จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า หรือ ไวรัสโควิด 19 ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ทั่วโลกต้องปิดประเทศและกักตัวอยู่ภายในบ้านเป็นเวลานาน ประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวก็ประกาศล็อกดาวน์ติดต่อเนื่องกันเป็นเวลาเกือบ 2 เดือนแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ในสภาวะการณ์เช่นนี้ กลับเป็นโอกาสที่ดีอย่างหนึ่งสำหรับทุกคน โดยเฉพาะเด็กๆ เนื่องจากพวกเขาไม่ได้ไปโรงเรียน วันนี้มีเคล็ดไม่ลับ สำหรับคุณแม่ๆ ให้หันมาใส่ใจลูกตัวเล็กๆ ที่ปิดเรียนอยู่บ้านกันแบบไม่ต้องหัวหมุน เพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และมีพัฒนาการที่ต่อเนื่องแม้ว่าจะถูกกักตัวก็ตาม อีกทั้งเด็กๆ จะได้สนุกกับกิจกรรมภายในบ้านอย่างครบรสและไม่เบื่อง่าย แม่ๆ ทั้งหลายมาทำให้บ้านกลายเป็นโฮมสคูลสำหรับลูกน้อยกันเลย

ตารางกิจกรรมสำหรับลูก สามารถเลือกเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ที่คุณแม่เห็นว่าเหมาะสมในแต่ล่ะวัน

                


                       1) การจัดตารางเวลาให้ลูกปฏิบัติตามกฎ

Advertisement

Advertisement

ก็เพื่อให้ลูกได้บริหารเวลา และบริหารชีวิตของตนเองว่า ใน 1 วัน ชีวิตของเขาไม่ได้เกิดมาเพื่อเล่นเพียงอย่างเดียว เขายังมีสิ่งที่มีค่า มีสาระ และมีประโยชน์ต้องทำอีกมากมาย การจัดตารางเวลาให้ลูก ส่งผลให้ลูกเป็นคนที่ทำอะไรรวดเร็วและตรงต่อเวลาอีกด้วยนะ

                 ลูกสามารถเลือกกิจกรรมี่เขาชอบได้เอง คุณแม่เป็นเพียงผู้จัดการให้เขาได้ทำในสิ่งที่เขาปรารถนาเท่านั้น ไม่เข้าไปยุ่งหรือก้าวก่ายให้ลูกเลือกเนื้อหาที่ลูกสนใจศึกษา

                 2) ให้ลูกได้เลือกกิจกรรมที่เขาอยากจะทำเองในระหว่างวัน โดยที่แม่ไม่ต้องเลือกให้

เช่น จะอ่านหนังสือ หรือ ระบายสี จะปั้นดินน้ำมัน หรือเล่นดนตรี จากนั้นก็พาเขาทำกิจกรรมนั้นไปได้เลย ถ้าลูกชอบ คุณแม่ๆ ก็ปล่อยให้ลูกได้ทำกิจกรรมที่เขาเลือกนี้ไปจนหมดเวลาที่เราตั้งเอาไว้

ปล่อยให้ลูกได้ลองทำของเล่นด้วยตัวเองหมวกนักบินอวกาศจากลังกระดาษ

                 3) ในแต่ละวัน จัดตารางวันละ 1-2 ชั่วโมงให้ลูกได้ประดิษฐ์ของเล่นเอง

ไม่ว่าจะเป็นจากลังกระดาษ เศษไม้ ขวดพลาสติก สิ่งเหล่านี้ สามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางความคิดสร้างสรรค์ของลูกได้ และทำให้ลูกไม่งอแงอยากได้ของเล่นที่มีราคาแพงอีกด้วยนะ

Advertisement

Advertisement

                 4) ไม่ควรสอนให้ลูกติดการเล่นมือถือมากจนเกินไป

อาทิ เกม หรือการดูการ์ตูนที่เกินความพอดี เพราะอาจจะทำให้ลูกมีปัญหาทางสายตาได้ในภายหลัง แต่อย่างไรก็ตาม คุณแม่ก็ไม่ควรมองข้ามข้อดีของการให้ลูกได้ดูคลิปวิดีโอที่มีประโยชน์ต่อลูก เช่น คลิปการ์ตูนภาษาอังกฤษ หรือ ความรู้ต่างๆ ที่แม่ไม่สามารถสอนลูกได้ 

                 5) พาลูกออกกำลังกายและฝึกโยคะในช่วงเย็น เป็นการผ่อนคลายจิตใจและบำบัดจิตใต้สำนึก

แม้ว่าเด็กจะไม่มีอะไรให้เครียดมากมายนัก แต่การฝึกโยคะ เป็นการฝึกสมาธิให้ลูกได้นอนหลับพักผ่อนอย่างสุขสงบตลอดทั้งคืน ตื่นมาสดชื่น สดใส มีรอยยิ้ม

                 การจัดสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้เหมาะสำหรับลูกได้วิ่งเล่น และการจัดตารางกิจกรรมให้ลูกได้ปฏิบัติ ถือเป็นส่วนหนึ่งในการฝึกชีวิตให้ลูกเติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ และสามารถจัดการกับชีวิตของตัวเองได้อย่างดีเยี่ยมเมื่อเติบโตขึ้น

Advertisement

Advertisement

เพียงเท่านี้ บ้านที่ถูกกักตัว ก็จะกลายเป็นโรงเรียนที่สดใส น่าอยู่ ไม่น่าเบื่อเพราะว่าครูคนแรกในชีวิตลูก ก็คือคุณแม่ที่น่ารักของเขานั่นเอง

เครดิตภาพถ่าย : จากผู้เขียน