อนั้นเอง

Advertisement

Advertisement

เมื่อซักประวัติเรียบร้อยหมอก็ตรวจโดยใช้เครื่องอัลตราซาวน์ ถึงจุดนี้เราถึงกับช็อค เนื่องจากที่จริงแล้วเรามีก้อนเนื้อที่อยู่ในหน้าอกทั้งสองข้างทั้งหมดกว่า 11 ก้อน หลังจากที่เราตกใจกับจำนวนที่เยอะกว่าที่เราคิดไว้เยอะแล้วนั้น คุณหมอก็สรุปให้ฟังว่า ถึงแม้ว่าก้อนเนื้อจะมีเยอะแต่ไม่ต้องกังวลมากเนื่องจากลักษณะของแต่ละก้อนมีความกลม และมีขอบค่อนข้างชัดซึ่งไม่ใช่ลักษณะทั่วไปของเนื้อร้าย เเละเรายังอายุน้อย รวมไปถึงครอบครัวของเราไม่เคยมีใครมีประวัติเป็นโรคนี้มากก่อน ฉนั้นจึงสบายใจได้ แต่คุณหมอแนะนำให้เราเข้าตรวจที่เเผนกรังสีโดยจะเป็นการทำ
เมมโมแกรมซึ่งนัดอีกครั้งประมาณ 6 เดือนข้างหน้า หลังจากนั้นเราก็กลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติเจอกันอีกทีเมื่อครบ 6 เดือน

เมื่อถึงเวลานัดหลังจากรอประมาณ 6 เดือน เราก็เข้าไปที่เเผนกรังษีของโรงพยาบาล ครั้งนี้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาประมาณเกือบ 900 ร้อยบาท หลังจากที่จ่ายค่าตรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้วเราก็ไปรอตรวจที่หน้าห้องรังษี ครั้งนี้คนน้อยลงเยอะมากเนื่องจากจะเฉพาะในส่วนของการทำเมมโมเเกรมที่คัดเเยกมาแล้ว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอายุของเรายังถือว่าเด็กเกินกว่าที่จะทำเมมโมเเกรม เพราะการทำเมมโมแกรมนั้นค่อนข้างอันตรายคุณหมอจะต้องตรวจให้แน่ชัดเเล้วว่าเรามีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งสูงเท่านั้นจึงจะทำเมมโมเเกรมให้ คุณหมอเลือกวิธีตรวจเป็นแบบอัลตราซาวน์อีกครั้งและมีการเก็บประวัติขนาดและตำเเหน่งของแต่ละก้อนละเอียดมากยิ่งขึ้น เมื่อจากตรวจเสร็จเรียบร้อยแล้วคราวนี้คุณหมอไม่ได้เเนะนำอะไร เพียงเเค่แจ้งให้เราเข้ามาตรวจอีกครั้งเมื่อครบ 6 เดือน

https://www.dreamstime.com/closeup-pink-badge-ribbon-woman-chest-to-support-breast-cancer-cause-healthcare-medicine-breast-cancer-awareness-closeup-image155371175ขอบพระคุณแหล่งรูปภาพ : dreamstime.com
 

แต่หลังจากนั้นเราเรียนจบและได้งานที่ต่างประเทศจึงไม่ได้เข้าตรวจตามนัดที่นัดไว้ พอผ่านนัดครั้งนี้ไป  6 เดือนเราได้กลับขอเข้าการตรวจอีกรอบโดยได้โทรเลื่อนนัดล่วงหน้าก่อนแล้ว พอจบการตรวจครั้งนี้คุณหมอสรุปให้ฟังว่าพบการเปลี่ยนแปลงของก้อนเนื้อแต่ไม่มากถึงแม้จะมีขนาดที่ขยายใหญ่ขึ้นเนื่องจากเป็นช่วงที่มีประจำเดือนจึงถือว่าปกติจึงไม่น่ากังวลมากนัก คุณหมอไม่ได้แนะนำเกี่ยวกับการผ่าตัดหรือการรักษาใด ๆ หากเราต้องการเข้ารับการตรวจอีกครั้งให้เว้นระยะออกไปอีกสักพักหรือหากสังเกตเห็นความผิดปกติเท่านั้น

เราโล่งใจมากที่ในที่สุดเราก็ไม่ได้มีเนื้อร้ายอย่างที่กังวลตั้งแต่แรก ถึงแม้ขั้นตอนในการตรวจนั้นจะใช้เวลาที่ค่อนข้างนานทั้งนี้เพื่อที่จะตรวจว่าก้อนเนื้อดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงหรือเปล่าเพื่อความผิดปกติจึงใช้เวลาประมาณ 2 ปีนับตั้งแต่วันที่เจอ

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้เราได้เข้าตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนอีกครั้งเนื่องเราสังเกตว่าก้อนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดนั้นมีขนาดเล็กลงและเปลี่ยนเป็นมีหลายก้อนแทน แต่ก็เจอปัญหาเล็กน้อยเนื่องจากเราไม่มีเอกสารการรักษาจากโรงพยาบาลเดิมจึงไม่สามารถเปรียบเทียบว่าก้อนแต่ละก้อนเปลี่ยนไปมากน้อยขนาดไหน หลังจากทำอัลตราซาวน์ครั้งนี้คุณหมอแนะนำให้ทำ Biopsy คือการเจาะเอาเนื้อบางส่วนไปตรวจในห้องเเลปเพื่อหาคำตอบว่าเเท้ที่จริงแล้วเนื้อส่วนนี้คืออะไรและเกิดจากอะไร เรายังไม่ได้ให้คำตอบกับคุณหมอว่าเราจะทำ Biopsy หรือไม่ เพราะกังวลเรื่องของผลข้างเคียง และปัญหาอื่น ๆ ที่อาจจะตามมา

<a href=Woman photo created by freepik - www.freepik.com" />ขอบพระคุณแหล่งรูปภาพจาก : freepik.com

ตลอดระยะเวลาเกือบสามปีที่ผ่านมาเราเริ่มหันมาดูเเลร่างกายของเรามากยิ่งขึ้น เพราะเราเรียนรู้ถึงความไม่แน่นอนของระบบร่างกายของมนุษย์ เราจึงอยากจะเเนะนำเพื่อน ๆ ผู้หญิงดูแลร่างกายตัวเองอยู่เสมอเพราะไม่ว่าเราจะอยู่ในช่วงวัยใดก็มีโอกาสที่จะพบความผิดปกติของร่างกายได้โดยที่บางครั้งเราอาจจะไม่ได้คาดคิด

ส่วนใครที่อยากจะลองเข้ารับการตรวจแต่มีความกังวลเรื่องของการเปิดเผยร่างกายเพราะอายุยังน้อยจากประสบการณ์ของเราเราพบว่าคุณหมอที่ดูแลแผนกนี้ส่วนใหญ่เป็นคุณผู้หญิง หรือหากถ้ามีคุณหมอผู้ชายเราจะทางทีมคุณหมอก็จะให้คุณหมอผู้หญิงเข้ามาตรวจแทนเนื่องจากเขาเข้าใจดีว่าเรายังเด็ก และคุณหมอทุกท่านก็มีความเป็นมืออาชีพ เพราะฉนั้นสามารถคลายความกังวลในส่วนนี้ไปได้เลย หวังว่าประสบการณ์ของเราจะเป็นส่วนที่ช่วยให้หลาย ๆ คนเข้าใจการเข้ารับการตรวจเต้านมเบื้องต้นมากยิ่งขึ้นและใครที่กำลังลังเลหรือกังวลอยู่เราขอให้สู้ ๆ เเละก้าวผ่านมันไปให้ได้นะคะ และหากในอนาคตเราเข้ารับการตรวจแบบ Biopsy  เราสัญญาว่าจะมาเเชร์เรื่องราวกันอีกแน่นอน 
 

ขอบพระคุณแหล่งภาพปกจาก : freepik.com