ลุงเขียววัย 50 ปี มีอาชีพขายไอศกรีม ทุกวันแกจะออกจากบ้านไปรับไอศกรีมที่บริษัทก่อน แล้วหลังจากนั้นแกก็จะเดินเข็นรถขายไอศกรีมไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นตามแหล่งชุมชน สวนสาธารณะ สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ แต่ละวันลุงเขียวขายดีมาก ๆ บางวันขายหมดตั้งแต่บ่าย 2 บ่าย 3 เพราะไอศกรีมของลุงเขียวนั่นอร่อย มีหลายรสชาติ แถมลุงเขียวก็อัธยาศัยดีอีกต่างหาก เลยเป็นที่ชอบของใครหลาย ๆ คน

ทุกวันหลังจากขายไอศกรีมหมดแล้ว แกก็มักจะไปเดินตลาดซื้อพวกผัก เนื้อหมู เนื้อไก่ มาเตรียมไว้เพื่อทำกับข้าวในช่วงเย็น 

ที่บ้านของลุงเขียวก็จะอยู่กันหลายคน มีภรรยาของแก ลูกชาย ลูกสาว ลูกสะใภ้ และหลานเล็กอีก 2 คน พอแกซื้อกับข้าวไป ภรรยาแกก็จะทำอาหาร และก็จะมากินข้าวกันพร้อมหน้ากับทุกคนในครอบครัว

มีวันหนึ่ง วันนั้นลุงเขียวได้ออกไปขายไอศกรีมตามปกติเหมือนทุก ๆ วัน แต่ลุงเขียวกลับเข้าบ้านก่อนตอนเที่ยง ภรรยาก็ถามว่า ทำไมวันนี้กลับบ้านเที่ยง ขายหมดแล้วเหรอ ลุงเขียวบอกว่า ไม่รู้วันนี้เป็นอะไร รู้สึกง่วงนอนมาก แถมเกิดรู้สึกเพลียขึ้นมา เรี่ยวแรงก็ไม่ค่อยมีเหมือนวันก่อน ๆ เหมือนจะไม่สบาย ลุงเขียวพูดเสร็จก็หยิบยาพาราเข้าปากตามด้วยดื่มน้ำตามไป 1 แก้ว จากนั้นแกก็เข้าห้องไปนอน

Advertisement

Advertisement

ภาพโดยZERIGจากpixabayภาพโดยZERIGจากPixabay

 

วันนั้นลุงเขียวนอนยาวเลย ตั้งแต่เที่ยงยันไปถึงค่ำ ตอนเย็นก็ไม่มีใครได้ปลุกแกมาทานข้าว ภรรยากับลูกแกคุยกันว่า สงสัยแกจะไม่สบายแน่ ถ้าพรุ่งนี้อาการไม่ดีขึ้นก็จะพาไปหาหมอ 

เช้ามา ลุงเขียวก็ยังนอนอยู่ ยังไม่มีวี่แววว่าจะตื่นขึ้นมา ภรรยาแกเลยเข้าไปปลุก เพื่อที่จะพาไปหาหมอ แต่ภรรยาเรียกเท่าไร่ลุงเขียวแกก็ไม่ยอมตื่น จึงได้เรียกลูกชายมาดู ลูกชายจับตัวลุงเขียวดู ตอนนั้นตัวลุงเขียวเย็นมาก  ลูกชายลองจับชีพจรดูปรากฎว่า ลุงเขียวไม่หายใจแล้ว ตอนนั้นทุกคนตกใจมาก อยู่ ๆ ลุงเขียวไม่หายใจได้ไง อยู่ ๆ หลับไปแกเสียชีวิตได้ไง แล้วแกเสียตอนไหน ตอนนั้นมีเพื่อนบ้านเข้ามาดูกันมากมาย มีเพื่อนบ้านคนนึงเขาเป็นพยาบาลมาดู บอกว่าแกน่าจะนอนไหลตาย และน่าจะเสียชีวิตตั้งแต่เมื่อคืน ตอนนั้นทุกคนในครอบครัวยังช็อคกันไม่หาย และก็รู้สึกเสียใจมากที่ลุงเขียวเสียชีวิตไปแบบไม่ทันได้ตั้งตัวเลย

Advertisement

Advertisement

ลูกชายได้ติดต่อกับวัด เพื่อที่ได้จัดหาสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา และได้โทรสั่งโรงศพเรียบร้อยแล้ว และได้ติดต่อบอกญาติทุกคน บอกให้รู้ว่าลุงเขียวเสียแล้ว 

และพอตอนที่ทุกคนกำลังจะช่วยยกร่างของลุงเขียวไปยังวัดนั้น ลุงเขียวได้ลืมตาขึ้นมา ทุกคนที่เห็นตกใจมาก แล้วลุงเขียวก็ได้ลุกขึ้นมานั่ง เท่านั้นแหละทุกคนวิ่งหนีกันไปหมด บางคนร้องว่า ผีหลอก บางคนก็ร้องดังขึ้นว่า ลุงเขียวเพิ่งตายไม่เท่าไร่ เฮี้ยนจริง ๆ บางคนก็ยกมือพนมขึ้นพูดว่า อย่ามาหลอกกันเลย เราอยู่คนละภพกันแล้วนะ เดี๋ยวจะทำบุญไปให้ ลุงเขียวก็ได้หัวเราะขึ้น แล้วพูดว่า

Advertisement

Advertisement

ภาพโดยLeandroDeCarvalhoจากpixabayภาพโดยLeandroDeCarvalhoจากPixabay

 

"ข้ายังไม่ตายโว๊ย ข้ายังหายใจอยู่ ไม่เชื่อมาจับตัวข้าได้ " พูดเสร็จ ลุงเขียวลุกขึ้นยืนพร้อมกับยื่นสองแขนเพื่อให้ใครก็ได้มาจับดู ลูกชายและภรรยาของลุงเขียว ได้มาจับตัวและจับชีพจรดู ปรากฎว่า ชีพจรเต้นอยู่จริง ๆ ลุงเขียวหายใจอยู่จริง ๆ ท่ามกลางความงง ๆ ของเพื่อนบ้านที่เห็นอยู่ในตอนนั้น ลูกชายได้พูดกับลุงเขียวว่า พ่อหยุดหายใจไปแล้ว แล้วกลับฟื้นขึ้นมาได้ยังไงเนี้ย

ลุงเขียวบอกว่า เขาเอาไปผิดคน แกเล่าว่า เมื่อคืน ตอนแกนอนหลับอยู่นั้น มีคนมาปลุกแก แกลืมตาขึ้นมา แกมาก็เห็นวิญญาณตัวเองหลุดออกจากร่างแล้ว คนที่มาปลุกแกนั้นมีสองคน ตัวสูงมาก ตัวแดง ๆ ตาแดง ที่ศีรษะสวมมงกุฎสูง ๆ  หน้าตาดุมาก ในมือถือกระบองมาด้วยคนละอัน บอกกับบอกตนว่า เจ้าถึงฆาตแล้ว ตามมากับข้าสองคนเถิด จากนั้นเขาก็จับมือไป พาไปยังสถานที่ไหนไม่รู้ ไม่เคยเห็น ทางเดินไปท้องฟ้ามืดมาก สองข้างทางเป็นคล้าย ๆ ทุ่งหญ้าสลับกับมีหมอกปกคลุมเต็มไปหมด ระหว่างทางสองคนนั้นจับมือตนอยู่ตลอด เดินไปสักพักนึง สองคนนั้นก็ปล่อยตัวตนมา บอกเจ้ายังไม่ถึงฆาต มารับผิดตัว แต่กลับมาได้ยังไงแกก็จำไม่ได้ แกเลยได้กลับมาฟื้นอีกครั้ง

เหตการ์ณนี้เป็นที่พูดคุยกันอย่างมากของคนในระแวกนั้น ครอบครัวและเพื่อนบ้านก็เชื่อตามที่ลุงเขียวเล่ามา เพราะลุงเขียวแกเป็นคนที่ไม่เคยโกหกใคร

ขอบคุณภาพหน้าปกโดยxusenruจากPixabay