ในฐานะที่ผมเคยเป็นคนไข้ โรคหลอดเลือดสมองตีบเมื่อ 2 ปีที่แล้ว และต้องตกอยู่ในสภาวะอยากจะลาจากโลกใบนี้ ดีกว่าจะต้องทรมานจะอยู่บนเตียง ไหนจะพูดไม่ได้ เดินไม่ได้ วิ่งไม่ได้ ทานไม่ได้ แต่โชคดีที่ยังหายใจได้ ลืมตาได้กระพริบ ปิ้บ ๆ และสมองส่วนความรู้ก็ดี ภาษาก็ดีที่ยังไม่หาย ผมเลยคิดว่าในวิกฤตมันก็ต้องมีโอกาสบ้างสิน่า

agony                                                                                                ทรมาน

ผมยอมรับโดยดุษฎีว่า ขณะนั้นผมเฝ้าบอกกับตัวเองว่า บ่อยครั้งผมจะเสียใจกับทักษะที่ผมสูญเสียไป จนลืมมองว่า ศักยภาพที่หลงเหลือมันก็ยังมีอยู่ (ใช่ป่ะ?) ด้วยเหตุผลส่วนตัว ผมว่าเบื้องบนน่าจะมีคำตอบซึ่งผมอาจจะทราบในอนาคต - แต่ตอนนี้ผมยังไม่รู้

happiness vs sorrow                                                                        ความสุข=น้ำ // ความทุกข์ = ความว่างเปล่า

Advertisement

Advertisement

จากย่อหน้าที่ 2 มันสะท้อนว่า “ผมเคยจมอยู่กับสิ่งที่หาย และลืมมองความสุขเรามีว่ายังคงเหลืออะไร” ถ้าคิดในเชิงบวกคือ เราอาจต้องฝึก/ทำงานให้หนักมากขึ้นกว่าคนปกติ แต่ต้องไม่เกินขีดจำกัดของตัวเอง เพราะเดี๋ยวจะเป็นซ้ำอีก (ติดไว้ก่อนนะครับ - บทความหน้าจะมาอธิบายเรื่องนี้) บางท่านอาจจะพอมองเห็นว่า ความสุขกับความทุกข์นั้น ขึ้นอยู่ที่เรามองจริง ๆ กล่าวคือ คุณผู้อ่านอาจมองความสุข หมายถึง การมีชีวิตอยู่ต่อไปแม้ว่าร่างกายจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่บางคนมองว่ามันเป็นความทุกข์ เพราะใช้งานร่างกายบางส่วนไม่ได้เหมือนเดิม นี่จึงพอจะเปรียบเสมือน น้ำที่มีอยู่เพียงครึ่งแก้ว ซึ่งความสุข=น้ำ ส่วนความทุกข์ = ส่วนที่พ้นน้ำ (อากาศ) และคุณอาจจะกำลังรอให้มีคนมาเติมน้ำเพื่อให้เต็มแก้ว แต่คุณต้องไม่ลืมว่า คุณนั่นแหล่ะคือคนที่ควรจะเติมน้ำเอง เพื่อประโยชน์ที่ยั่งยืน เพราะในสังคมเรา ผู้ป่วยโรคนี้จะได้รับสิทธิพิเศษมากพอแล้ว ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่เราต้องพึ่งตัวเอง เพราะการมีชีวิตด้วยข้อจำกัดที่เรามี เราต้องเตือนตัวเองว่า อยู่อย่างมีความสุข และหยุดที่จะเปรียบเทียบตัวเองก่อนป่วยกับหลังป่วย รวมถึงเอาตัวเองไปเปรียบกับคนอื่น พอเถอะพอได้แล้ว! วงมีน (ปปว!!!) ก็มา

Advertisement

Advertisement

ก่อนจะลาไป กราบนะครับ

  1. อยู่กับปัจจุบัน – เลิกคิดสักทีว่า “รู้งี้ ไม่ทำหรอก” – คิดเพื่อ?" // เราย้อนอดีตไม่ได้นะตัวเธอ

live happily                                                                                   อยู่กับปัจจุบันอย่างมีความสุข

2. ร่างกายที่เหลืออยู่มันไม่ได้แปลผันตรงกับความสุข เพราะความสุขมันขึ้นอยู่ที่เรามอง (ทัศนคติ)

Advertisement

Advertisement

optimistic                                                                                  ความสุขอยู่ที่เรามอง

3. พยายามบอกกับตัวเองว่า ร่างกายที่เหลืออยู่มันต้องการจะบอกว่า อย่าใช้ชีวิตแบบเดิมอีก เพราะมีโอกาสจะเสียอวัยวะที่เหลืออยู่

4. ความสำเร็จของผู้ป่วยอย่างเรา ไม่ใช่เงินทอง หรือ อำนาจ แต่คือ การเป็นต้นแบบ ให้คนปกติได้สู้! และเตือนอีกหลาย ๆ คน ๆ ว่า ห้ามประมาทในชีวิต รวมถึงเราต้องหมั่นกายภาพเพื่อให้คนข้าง ๆ มีความสุขจากการได้เห็นความพยายาม (สู้) ของตัวเรา

5. หยุดไขว่คว้าอากาศเหนือน้ำ แต่ให้มีความสุขกับน้ำที่อยู่ภายในแก้วนะ

6. บอกกับตัวเองว่า ถึงความสุขจากน้ำเต็มแก้ว แต่ต้องเข้าใจว่า น้ำมันก็สามารถระเหยได้นะครับ

ท้ายนี้ขอบพระคุณ

ภาพปก / ภาพ 1 / ภาพ 2 / ภาพ 3 / ภาพ 4

 

เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !