ทุกท่านคงเคยเรียนประวัติศาสตร์โลก หรือเคยศึกษาประวัติศาสตร์ตามความชอบของตนเอง กรีก เป็นประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมาไม่ต่ำกว่า 3,000 ปีครับ เป็นแม่แบบของระบอบการปกครองประชาธิปไตยให้โลกปัจจุบันได้ใช้กัน แต่ กว่าจะมาเป็นระบอบการปกครองเช่นนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์กรีกนั้น...น่าสนใจมากครับ เพราะเป็นปริศนาที่สามารถไขความลับได้ว่า ทำไมกรีกถึงมีประชาธิปไตยได้ จุดเริ่มต้นส่วนหนึ่งมาจาก ทวยเทพแห่งเขาโอลิมปัส ไม่ว่าจะ ซูส โพไซดอน และเฮดีส และอีกมากมายครับ ที่อยู่ที่โอลิมปัส ล้วนมีเงื่อนงำเล็ก ๆ ที่สำคัญเชิญให้ได้ติดตามลองอ่านกันครับ 

วิหารพาร์เธนอนวิหารพาร์เธนอนและอโครโพลิสแห่งเอเธนส์ ที่ไหว้เทพีอเธน่าของชาวเอเธนส์ เมืองที่กำเนิดระบอบประชาธิปไตย 

 

              เทพกรีกมีมากมายครับ มีทั้งรุ่นก่อนและรุ่นหลัง แต่เทพรุ่นที่คนจดจำกันได้ดีที่สุด คือ 12 เทพแห่งโอลิมปัส ที่ถูกนำมาทำเป็นภาพยนตร์หลาย ๆ เรื่อง แต่ผมจะไม่มาเล่าให้ทุกท่านฟังหรอกนะครับว่าเทพแต่ละองค์กำเนิดเกิดขึ้นอย่างไร แต่ต้องการจะมาเล่าเกร็ดประวัติศาสตร์ที่สำคัญให้ทุกท่านได้รับฟังว่า เทพรุ่นนี้แหละครับ ที่มีความสำคัญมาก เป็นเงื่อนงำที่สำคัญของกรีกว่าทำไมจึงเป็นอารยธรรมที่มีนักคิด นักเขียนเต็มไปหมด เพราะ เทพรุ่นยุคปกครองโอลิมปัส อย่างซูส เป็นเทพยุคแรกที่มีลักษณะความเป็น ''มนุษย์'' หมายความว่าอย่างไรหน่ะหรอครับ.......ก็หมายความว่า เทพของกรีกรุ่นก่อนหน้านี้ มีลักษณะผสมกับสัตว์หรือเหนือกว่ามนุษย์นั่นเอง....และจะอารยธรรมไหนก็จะพบเช่นเดียวกันครับ

Advertisement

Advertisement

แล้วการที่รูปร่าง หน้าตาเทพเจ้าต่าง ๆ ของกรีกมีความเป็นมนุษย์มันสำคัญอย่างไร......นี่คือจุดสำคัญครับ เพราะ มันแสดงความคิดที่ว่า ชาวกรีกมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง และมองว่าเทพเจ้า ก็เป็นเฉกเช่นเดียวกันกับ ''มนุษย์'' คือ มีใบหน้าเหมือนมนุษย์ธรรมดาทุกประการ เพียงแค่อาจจะมีฤทธิ์ที่มากกว่ามนุษย์ ดลบันดาลให้ฟ้าฝ่าได้จากสายฟ้าของเทพซูส เกิดลมมรสุมต่าง ๆ ได้จากเทพโพไซดอน หรือเกิดแสงอาทิตย์ได้จากเทพอพอลโล ตรงนี้ก็ไม่ได้เป็นความเชื่อที่ ''งมงาม'' หากแต่เป็น ''การสังเกตธรรมชาติ'' รอบ ๆ แล้วอธิบายปรากฏการณ์ต่าง ๆ ออกมาในรูปแบบของเทพเจ้านั่นเอง

Advertisement

Advertisement

​​​​​​​รูปปั้นเทพีอเธน่ารูปปั้นเทพีอเธน่า หนึ่งในธิดาของเทพเจ้าซูส และเป็นหนึ่งในเทพแห่งโอลิมปัส 

 

ที่สำคัญไปกว่านั้น คือ เทพเจ้าชุดนี้ มีตัณหาราคะ เช่นเดียวกันกับมนุษย์ครับ หลายครั้งที่เหล่าทวยเทพแห่งโอลิมปัส ลงมาเสพสมกามกับมนุษย์จนเกิดตำนานลูกครึ่งเทพครึ่งมนุษย์ ดังปรากฏในภาพยนตร์หลาย ๆ เรื่อง ทั้งหมดทั้งมวลนี้ คือสิ่งที่รวมแล้วสามารถอธิบายได้เลยครับว่า เหล่าทวยเทพแห่งโอลิมปัส กำเนิดจากการสังเกตธรรมชาติของพื้นที่ที่ชาวกรีกอยู่ เเม้แต่เขาโอลิมปัส ก็เป็นเทือกเขาที่มีอยู่จริงในประเทศกรีซปัจจุบัน ทั้งหมดเหล่านี้ เกิดได้ เพราะเหล่าบรรดาชาวกรีกโบราณ มีความเชื่อในตนเองและเอามาผสมกับปรากฏการณ์ธรรมชาติรอบ ๆ ตัว จึงได้ผลิตเทพกลุ่มนี้ออกมา และแสดงถึงความเป็นหลัก ''มนุษยนิยม'' ซึ่งเป็นหลักสำคัญของแนวคิดประชาธิปไตย ที่ ''เชื่อมั่นในความสามารถของมนุษย์''

Advertisement

Advertisement

เทพกรีกเหล่านี้ สามารถมาคุยกับคนธรรมดาได้ นี่คือแนวคิดที่เปรียบเสมือน ''ฟ้าก็สามารถมาเสมอดินได้'' ในความคิดของผม เพราะสุดท้ายแล้ว ทวยเทพจะมีลักษณะเป็นเช่นไร อยู่ที่ใด ก็ไม่เกินจินตนาการของมนุษย์...ว่าจะรังสรรค์หน้าตาของพวกเขาออกมาเป็นเช่นไหน เมื่อเป็นเช่นนี้ เทพเจ้าแห่งโอลิมปัส จึงดลบันดาลให้ชาวกรีกทั้งผองรวมกันผ่านความเชื่อ และ มีความเชื่อมั่นในตัวเอง ว่าจะสามารถดลบันดาล พัฒนาชีวิตให้ดีขึ้นได้เพราะพวกเขาเชื่อในหลัก ''มนุษยนิยม''

ซูสเทพเจ้าโพไซดอน เทพแห่งท้องทะเล หนึ่งในมหาเทพแห่งโอลิมปัส ผู้เป็นน้องของเทพเจ้าซูส  

 

               จากทั้งหมดที่ผมได้นำเสนอให้ทุกท่านได้รับชมนั้น เป็นการสรุปแบบย่นย่อมากมายนักครับ โดยไม่ได้อิงตำนานหรือกล่าวเข้าเนื้อหาภายในที่ละเอียดเลย ในความเป็นจริงเรื่องราวของเทพเจ้าในโอลิมปัสนั้นมีความสนุกอย่างมากหากทุกท่านอยากจะลองไปติดตาม ผมก็สนับสนุนครับ แต่ที่ผมได้นำมาเสนอให้ทุกท่านได้รับชมกันนี้ เพื่อที่จะแสดงให้เห็นว่า ชาวกรีกนั้น มีความเป็นศิลปินและเชื่อมั่นในตนเอง จึงผลักดันให้เกิดลักษณะความเชื่อเรื่อง ''ปัจเจกชน'' ความเป็น ''มนุษยนิยม'' ซึ่งเป็นส่วนสำคัญมากที่พัฒนากรีกให้กลายเป็นอารยธรรมที่มีนักปรัชญาและการปกครองที่โดดเด่น โดยก่อนที่มันจะก่อร่างสร้างการปกครองนั้น แนวคิดเหล่านี้ถูกแสดงออกมาผ่านความเชื่อที่เรียกว่า ''ทวยเทพแห่งโอลิมปัส'' ครับผม


ภาพจาก unsplash

หน้าปก / ภาพที่ 1 / ภาพที่ 2 / ภาพที่ 3