ในฤดูร้อนนั้น อากาศร้อนมากกว่าปกติอุณหภูมิก็ย่อมสูงขึ้นตาม เมื่อฝนฟ้าไม่ตกต้องในฤดูร้อนแล้ว ปริมาณน้ำฝนที่ได้ก็ย่อมลดลง ไหนจะผลกระทบที่มาจากการกักเก็บน้ำและกีดกันการใช้แหล่งน้ำของบุคคลอื่น ทำให้ปริมาณน้ำจืดที่มีอยู่น้อยแล้ว กลายเป็นปัญหาที่อาจจะส่งผลกระทบของคนส่วนใหญ่ ถ้าเกิดไม่มีน้ำแล้วคุณจะอยู่อย่างไร

ภัยแล้งภาพโดย _Marion จาก Pixabay 

           เมื่อดูตามแผนที่ที่ย้อนกลับไปในสมัยเมื่อพันกว่าปีที่แล้ว จะพบว่าแหล่งน้ำจืดนั้นมีปริมาณลดลงในทุก ๆ ปี ซึ่งมีสาเหตุและปัจจัยจากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็น

  • อุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้น
  • การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลกส่งผลให้ฤดูกาลเปลี่ยน
  • ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล
  • การตัดไม้ทำลายป่า ทำให้พื้นที่ในการรับน้ำและกักเก็บน้ําจืดนั้นมีปริมาณลดลง
  • มีการก่อตัวของอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งน้ำเป็นปัจจัยแรกเริ่มในกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรม ทำให้ต้องใช้น้ำในปริมาณที่เพิ่มขึ้น

Advertisement

Advertisement

  • การเพิ่มพื้นที่ทางการเกษตรในการเพาะปลูกและการเลี้ยงสัตว์ ในด้านของการเกษตรและการเลี้ยงสัตว์นั้น จำเป็นจะต้องใช้น้ำเป็นปัจจัยสำคัญในการดูแลเพื่อให้ได้ผลผลิตตามปริมาณและจำนวนที่ต้องการตามท้องตลาด อีกทั้งการเลี้ยงสัตว์และการเกษตรนั้นยังมีการใช้สารเคมีที่ส่งผลกระทบในสิ่งแวดล้อมป่าไม้เป็นตัวค่อยดูดซับน้ำ และเป็นแหล่งเก็บน้ำจืดตามธรรมชาติ
  • ภาพโดย Ricardo Helass จาก Pixabay 
  •            จากสาเหตุที่กล่าวมานั้นล้วนมีผลทำให้ปริมาณน้ำจืดลดลงด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งเราจะสามารถเห็นเหตุการณ์ความขาดแคลนแหล่งน้ำจืดนี้ได้ในหลาย ๆ ประเทศ ที่ประสบภัยความแล้ง ยกตัวอย่างเช่น

    • การใส่เสื้อซ้ำเพื่อลดการซักผ้าและการใช้น้ำอย่างสิ้นเปลือง
    • แหล่งน้ำที่ใช้เป็นแหล่งน้ำที่ไม่สะอาดหรือเป็นแหล่งน้ำทิ้ง เนื่องจากแหล่งน้ำจืดหาได้ยาก จำกัดปริมาณน้ำที่จะใช้ต่อครัวเรือน น้ำจืดจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นในการใช้ดื่มและประกอบอาหารเท่านั้น

    Advertisement

    Advertisement

  • ต้นไม้และพืชหลายชนิดล้มตาย เนื่องจากความแรงและการขาดแคลนน้ำ ทำให้ปริมาณอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการ เกิดการแย่งชิงอาหารเกิดขึ้นน้ำสำหรับใช้บริโภค
  • ภาพโดย bridgesward จาก Pixabay 
  •            ถึงแม้ในปัจจุบันจะมีการคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรน้ำที่มากเกินความจำเป็น และมีการปรับเปลี่ยนวิธีการในการเพิ่มปริมาณน้ำจืดให้เพิ่มขึ้น ซึ่งวิธีการเหล่านี้จำเป็นจะต้องใช้พลังงาน ใช้เงิน และต้นทุนอื่นๆ ในกระบวนการ อย่างเช่น การผลิตน้ำจืดจากทะเล ซึ่งใช้การแยกเอาเกลือออกจากน้ำและแยกสิ่งสกปรก ซึ่งกระบวนการนี้ยังมีการใช้สารเคมีและมีการใช้เทคโนโลยีในกระบวนการในปริมาณที่มาก และแนวทางที่ใช้ในการผลิตโดยใช้แสงอาทิตย์ในการช่วยในการแยกน้ำจืดจากน้ำทะเลนั้น ยังมีต้นทุนสูงในเรื่องของแผงโซล่าเซลล์ ถึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเพิ่มปริมาณน้ำจืดให้เพิ่มขึ้น

    Advertisement

    Advertisement

    น้ำใช้เพื่อการอุปโภคภาพโดย Sasin Tipchai จาก Pixabay 

               สุดท้ายนี้ ทรัพยากรน้ำจืดเป็นทรัพยากรที่ทุกคนล้วนเป็นเจ้าของและจำเป็นจะต้องใช้ในชีวิตประจำวัน จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องตระหนักและให้ความสำคัญถึงทรัพยากรตัวนี้ พร้อมเมื่อไหร่ก็ตามที่มีปัญหาหรือเกิดการขาดแคลนเกิดขึ้น เหตุการณ์ความขาดแคลนที่เกิดขึ้นในบางประเทศนั้นอาจจะเกิดขึ้นภายในประเทศไทยก็เป็นได้


    ภาพหน้าปกออกแบบโดยใช้ https://www.canva.com/