Photo by Isi Parente on Unsplash


ฉันเป็นคนหนึ่งที่เกิดมากับละครไทย ไม่ว่าเรื่องไหนก็เรื่องไหน ถ้ามีตัวละครตัวหนึ่งกำลังจะตาย ตัวละครอีกตัวต้องมีอันทำอะไรตกแตกเป็นลางสังหรณ์ทุกที

อาจเพราะภาพกระจกกระทบพื้นแล้วแตกเป็นเสี่ยง ๆ นั้นน่ากลัว ต่อให้ไม่มีความเชื่อเรื่องลางสังหรณ์อะไร จิตใจก็คงตกแตกไปกับเสียงเพล้งของกระจกด้วย ไหนจะภาพเศษกระจกกระจัดกระจายที่ให้ฟีลแตกสลายแบบเห็น ๆ กระจกแตกจึงย่อมมีผลกับจิตใจ จนเกิดความเชื่อมาแต่ไหน ๆ ว่า “ทำกระจกแตกหนึ่งใบ ต้องโชคร้ายไปถึงเจ็ดปี”

เรื่องนี้ฉันแอบคิดเอาเองว่า ในสมัยโบราณนั้น กระจกคงเป็นของมีราคา ไม่ใช่ของที่หาซื้อได้ง่ายตามโลตัสหรือบิ๊กซี อีกทั้งกระจกแตกก็มีแต่อันตราย ถ้าไม่ระวังก็อาจสัมผัสเศษกระจกจนได้เลือด จึงอาจเกิดความเชื่อนี้ขึ้นมาเพื่อเตือนใจ เพื่อให้เด็ก ๆ ระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อเกี่ยวข้องกับกระจก

broken mirrorPhoto by Simedblack on Pixabay


กระจกนั้นถูกประดิษฐ์ขึ้นมาในยุคโรมัน และชาวโรมันก็มีความเชื่อมาตั้งแต่ยุคนั้นว่า กระจกมีพลังพิเศษที่สัมพันธ์กับวิญญาณของมนุษย์ ฟังแล้วได้อารมณ์คล้าย ๆ ทวิภพ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ความเชื่อแค่ชาวโรมัน แม้แต่ชาวกรีก ชาวอัฟริกัน ชาวจีนและอินเดีย ก็ล้วนมีความเชื่อเช่นเดียวกัน

เมื่อกระจกสัมพันธ์กับวิญญาณ หากภาพสะท้อนที่เห็นในกระจกบิดเบี้ยวไป นั่นหมายถึงวิญญาณบิดเบี้ยวไปด้วย เมื่อกระจกแตกภาพสะท้อนในนั้นย่อมเปลี่ยน  กระจกถูกทำลาย วิญญาณก็ถูกทำลาย โชคลาภและความสุขก็ย่อมหายไปด้วย

อีกทฤษฎีหนึ่งที่ฟังดูน่ากลัวกว่า คือการทำกระจกแตกเปรียบเหมือนการทำให้วิญญาณแตก วิญญาณเจ็ดปวดแสนสาหัส จึงแก้แค้นด้วยการสาปให้คนทำต้องชดเชยด้วยการประสบโชคร้ายเจ็ดปี

แล้วทำไมต้องเจ็ดปีล่ะ ก็เพราะตามความเชื่อชาวโรมัน ชีวิตนั้นมีโปรโมชั่น 7 ปี แปลว่าในทุก 7 ปีชีวิตจะกลับมาที่จุดเดิมเพื่อเริ่มต้นใหม่

broken mirrorPhoto by BobbyArtist on Pixabay


แต่เดี๋ยวก่อน! อย่าเพิ่งตกใจจนวิ่งหนีไปชนกระจกอีกบาน ขอให้ทำใจเย็น ๆ ทุกเรื่องมีทางเข้าก็ย่อมมีทางออก

ถ้าคุณเผลอทำกระจกตกแตกขึ้นมา ฉันแนะนำเลยว่าก่อนจะทำอะไร ให้ไปหารองเท้ามาสวมไว้ก่อน เพราะมิฉะนั้นเกิดเผลอไปเหยียบเศษกระจกแตกเข้า จะได้แผลที่เท้าเป็นโชคร้ายอันแรก

จากนั้นเลือกใช้วิธี “แก้โชคร้ายให้กลายเป็นดี” เหล่านี้ตามแต่สะดวก

  1. ในเมื่อปัญหาอยู่ที่การแตกของกระจกทำให้ภาพสะท้อนแตก ก็อย่าไปส่องกระจกที่แตก ให้ทำลายกระจกให้แตกละเอียดจนส่องไม่ได้ไปเลย วิธีนี้ฉันว่ายากไป แถมอันตรายอีกต่างหาก ถ้าใครสะดวกก็แล้วแต่ชอบ
  2. โยนเศษกระจกลงในแม่น้ำหรือลำธารที่ไหลลงทางทิศใต้ โชคร้ายจะถูกชำระล้างไปกับสายน้ำในเวลา 7 ชั่วโมง วิธีนี้ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย เกรงแต่จะสร้างขยะให้กับแม่น้ำลำธารเปล่า ๆ
  3. กอบเศษกระจกใส่ถุงหนา ๆ ไว้ รอให้เวลาผ่านไป 7 ชั่วโมง จึงนำออกไปฝังดินท่ามกลางแสงจันทร์  เออวิธีนี้สิน่าจะพอทำได้ ฉันว่าวิธีนี้แหละง่ายที่สุด

broken glassPhoto by Engin_Akyurt on Pixabay


ไม่ว่าจะคิดเห็นเป็นอย่างไร ฉันว่าความเชื่อเรื่องกระจกแตกจะโชคร้าย คงช่วยป้องกันกระจกไว้จากการทำให้แตกด้วยความเลินเล่อมาหลายพันบานแล้ว คนโบราณนั้นเปี่ยมสติปัญญา จึงหากลวิธีรับมือกับปัญหา ความกลัว และความประมาท ได้อย่างฉลาดล้ำลึก

ดังนั้นปัญหานี้จะไม่เกิดถ้าเราใช้ชีวิตอย่างมีสติ เมื่อมีความรู้ตัวอยู่ทุกขณะกระจกย่อมจะไม่ตกจากมือจนแตก และถึงแตกแล้วก็ไม่เป็นไร ทำใจว่านี่คืออุบัติเหตุ เอาเศษกระจกไปทำลาย แล้วใช้ชีวิตต่อไปอย่างไม่ประมาท

หมั่นทำดีคิดดีชดเชยเอาไว้ แล้วโชคร้ายก็จะสลายไปเอง

 

 

 

Advertisement

Advertisement