ตามรอยศรัทธา บูชาพระพิฆเนศวร (ตอนที่ 1)

          สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน วันนี้ผู้เขียนจะมาแบ่งปันเรื่องราวดี ๆ ของตัวเองจากทริปท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่ได้เกิดขึ้น เนื่องจากมีความศรัทธาในพระพิฆเนศวรเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การได้ท่องเที่ยวไปในสถานที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจ หรือบังเอิญผ่านตรงบริเวณนั้นก็ดี จึงมักจะมีโอกาสได้สักการะและขอพรอยู่เสมอ ๆ ซึ่งวันนี้ผู้เขียนจะพาไปที่ไหนนั้น ตามไปดูกันเลยคะ

           1.เทวาลัยคเณศร์ พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม

 

           ด้วยที่ผู้เขียนชื่นชอบการเดินทางด้วยรถไฟ ในวันนั้นจึงได้ซื้อตั๋วจากสถานีสามเสนเพื่อไปลงที่สถานีนครปฐม ในใจก็แอบคิดว่าเผื่อไว้ว่า ถ้ามีเวลาจะแวะหาอะไรกิน พร้อมตุนเสบียงไว้กินระหว่างทาง แต่ปรากฏว่าเมื่อไปถึงจริงเวลาก็ล่วงเกือบบ่ายแล้ว แพลนต่างๆที่พูดไว้ข้างต้นจึงถูกพับและถูกยัดใส่กระเป๋า พร้อมกับควบพี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างสุดหล่อหน้าสถานี เพื่อไปสู่สถานที่เป้าหมายของเรานั้น อยากรู้แล้วใช่ไหมคะ งั้นลุยกันเลย... 

Advertisement

Advertisement

           

แผนผัง          ไม่ถึงสิบนาทีเห็นจะได้ พวกเราก็อยู่บริเวณหน้าประตูทางเข้าที่มีทัศนียภาพร่มรื่น ตั้งอยู่ข้างสถาบันการศึกษาที่คนแถวนั้นมักจะเรียกชื่อย่อกันสั้นๆว่า "ทับแก้ว" ใช่แล้วคะ "พระราชวังสนามจันทร์" แห่งนี้นี่เอง ก่อนที่เราจะก้าวเข้าประตู จะเห็นป้อมเล็ก ๆ ด้านซ้ายมือ เป็นช่องจำหน่ายบัตรเข้าชม แต่พอเราสอบถามทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ปัจจุบันไม่มีการเก็บค่าเข้าชมแล้ว เพราะจากเดิมบริหารงานโดยกรมศิลปากร ต่อมาสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ได้รับช่วงต่อเข้ามาดูแลแทน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและอนุรักษ์ความเป็นไทย แต่ด้วยเป็นเขตพระราชฐาน ผู้เขียนแนะว่าถ้าผู้อ่านท่านใดสนใจมาเที่ยวชมโปรดแต่งกายด้วยชุดสุภาพนะคะ ซึ่งเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 05.00 - 20.00 น

Advertisement

Advertisement

พระตำหนักทับขวัญ

          เริ่มกันที่แรก "พระตำหนักทับขวัญ" รัชกาลที่ 6 สร้างขึ้นเพื่ออนุรักษ์ศิลปะเรือนไทยแบบโบราณไว้ให้ชนลูกหลานได้เห็น และเคยใช้เป็นที่ตั้งกองบัญชาการเสือป่ากองเสนาน้อยราบหนักรักษาพระองค์ ภายในประกอบด้วยเรือนไทย 8 หลัง ทุกหลังมีชานเรือนเชื่อมต่อกัน ปลูกต้นจันไว้ตรงกลางเพื่อให้ร่มเงาอย่างทั่วถึง 

พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์           สถานที่ถัดมามีสองพระตำหนักที่สร้างขึ้นด้วยแรงบันดาลพระราชหฤทัยของรัชกาลที่ 6 จากบทละครเรื่อง My Friend Jarlet โดยท่านทรงแปลเป็นภาษาไทย ชื่อ มิตรแท้ ซึ่งมีความหมาย และความผูกพันต่อสุนัขทรงเลี้ยง รวมถึงท่านทรงนำชื่อตัวละครมาตั้งเป็นชื่อพระตำหนักด้วย นั่นคือ "พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ กับ พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์" ซึ่งมาจากพระเอกและนางเอกของบทละครดังกล่าว

Advertisement

Advertisement

          เมื่อกล่าวถึง "ย่าเหล" นั้น ย่าเหลเป็นชื่อสุนัขทรงเลี้ยงของรัชกาลที่ 6 มีอยู่วันหนึ่งออกไปเที่ยวเล่นนอกพระราชฐาน แต่กลับโชคร้ายมีผู้ยิงย่าเหลด้วยปืนลูกกรดตาย เนื่องจากย่าเหลดุจดังมิตรแท้ เมื่อรัชกาลที่ 6 ทรงทราบ ก็ทรงเศร้าสลดพระราชหฤทัยเป็นอย่างมาก จึงทรงสร้างอนุสาวรีย์ย่าเหล เพื่อเป็นการไว้อาลัยและรำลึกถึงอยู่ที่ด้านหน้าพระตำหนัก

ทางเชื่อม                 ภาพสะพานเดินข้ามคูน้ำ ซึ่งเป็นทางเชื่อมสองพระตำหนักถึงกัน ระหว่างพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ กับ พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ เจ้าหน้าที่จะพาเราชมด้านในพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ก่อนโดยรอบ จากนั้นจึงพาเราไปหาเจ้าหน้าที่อีกท่านหนึ่งที่รออยู่ตรงสะพาน เพื่อนำเราไปชมพระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ (ราชบัลลังก์สีแดงแห่งมารี) ต่อไป                  

พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์         เมื่อเราชมทั้งสองพระตำหนักเรียบร้อยแล้วก็รีบรุดเดินไปยังจุดที่ ททท. จัดให้เป็น Unseen นครปฐม นั่นคือ เทวาลัยคเณศร์ หรือ ศาลพระพิฆเนศวร ก็เพราะว่าหากเรามองผ่านเทวาลัยคเณศร์ไป จะเห็นองค์พระปฐมเจดีย์เหลืองอร่ามด้วย เมื่อคราใดที่เราขอพรพระพิฆเนศวรก็เปรียบเสมือนขอพรจากองค์พระปฐมเจดีย์ด้วยเช่นเดียวกัน

เทวาลัยคเณศวร

          ความเป็นมาของเทวาลัยคเณศร์ สร้างขึ้นโดยรัชกาลที่ 6 เพื่อเป็นศาลเทพารักษ์ ทุกครั้งที่ผู้คนสักการะพระพิฆเนศวรก็เปรียบเสมือนสักการะองค์ปฐมเจดีย์ในคราวเดียว ซึ่งพระองค์ตั้งพระทัยไว้เช่นนั้น ที่นี่มักได้รับความนิยมจากนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้สอบบรจุเข้ารับราชการ รวมถึงประชาชนทั่วไป เพื่อมาขอพรด้านการเรียน การสอบเข้า และการงาน และเป็นที่เล่าลือว่า ผู้ที่ไปกราบไหว้บูชา ขอพรอะไรก็ประสบผลสำเร็จ ผู้เขียนไม่รอช้าจึงสักการะและขอพรซะเลย...

             เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย : พระราชวังสนามจันทร์ เคยมีสถานีรถไฟหลวงพระราชวังสนามจันทร์ ซึ่งในปัจจุบันย้ายไปประกอบใหม่ ตั้งอยู่ที่ สถานีรถไฟหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 

             นาฬิกาบอกเวลาสี่โมง เราก็เริ่มหิวหาอะไรกินแถวหน้าพระราชวังสนามจันทร์รองท้องก่อนจะกลับกรุงเทพ ตอนแรกผู้เขียนว่าจะเดินเท้ากลับไปยังสถานีรถไฟนครปฐม พอเดินได้สักระยะหนึ่งก็เริ่มรู้สึกว่ามันไกลจัง...เลยตัดสินใจใช้บริการพี่วินอีกครั้ง ทำให้มีเวลาพอที่จะแวะสักการะองค์พระปฐมเจดีย์ และเดินชมโดยรอบได้อีกพักใหญ่

องค์พระปฐมเจดีย์          ขากลับเราเปลี่ยนการเดินทางโดยรถไฟไปเป็นรถมินิบัสแทน โดยลงที่สถานีขนส่งรถโดยสารหมอชิต (จตุจักร)จึงสิ้นสุดการเดินทาง สำหรับทริปนี้ผู้เขียนรู้สึกประทับใจมินิบัสนครปฐมมาก นั่งสบายกว่าตอนขึ้นมินิบัสไปกาญจนบุรีมากโข นั่งฟังเพลง อากาศเย็นสบาย ๆ หลับเพลินจนถึงจุดหมายปลายทางกันทั้งคู่...สำหรับทริป "ตามรอยศรัทธา บูชาพระพิฆเนศวร" ยังมีต่อนะคะ ผู้เขียนจะพาไปตามรอยยังสถานที่ไหน โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ...สวัสดีค่ะ